แชร์วิธีเอาตัวรอด จาก ‘คู่มือป้องกัน โรคโควิด-19’ ส่งตรงจาก มณฑลยูนนาน ประเทศจีน คู่ค้าของไทย พร้อมฝ่าวิกฤตโรคระบาดไปด้วยกัน

1343

ย้อนเวลากลับไปในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา วันที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ค่อยๆ แพร่กระจายไปทั่วสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยสาเหตุที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะกำลังจะเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน เทศกาลใหญ่ประจำปีที่ชาวจีนจำนวนมากเตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง บ้างก็ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ชาวอู่ฮั่นจำนวนมากเดินทางออกจากเมือง   ป้องกัน โควิด คู่มือป้องกัน โรคโควิด-19

โดยคาดว่า ในช่วง 3 อาทิตย์แรกของเดือนมกราคม ก่อนที่จะถึงวันที่ 23 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่มีการประกาศปิดเมืองอู่ฮั่นอย่างเป็นทางการ ประชาชนได้เดินทางออกจากเมืองไปแล้วมากกว่า 5 ล้านคน
สัญญาณของการแพร่ระบาดเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อจำนวนผู้ป่วยนอกมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองอู่ฮั่นเพิ่มสูงขึ้น และลุกลามไปทั่วทุกมณฑลของจีน ก่อนจะแพร่กระจายไปตามพื้นที่ต่างครอบคลุมเกือบทุกทวีปทั่วโลกเช่นทุกวันนี้
ในห้วงเวลานั้น มณฑลยูนนาน ซึ่งตั้งอยู่ในตอนใต้สุดในประเทศจีน แม้จะมีสถานการณ์การระบาดที่ไม่ตึงเครียดเหมือนในอีกหลายมณฑล ทว่า ก็ได้รับผลกระทบในหลายด้าน ไม่ใช่แค่ผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อเอาตัวรอดจากการติดเชื้อโควิด-19 เท่านั้น แต่เศรษฐกิจของมณฑลนี้ ที่เคยรุ่งเรืองในฐานะ เมืองการค้าชายแดน ก็ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะการค้าระหว่าง ไทย-ยูนนาน ที่เคยอู้ฟู่ ก็ซบเซาลงในช่วงเปิดไตรมาศแรกของปี 2020
อย่างไรก็ดี เมื่อในวันนี้ สถานการณ์ของโรคโควิด-19 เริ่มจะคลี่คลาย “มณฑลยูนนาน” ในฐานะคู่ค้าของไทย จึงตัดสินใจส่งความปรารถนาดีผ่าน ‘คู่มือป้องกัน โรคโควิด-19’ ถอดบทเรียนวิธีเอาตัวรอดจากการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 แบบครบทุกมิติโดยจัดทำเป็น 2 ภาษา ไทย-จีน ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ปรับใช้ได้จริง

ทำความเข้าใจ ความสัมพันธ์ ไทย-ยูนนาน ผ่านผลกระทบจาก “โรคติดเชื้อฯ 2019” ปัจจัยลบการค้า ไทย-ยูนนาน

ก่อนจะไปแชร์เทคนิคการเอาตัวรอดจากการติดเชื้อจาก คู่มือ ป้องกันโรคโควิด-19 ส่งตรงจาก คณะกรรมการสุขภาพแห่งมณฑลยูนนาน ขอฉายภาพความเป็นเมืองการค้าชายแดน ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับประเทศไทย ในฐานะประเทศคู่ค้ามาอย่างยาวนาน ซึ่งพอเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด การค้าขายระหว่างกันก็ได้รับผลกระทบทันที
จากบทความรายงานเรื่อง “ผลกระทบโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาฯ ต่อการค้าไทย-ยูนนาน” จากเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (27 FEB 2020) ให้ข้อมูลเรื่องการค้าระหว่าง ไทย-ยูนนาน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ว่า
“หากพิจารณาสถิติการค้า ไทย-ยูนนาน ในหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่า สินค้าเกษตร โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และดอกไม้สด เป็นสินค้าสำคัญลำดับต้นในการค้าของทั้งสองฝ่าย
“ที่สำคัญ มูลค่าการค้าที่ขยายตัวเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมาก็มีปัจจัยสนับสนุนจากสินค้าเกษตร ได้แก่ ผลไม้และผัก ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 140.51 โดยมีมูลค่ารวมสุทธิสูงถึง 532 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนถึงหนึ่งในสามของมูลค่าการค้ารวมในปีที่ผ่านมา”
“ทั้งนี้ ในภาพรวม สินค้าเกษตรมีสัดส่วนในสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังมณฑลยูนนานถึงร้อยละ 86 ขณะที่มีสัดส่วนในสินค้าที่ไทยนำเข้าจากมณฑลยูนนานกว่าร้อยละ 60”

มีปัจจัยบางชี้ชัดเจนว่า ผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อนที่มีชื่อเสียงของไทยอย่างทุเรียน ลำไย และมังคุดก็เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวจีน ขณะที่สินค้าของทางยูนนาน อย่างผลผลิตทางการเกษตรเมืองหนาว ผักสด ผลไม้เมืองหนาว และดอกไม้ของมณฑลยูนนานก็เป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศไทย

นอกจากนี้ การขนส่งสินค้าถึงกัน ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายผ่านทาง ถนนสาย R3A จึงเป็นปัจจัยเสริมทำให้ระบบโลจิสติกส์ระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปโดยสะดวก มีต้นทุนไม่สูงมาก และเอื้อต่อการขนส่งสินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าประเภทเน่าเสียง่ายเนื่องจากใช้ระยะเวลาการขนส่งไม่นาน
ทว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อฯ ได้สร้างผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมการค้าระหว่างประเทศไทยกับมณฑลยูนนานในไตรมาสแรกของปีนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการนำเข้าผักและผลไม้ไทยมายังมณฑลยูนนานในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาลดลงจนแทบเป็นศูนย์
แม้ว่าในขณะนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ในมณฑลยูนนานได้ผ่อนคลายมากขึ้นโดยทางการจีนได้ประกาศลดระดับความรุนแรงในพื้นที่จากระดับ 1 เป็นระดับ 3 ซึ่งนับเป็นเป็นสัญญาณที่ดีต่อการค้าไทย-ยูนนาน แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ส่งออกไทยควรต้องพิจารณาควบคู่กันด้วย
โดยทางศูนย์ส่งเสริมธุรกิจ ไทย-จีน มองว่าโอกาสของสินค้าไทยในตลาดยูนนานอาจกลับมาสู่ภาวะปกติในระยะเวลาไม่นานนัก แต่ก็จะมีความท้าทายจากลักษณะพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่อาจเปลี่ยนไปจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาในประเทศจีนเอง
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนก็ได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และดึงความเชื่อมั่นในตลาดกลับมาสู่ภาวะปกติ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยเองควรต้องคำนึงถึงปัจจัยที่กล่าวมานี้ ควบคู่ไปกับการคิดกลยุทธ์เพื่อเร่งปรับตัวระยะสั้นในสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ด้วย

ชี้วิธีเอาตัวรอด จาก ‘คู่มือป้องกัน โรคโควิด-19’ ส่งตรงจาก มณฑลยูนนาน ประเทศจีน

ใน ‘คู่มือป้องกัน โรคโควิด-19’ ที่จัดทำขึ้นโดย คณะกรรมการสุขภาพแห่งมณฑลยูนนาน มหาวิทยาลัยการแพทย์คุนหมิง สถาบันการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ มณฑลยูนนาน และสำนักพิมพ์การศึกษายูนนาน นอกจากจะมีการให้ความรู้เรื่องเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วไป
ตั้งแต่ เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคโควิด-19 คืออะไร แพร่ระบาดได้อย่างไร ไปจนถึงอาการเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทุกคนทราบกันอยู่แล้ว ยังมี วิธีเอาตัวรอด จาก โรคโควิด-19 โดยผู้ที่เคยผ่านวิกฤตมาก่อน มาประมวลเป็นวิธีปฏิบัติง่ายๆที่นำมาปรับใช้ได้จริงด้วย

ป้องกัน โควิด

เทคนิคการเอาตัวรอดจากการติดเชื้อที่ได้ผล พิสูจน์แล้วโดยชาวยูนนาน

  • ล้างมือบ่อยๆ ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร หลังจากไอหรือจาม หรือหลังจากเข้าห้องน้ำ
  • กฎเหล็กเมื่อออกนอกบ้าน ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา พกเจลล้างมือและทิชชู่เปียก รักษาระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1 เมตร ไม่วางกระเป๋า-มือถือ ใส่เครื่องประดับให้น้อยที่สุด (เพื่อป้องกันเชื้อโรค)กฎเหล็กเมื่อกลับถึงบ้าน ถอดรองเท้าไว้นอกบ้าน รีบล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำทันที กระเป๋าให้วางไว้ในบ้านอย่าเอาขึ้นห้องนอน

ป้องกัน โควิด-19

  • เปิดหน้าต่างในห้องต่างๆ โดยเฉพาะในห้องนอนทุกวัน เพื่อให้อากาศถ่ายเท ป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
  • ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ในบ้านเป็นประจำ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ยิ่งถ้ามีแขกมาที่บ้าน ยิ่งต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสิ่งของ เครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ในบ้านทันที
  • สวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอด ถ้าจามหรือไอให้ปิดปากด้วยข้อศอก เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายออกมาได้ ไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ก็ตาม
  • คอยสอดส่องดูแลคนในครอบครัว ใครมีอาการเจ็บป่วยที่คล้ายกับโรคโควิด-19 ให้รีบกักตัว และหาโอกาสพาไปพบแพทย์ทันที

วิธีป้องกันโควิด 19

  • เตรียมพร้อมป้องกันคนในครอบครัวรอบด้าน : เมื่อสมาชิกในครอบครัว ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกกรณี ถ้าพบว่าสมาชิกในครอบครัว ถ่มน้ำลายหรือเสมหะลงบนพื้นให้รีบตักเตือนทันที และยิ่งถ้ามีสมาชิกในครอบครัวเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ยิ่งต้องยกระดับการระมัดระวังทุกคนในครอบครัวเพิ่ม
  • หลีกเลี่ยงการต้องไปในสถานที่ที่มีคนแออัด อย่าง ร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต สถานีขนส่ง หรืองานที่ต้องมีคนมารวมตัวกันเป็นกลุ่ม
  • ไม่ถ่มหรือบ้วนน้ำลายในที่สาธารณะ ถ้ามีเสมหะให้บ้วนใส่ทิชชู่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส ถ้าไอหรือจามควรล้างมือให้สะอาดทันที และไม่เอามือไปจับหน้าตา

เคล็ดลับการกินอาหาร เสริมสร้างภูมิต้านทาน ให้ห่างไกลโควิด-19

  • บริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยธัญพืช พยายามกินอาหารประเภทธัญพืชเป็นประจำ โดยในแต่ละวันต้องมีปริมาณไม่น้อยกว่า 250-400 กรัม รวมถึงข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด บักวีต มันเทศ และมันฝรั่ง เป็นต้น
  • บริโภคผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วเหลือง กินอาหารหลากหลาย วันหนึ่งจะต้องบริโภคให้ได้มากกว่า 5 ประเภทขึ้นไป โดยปริมาณที่เหมาะสมจะต้องให้ได้ 500 กรัมขึ้นไป ซึ่งครึ่งหนึ่งจะต้องเป็นผลไม้สีเข้ม ดื่มนมทุกวัน และกินผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองให้มากขึ้น
  • ลดการบริโภคอาหารเค็ม มัน ควบคุมน้ำตาลและจำกัดการดื่มสุรา กินอาหารรสชาติเบาไม่จัดจ้าน ในแต่ละวันควรมีส่วนผสมของเกลือในปริมาณไม่เกิน 6 กรัม ไม่ควรดื่มสุรา ควบคุมการบริโภคน้ำตาลไม่ให้เกินวันละ 50 กรัม ดื่มน้ำอย่างเพียงพอวันละ 7-8 แก้ว และควรเป็นน้ำต้มสุก
  • ใช้ทรัพยากรอาหารอย่างคุ้มค่า เตรียมปริมาณอาหารตามปริมาณการบริโภคที่แท้จริง ไม่เหลือทิ้ง เลือกกินอาหารที่สดสะอาด ถูกสุขอนามัย กินอาหารที่ปรุงสุก ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็น ต้องมาทำให้สุกหรือร้อนใหม่ ถึงจะนำไปบริโภค
  • ไม่ควรนั่งหรือนอนเป็นเวลานาน ให้พยายามลุกขึ้นมาขยับร่างทุกชั่วโมงจะดีที่สุด
  • เพิ่มการกินผลไม้ตระกูลส้มให้ได้ 2 ลูกต่อวัน เพื่อเพิ่มวิตามินซีให้กับร่างกาย และกินมะเขือเทศสด หรือผลไม้ที่มีสีแดงเพื่อเพิ่มวิตามิน B ให้กับร่างกาย
  • เสริมวิตามิน A ให้กับร่างกายอย่างเหมาะสม ด้วยการกินเครื่องในสัตว์สัปดาห์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 50-70 กรัม ซึ่งจะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากไวรัสได้ง่ายเกินไป
  • ไม่ควรออกกำลังกายหนักในช่วงนี้ เพราะการออกกำลังกายจะไประงับระบบการทำงานของภูมิคุ้มกัน ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ในช่วงนี้ควรออกกำลังกายเบาๆหรือในระดับกลางก็พอ
  • รับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวและอาหารประเภทแป้งอื่นๆ เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารที่สำคัญที่สุดของเซลล์ภูมิคุ้มกัน
  • ในแต่ละวันให้พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าทำตัวเองให้ตกอยู่ในสภาวะที่เครียดและวิตกกังวลเรื่องต่างๆอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากเกินไป

เคลียร์ชัดทุกความเชื่อ ที่ว่าป้องกันเชื้อโควิด-19ได้ แบบคนอาบน้ำร้อนมากก่อน

Q : หากแน่ใจว่ารอบตัวหรือบริเวณที่ตนเองอยู่ไม่มีการแพร่ระบาดของไวรัส ยังต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่?

A : ต่อปัญหานี้ เป็นไปในอีกแบบหนึ่งได้ด้วย นั่นคือ ในกรณีนี้ จะใส่หน้ากากอนามัยไว้ตลอด สมควรทำหรือไม่? คำตอบจาก ‘คู่มือป้องกัน โรคโควิด-19’ ก็ชัดเจน คือ ถ้าออกไปข้างนอก จำเป็นต้องใส่หน้ากากไว้ตลอด เพราะในขณะนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดยังคุกรุ่น และผู้ป่วยบางคนยังไม่มีอาการ ฉะนั้น เมื่อออกไปข้างนอกย่อมมีความเสี่ยง ฉะนั้นใส่หน้ากากอนามัยไว้ตลอด ย่อมดีที่สุด

Q : ดื่มสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถป้องกันโควิด-19 ได้จริงหรือ

A : ขึ้นชื่อว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ย่อมมีแอลกอฮอล์ เป็นส่วนผสม และแอลกอฮอล์ 75% ก็สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ แต่ในกรณีนี้ ยืนยันได้เลยว่า แอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อโรค และแอลกอฮอล์ ที่เป็นส่วนผสมในเหล้า สุรา เป็นคนละกรณีกัน จริงอยู่ ถ้าเอาถ้านำแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงสัมผัสกับเชื้อไวรัสโดยตรงอาจมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อไวรัส
แต่ถ้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงไปในท้อง ความเข้มข้นกลับจะลดลงอย่างรวดเร็ว ยากจะมีฤทธิ์กำจัดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ มีผลยืนยันทางการแพทย์แล้วว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปริมาณมาก ยิ่งทำให้ภูมิต้านทานร่างกายลดลง และง่ายต่อการรับเชื้อด้วย

Q : ดื่มน้ำที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส หรือต้มน้ำร้อนก่อนอาบ จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้จริงหรือไม่

A : มีข้อเท็จจริงระบุว่า การต้มน้ำที่อุณหภูมิ 56 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที จะสามารถฆ่าเชื้อ “แบคทีเรีย” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่า เป้าหมายของเชื้อไวรัส คือ การทำลายระบบทางเดินหายใจ การดื่มน้ำร้อน หรืออาบน้ำร้อน จึงไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้แต่อย่างใด

Q : การกิน ยาปฏิชีวนะ สามารถป้องกันหรือรักษาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้หรือไม่

A : ยาปฏิชีวนะ ใช้รักษาโรคติดเชื้อ “แบคทีเรีย” ดังนั้น โรคระบาดที่เผชิญกันอยู่นี้เกิดจากเชื้อไวรัส การกินยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 ได้ มิหนำซ้ำกลับจะส่งผลเสียต่อร่างกายด้วย

ที่มา :


รู้ทันทุกข้อมูล การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากการติดเชื้อและจากวิกฤตการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 

อัปเดตมาตรการ ‘การเว้นระยะห่างทางกายภาพ Physical distancing’ ที่ WHO ใช้แทน Social distancing ทางรอดของมนุษยชาติจากวิกฤตโควิด-19

9+4 ‘เคล็ดลับดูแลใจ ฝ่าวิกฤตโควิด-19’ จาก ราชวิทยาลัยจิตแพทย์ฯ นำไปปรับใช้จริง สร้างจิตใจแจ่มใส ไม่ไร้สติ

แชร์วิถีแห่งการดูแล & ช่วยเหลือกัน พร้อม ‘ต่อสู้โควิด-19’ ของคนทั่วโลก ที่ทำให้ยิ้มได้ & นำไปปรับใช้ได้จริง

สำรวจ 9 จุดสุดพีคที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค พร้อมแนะการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี