ถอดรหัส เคลียร์ชัด ใครได้รับ ‘เงินเยียวยาโควิด-19 5,000 บาท’ บ้าง?

2038

ยอดล่าสุดของผู้ลงทะเบียน ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ณ เวลา 15.00 น. ในวันที่ 30 มีนาคม 2563 เพื่อรับสิทธิตามมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 และได้รับ ‘เงินเยียวยาโควิด-19 5,000 บาท’ เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งในตอนนี้ พุ่งสูงขึ้นถึง 20 ล้านคน แล้ว จำนวนประชาชนชาวไทยผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 นี้ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ณ ห้วงเวลานี้ เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก ที่ทุกคนได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้ากัน

แม้เงินเยียวยาที่ภาครัฐแจกจ่ายให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบในช่วงนี้ จะไม่ได้เป็นเงินจำนวนมากมาย ทว่า ก็สามารถเยียวยาความเดือดร้อนของใครหลายคนได้ไม่น้อยทีเดียว

อย่างไรก็ดี ในการขอรับสิทธิตามมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้ ก็ยังมีใครหลายคนที่มีคำถาม หรือมีข้อสงสัยว่า เราจะเข้าข่ายได้รับสิทธินี้หรือไม่ และจะต้องลงทะเบียนออนไลน์อย่างไร บทความนี้จะคลายทุกข้อสงสัยที่ทุกคนอยากรู้ พร้อมเปรียบเทียบมาตรการเยียวยาที่ประเทศต่างๆออกมากับประเทศไทยว่ามีความแตกต่างและจุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไรด้วย

เคลียร์ทุกข้อสงสัย มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com

จากรายการ ขยี้ข่าวเช้า นำเสนอทางช่อง Nation TV ช่อง 22 ซึ่งมีผู้ดำเนินรายการนี้ สันติสุข มะโรงศรี และ กรรณิการ์ รุ่งกิจเจริญกุล ที่นำเสนอเมื่อเช้าวันที่ 30 มีนาคม 2563 ได้หยิบเอาประเด็นเรื่อง มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ผ่านการลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com มานำเสนอเพื่อสร้างความกระจ่างให้ประชาชนได้อย่างน่าสนใจ

โดยมุมมองความจริงที่นำเสนอนั้น เป็นการเคลียร์ชัดในแต่ละประเด็นที่ประชาชนกังขา
  • วงเงินที่ภาครัฐเตรียมไว้เพื่อจ่ายเงินเยียวยาตามมาตรการฯ นี้ เพียงพอกับจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือไม่?
เริ่มจากการให้ข้อมูลเรื่องของวงเงินที่จะจ่ายเพื่อเยียวยานี้ ทางรัฐบาลได้เตรียมไว้เพียงพอกับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน
อ้างอิงตามข้อมูลที่ ลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้กล่าวว่า “ตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ ทางภาครัฐได้ตั้งงบประมาณไว้เพียงพอกับผู้ที่ได้รับผลกระทบที่จะมาลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ดังนั้น ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจึงไม่จำเป็นต้องแย่งกันลงทะเบียนในตอนนี้ เพราะถ้าท่านมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ท่านมีสิทธิได้รับ ‘เงินเยียวยาโควิด-19 5,000 บาท’ เป็นเวลา 3 เดือน แน่นอน”
“ส่วนผู้ลงทะเบียนรับเงินตามมาตรการเยียวยาในครั้งนี้ ไม่ต้องเดินทางไปติดต่อที่ธนาคาร สามารถใช้บัญชีเงินฝากของธนาคารใดก็ได้ที่มีอยู่แล้ว หากไม่มีบัญชี สามารถเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ได้”
เพราะแม้ว่าธนาคารจะเปิดให้บริการในช่วงนี้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่รับเปิดบัญชีใหม่ หรือบริการผูกพร้อมเพย์ในธนาคารสาขาที่เปิดให้บริการตอนนี้ โดยมาตรการนี้ก็เพื่อป้องกันคนจำนวนมหาศาลที่จะมารวมตัวกันที่ธนาคารเพื่อทำธุรกรรม รับสิทธิ ‘เงินเยียวยา 5,000 บาท’ นี้ และเน้นการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์แทน
  • ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ เว็บล่ม ในช่วงเวลาที่ผ่านมา?
สมคิด จิรานันตรัตน์ ผู้ออกแบบเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน หรือ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว : Chao Jiranuntarat เพื่อชี้แจงเหตุที่ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ เว็บล่ม ว่า
“เว็บไซต์นี้เปิดมาแค่เพียงไม่กี่วัน แต่ที่ผ่านมามีคนเข้าใช้เป็นจำนวนหลายล้านคน  จึงทำให้ระบบมีปัญหา แต่ขอยืนยันว่า ระบบนี้เปิดขึ้นมาเพื่อรองรับคนที่เข้ามาลงทะเบียนได้มากกว่าในช่วงให้ลงทะเบียน ชิม ช้อป ใช้ ถึง 10 เท่าตัว และตั้งใจให้คนที่เข้ามาไม่ต้องรอคิวเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะมีเวลาเตรียมการเพียงแค่ 1 สัปดาห์”
จำนวนผู้ลงทะเบียนเงิน 5000
ในช่วงเวลาเพียง 4 วัน ระหว่างวันที่ 28-31 โดยมีผู้เข้ามาลงทะเบียนมากกว่า 21ล้านราย เป็นผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จมากกว่า 10ล้าน ราย
“ทางทีมงานดูแลเว็บไซต์นี้ ได้พูดคุยกับ network operator ให้ขยายกำลังให้เต็ม capacity ซึ่งจำเป็นต้องไปเบียดบังผู้ใช้รายอื่นๆ ด้วย แต่ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก network operator ส่วนการตรวจสอบกับกระทรวงมหาดไทย เราสามารถทำให้เป็นการพึ่งพิงที่ไม่ได้มีผลในขณะที่ลงทะเบียน”
“แม้จะพยายามทดสอบความสามารถในการรองรับ และแก้ไขโปรแกรมในเวลาที่กระชั้นชิดเพื่อให้สามารถรองรับผู้ลงทะเบียนได้เพิ่มขึ้น ปัญหาหน้างานก็ยังมีให้ต้องแก้ไข ขณะที่ยังไม่เปิดระบบ มีผู้มารอเข้าระบบจำนวนมากและคนเหล่านี้อาจต้องการเข้าระบบจึงกดเช็คถี่ๆ ตลอดเวลา เกิดเป็นงาน request ถึงกว่า 20 ล้าน ซึ่งทำให้ระบบตั้งตัวไม่ทัน เกิดขัดข้องขึ้น”
“และต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามีผู้ที่ไปลงทะเบียนที่อยู่ในข่ายมีสิทธิและคนที่ไม่น่าจะมีสิทธิ แต่ก็ไปลงทะเบียน ส่งผลให้มีผู้เข้าเว็บไซต์ฯเพื่อไปลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก โดยยอดผู้ลงทะเบียนทะลุขึ้นไปมากกว่าที่ทีมงานคาดการณ์มาก ดังนั้น เว็บจึงล่ม ซึ่งตอนนี้ทางทีมงานก็มอร์นิเตอร์ความเสถียรของเว็บไซต์นี้ตลอด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างดีที่สุด”
  • คนทำงานอิสระที่ลงทะเบียนในระบบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิดครั้งนี้ จะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังหรือไม่?
ต่อปัญหานี้ สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ได้ออกมายืนยันว่า “จะไม่มีการตรวจภาษีย้อนหลัง เพราะมาตรการ เงินเยียวยา 5,000 บาท ที่ออกมาเป็นการเฉพาะกิจเพื่อช่วยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤตโควิด-19 ระบาด อยากให้ประชาชนคลายความกังวลไปได้เลย”
ขณะเดียวกัน ทาง กรมสรรพากร ก็มีมาตรการช่วยผู้เสียภาษี โดยขยายเวลายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิม 31 มีนาคม ก็เลื่อนไปเป็น 31 สิงหาคม 2563 ด้วย
  • ประชาชนควรระวัง อย่าหลงผิดไปเข้าเว็บปลอม
ปัญหาเรื่องเว็บปลอม ที่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในตอนนี้ ก็นับว่าบั่นทอนและซ้ำเติมให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเดือดร้อนมากเช่นกัน
เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มเปิดให้เข้าไปลงทะเบียน www.เราไม่ทิ้งกัน.com ปรากฎว่ามีเว็บไซต์ปลอมเปิดขึ้นมาถึงกว่า 40 เว็บไซต์ ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงให้ข้อสังเกตกับประชาชนว่าให้ดูดีๆ ทุกตัวอักษร ก่อนเข้าไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com
เพราะอุบายของพวกเว็บไซต์ปลอมนี้ จะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเป็น . หรือ ดอท อื่น เช่น .net .org หรือ .co.th เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังมีมิจฉาชีพในรูปแบบของ การเสนอบริการว่า ถ้าใครลงทะเบียนไม่สำเร็จ จะเข้าไปลงทะเบียนให้ โดยหักค่าหัวคิว 300-500 บาท ด้วย
ทั้งนี้ อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงออกโรงเตือนประชาชนว่า ทุกคนที่เข้าข่ายได้รับสิทธิตามมาตรการเยียวยานี้ ควรลงทะเบียนด้วยตนเอง หรือให้ญาติ และคนที่ไว้วางใจได้เท่านั้นเป็นผู้ลงให้ เพื่อป้องกันการถูกหลอกตามที่กล่าวมา

เปิดทุกขั้นตอนแบบละเอียด ใครได้รับ ‘เงินเยียวยาโควิด-19 5,000 บาท’ และเข้าข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 บ้าง?

มาถึงประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรทำความเข้าใจให้ชัดเจน คือ ใครบ้างที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามมาตรการนี้
เพราะถ้าพิจารณาเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์แล้ว ไม่เข้าข่าย ก็ไม่ควรไปลงทะเบียน เพราะจะยิ่งเพิ่มจำนวนคน ทำให้ระบบทำงานหนักและเจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ถ้ารู้ตัวอยู่แล้วว่าไม่เข้าข่าย แต่ไปลงทะเบียน แล้วไปกรอกข้อมูลที่เป็นเท็จ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ตรงนี้จะเท่ากับว่ามีความผิดตามกฎหมาย อาจถูกดำเนินคดีทางอาญาได้
โดยในรายการ ขยี้ข่าวเช้า ผู้ดำเนินรายการได้ยกตัวอย่างว่า
  • พนักงานที่ยังคงได้รับเงินเดือน และเป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ = ไม่เข้าข่ายแน่นอน
  • นักเรียน นักศึกษา ที่ทำงานพาร์ทไทม์ = ไม่เข้าข่ายแน่นอน
  • เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นผู้ที่นำผลผลิตทางการเกษตรไปจำหน่าย แต่เมื่อเกิดวิกฤตนี้ขึ้นอาจมียอดขายลดลง หรือไม่สามารถเดินทางไปจำหน่ายผลผลิตได้ = สามารถไปลงทะเบียนรับสิทธิ เพื่อได้รับการพิจารณาได้
  • คนทำงานที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมทั่วไป แต่ใช้สิทธิประกันตัวเอง ตามมาตรา 39 และ 40 = สามารถไปลงทะเบียนรับสิทธิ เพื่อได้รับการพิจารณาได้
  • ผู้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ คนขายหวย ถือว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ระบาด เพราะสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ออก 2 งวด = สามารถไปลงทะเบียนรับสิทธิ เพื่อได้รับการพิจารณาได้
  • ผู้ประกอบอาชีพอิสระ อย่าง ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ผู้ขับรถแท็กซี่

เงินเยียวยา 5000 ใครได้บ้าง

ส่วนขั้นตอนการลงทะเบียน ประชาชนสามารถเข้าไปรับชมคลิปให้ความรู้ ลงทะเบียนรับสิทธิ เงินเยียวยา 5,000 บาท จัดทำโดย กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งบอกถึงขั้นตอนและมีภาพประกอบอย่างละเอียด เคลียร์ชัดในคลิปเดียว

ผู้ดำเนินรายการ ขยี้ข่าวเช้า นี้ สันติสุข มะโรงศรี สื่อสารชัดเจนให้ผู้ชมได้เห็นภาพว่า ณ ตอนนี้ เปรียบไปเหมือนประชาชนกำลังทำการสอบ คนจำนวน 18 ล้านคน ที่ลงทะเบียนผ่านแล้ว นั่นเท่ากับได้ส่งกระดาษคำตอบแล้ว โดยผู้ที่จะตรวจกระดาษคำตอบนี้ คือ ระบบ AI ที่เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว จะส่ง SMS ยืนยันว่าได้รับสิทธิหรือไม่ ถ้าได้รับก็เพียงแค่รอเงินเยียวยาตามจำนวนที่จะส่งมาทางช่องทางที่เลือกไว้นั่นเอง

 “ช่วงนี้คือ ช่วงเวลาแห่งพิบัติภัย เป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ ที่พวกเราจึงต้องมาช่วยกัน เป็นความหมายของคำว่า “เราไม่ทิ้งกัน” ชื่อของเว็บไซต์ โดยคนที่เข้าข่ายได้รับเงินเยียวยาในครั้งนี้ คือ คนที่มีเคยงานทำ มีรายได้ แต่เมื่อเจอวิกฤตนี้ เลยเซ ทางภาครัฐก็เลยเข้ามาพยุงด้วยจำนวนเงินเยียวยานี้ เพราะไม่อยากให้ล้ม”


เปรียบเทียบกันชัดๆ จุดแข็ง vs. จุดด้อย มาตรการเยียวของไทยกับต่างประเทศ

จากรายงานของ ธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สถานการณ์ COVID-19 และมาตรการเยียวยาในต่างประเทศ (ข้อมูลมาตรการล่าสุด ณ วันที่ 23 มีนาคม 2563) จะเห็นได้ว่า มาตรการเยียวยา ให้ความช่วยเหลือทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประเทศไทยมีครบ แบบไม่น้อยหน้านานาประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว
เพียงแต่จำนวนเงินช่วยเหลือที่เติมเงินรายได้ให้กับแต่ละครัวเรือนนั้น บางประเทศจะมีอัตราที่มากกว่า เพราะรายได้ต่อหัวของคนในประเทศ ค่าครองชีพของประเทศนั้นๆสูงกว่าบ้านเรา
ยกตัวอย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกา ล่าสุด แจกเงิน 1,200 เหรียญสหรัฐ ซึ่งหลายคนอาจยังเข้าใจผิดว่า ชาวอเมริกันทุกคนมีสิทธิได้รับโดยพร้อมหน้ากัน ทั้งที่จริงๆแล้ว เงินเยียวยา ช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสหรัฐฯ ในเบื้องต้น จะต้องเป็นคนที่ยื่นภาษี มีหมายเลขประกันสังคม มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 75,000 เหรียญสหรัฐ
ถ้ามีรายได้เกินจากจำนวนที่กำหนดนี้ จำนวนเงินที่จะได้รับ ก็จะได้รับน้อยลงไป ถ้ามีรายได้เกิน 99,000 เหรียญสหรัฐ ต่อปี จะไม่ได้รับเงินเยียวยาในส่วนนี้เลย
ดังนั้น หากพิจารณาในเบื้องต้น ในประเด็นเรื่องมาตรการให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระบาดของบ้านเรา ย่อมถือว่าทั่วถึงและครอบคลุมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่า แม้ในตอนนี้จะยังมีช่องโหว่ ที่ประชาชนบางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงได้บ้างก็ตาม
โดยปัญหาที่ไม่สามารถเข้าถึง ก็มีปัจจัย เช่น ปัญหาเรื่องของความไม่เสถียรของการเข้าเว็บไซต์ ที่เกิดเหตุ เว็บไซต์ล่ม เพราะมีคนล็อคอินเข้ามาลงทะเบียนจำนวนมาก ซึ่งนี่ก็เป็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไขต่อไป และปัญหาส่วนบุคคลที่ประชาชนหลายคนอาจไม่มีบัญชีธนาคาร ไม่มีเบอร์โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น โดยทางภาครัฐได้กำหนดเบอร์โทรสายด่วน 1111 เพื่อให้คำปรึกษากับประชาชนในช่วงเวลานี้ด้วย
นอกจากนั้น ทาง คณะรัฐมนตรี ยังมีมติให้หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานไปเกลี่ยงบประมาณรายจ่ายประจำ ที่มีอยู่กว่า 2 ล้านล้านบาท และให้ปรับลดมาให้ได้สัก 10 % ซึ่งก็จะอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท เพื่อเอามาเตรียมเป็นงบประมาณในการจ้างงานในท้องถิ่นด้วย

ที่มา :