เปิดรายงาน McKinsey ไวรัสเขมือบ ธุรกิจพัง ลากยาว 2 ปี!

2709

We are in the same boat and live under the same sky!

“ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ย่อมไม่แคล้วกัน!”
สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือที่รู้จักกันในชื่อ COVID-19 ที่กลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลกไปแล้ว ได้สร้างความหายนะให้กับทุกวงการ
โดยเฉพาะแวดวงที่ถือเป็น “กระดูกสันหลัง” ของโลก นั่นก็คือ “วงการเศรษฐกิจ”
มีการวิเคราะห์จากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ถึงผลกระทบต่อ “แวดวงเศรษฐกิจ” ผ่านห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบจาก “จีน”

ทั้งนี้เนื่องเพราะ ในปัจจุบัน “จีน” คือ “โรงงานของโลก” ที่ “ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ” ป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรมของโลก
และเมื่อ “จีน” เป็นชาติแรกที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 “จีน” จึงจำเป็นต้องหยุดการ “ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ” ตามมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดจากทางการ
อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่เกิดจากการ “ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ” อาจต่างกันในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับการพึ่งพา “วัตถุดิบต้นน้ำ” จาก “จีน” และจากความแตกต่างกันของแต่ละอุตสาหกรรม
McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาการบริหารธุรกิจชั้นนำของโลก ได้เปิดเผยรายงานวิจัยอนาคต คาดการณ์ถึงผลสะเทือน และทำนายระยะฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนี้

McKinsey covid-19

จากภาพแรก McKinsey ได้แสดงมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ Market Capitalization (Market Cap) จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19
  • Commercial Aerospace Industry หรือ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศเชิงพาณิชย์ หดตัวรุนแรงมากที่สุดถึง 48%
  • รองลงมาคือ Oil & Gas Industry หรือ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม 45%
  • อันดับ 3 คือ Air & Travel Industry หรือ อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว หดตัว 40%
  • 4 คือ Insurance Industry หรือ อุตสาหกรรมประกันภัย อยู่ที่ 32%
  • 5 ได้แก่ Bank Industry หรือ อุตสาหกรรมการธนาคาร 30%
  • 6 Real Estate Industry หรือ อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ 29%
  • 7 Automotive & Assembly Industry หรือ อุตสาหกรรมรถยนต์ 29%
  • 8 Agriculture Industry หรือ อุตสาหกรรมการเกษตร 28%
  • 9 Appeal, Fashion & Luxury Industry หรือ อุตสาหกรรมแฟชั่น 27%
  • 10 Healthcare Facilities & Services Industry หรือ อุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์ 26%
McKinsey สรุปว่า ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของโลก ได้รับผลกระทบทั้งหมด!
โดยที่ “ไม่มีอุตสาหกรรมใด” ที่จะฟื้นตัวได้เลย แม้กระทั่งทรงตัวก็ยังมีน้อยมาก!
แปลไทยเป็นไทยก็คือ “ไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” นั่นเองครับ!

McKinsey covid-19

ภาพที่ 2 McKinsey ได้แสดงระยะฟื้นตัว จำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยมีข้อสรุปดังนี้
1. Commercial Aerospace Industry หรือ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศเชิงพาณิชย์ คือกลุ่ม Industry ที่ต้องอาศัยระยะเวลาใน “การฟื้นตัว” ที่ “ยาวนานที่สุด” ซึ่ง McKinsey คาดว่า Commercial Aerospace จะกลับมาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นปกติได้ราวช่วงไตรมาสที่ 3 หรือไตรมาสที่ 4 ของปี ค.ศ. 2021
2. Air & Travel Industry หรือ อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว คือกลุ่ม Industry ที่ต้องอาศัยระยะเวลาใน “การฟื้นตัว” ที่ “รองลงมา” ซึ่ง McKinsey คาดว่า Air & Travel จะกลับมาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นปกติได้ราวช่วงไตรมาสที่ 1 หรือไตรมาสที่ 2 ของปี ค.ศ. 2021
3. Insurance Industry หรือ อุตสาหกรรมประกันภัย คือกลุ่ม Industry ที่ต้องอาศัยระยะเวลาใน “การฟื้นตัว” อันดับที่ 3 ซึ่ง McKinsey คาดว่า Insurance จะกลับมาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นปกติได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี ค.ศ. 2020
4. Oil & Gas Industry หรือ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม คือกลุ่ม Industry ที่ต้องอาศัยระยะเวลาใน “การฟื้นตัว” อันดับที่ 4 ซึ่ง McKinsey คาดว่า Oil & Gas จะกลับมาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นปกติได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี ค.ศ. 2020 โดยราคาหุ้นกลุ่ม Oil & Gas Industry จะโดนกระทบมากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ -45% นั่นเอง
5. Automotive & Assembly Industry หรือ อุตสาหกรรมรถยนต์ คือกลุ่ม Industry ที่ต้องอาศัยระยะเวลาใน “การฟื้นตัว” อันดับที่ 5 ซึ่ง McKinsey คาดว่า Automotive & Assembly จะกลับมาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นปกติได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี ค.ศ. 2020
6. Appeal, Fashion & Luxury Industry หรือ อุตสาหกรรมแฟชั่น คือกลุ่ม Industry ที่ต้องอาศัยระยะเวลาในการฟื้นตัว “เร็วที่สุด” ซึ่ง McKinsey คาดว่า Appeal, Fashion & Luxury จะกลับมาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นปกติได้อย่างเร็วในไตรมาสที่ 2 หรืออย่างช้าก็ไตรมาสที่ 3 ของปี ค.ศ. 2020
อนาคตข้างหน้านับจากนี้ ก็อย่างที่ผมได้เขียนบทความเอาไว้ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ ชื่อตอนว่า “ความมั่นคงทางสุขภาพ” สมรภูมิใหม่ “หลัง COVID-19”
ว่าจุด Turning Point ครั้งสำคัญของโลก “หลัง COVID-19” ก็คือ พัฒนาการด้านสาธารณสุข และการยกระดับความร่วมมือการทางแพทย์ทั่วโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปิดรับ Social Norms ใหม่ๆ ที่เป็นผลพวงจากการใช้ระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อาทิ Cashless Society, Work from Home 
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ประชาคมโลกจะต้องร่วมกันร่าง “ปฏิญญาสุขภาพ” สำหรับสร้างเป็น “มาตรฐานการสาธารณสุขระหว่างประเทศ”
เพื่อลดผลกระทบด้านภัยคุกคามของโรคอุบัติใหม่ จากประสบการณ์ COVID-19 ในครั้งนี้ครับ!

มุมมองด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังวิกฤตโรคระบาดพัดผ่านไป

“ความมั่นคงทางสุขภาพ” สมรภูมิใหม่ “หลัง COVID-19”

The COVID Economy : ส่อง GDP และวิบากกรรมในแต่ละอุตสาหกรรม

หมอชาวอังกฤษที่ติด COVID-19 เผย ไวรัสทำลายเศรษฐกิจมากกว่าชีวิตคน เพียงดูแลตัวเองดีๆ มีความตระหนักรู้แต่ไม่ตระหนก