“ชวเลข” นวัตกรรมที่ไม่ยอมถูก Disrupt

465

ช่วง Work from Home แบบนี้ ผู้เขียน #อยู่บ้าน ต้านเชื้อ เพื่อชาติ ครับ!

ทำงานเสร็จ ก็กดรีโมทไปช่องซีรี่ส์ของ Fox ไทย เจอ CSI Miami พอดีกับฉากสืบสวนการตายของเลขานุการวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ
เลขาฯ ทิ้งหลักฐานชิ้นหนึ่งซึ่งผมสะดุดตา จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังในตอนนี้ครับ
หลักฐานชิ้นที่ว่าก็คือ สมุดจด “ชวเลข”

อันที่จริง ผมคิดจะเขียนถึงเรื่องราวของ “ชวเลข” มาได้สักพักหนึ่งแล้ว ในคอลัมน์ “พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว” หนังสือพิมพ์ “คมชัดลึก” แต่ก็ไม่ยักทำสักกะที ซึ่งก็ลืมไปแล้วว่าเพราะอะไรถึงไม่เขียน
เอาเป็นว่า ขอย้ายวิกมาลงที่ SALIKA ของเราแห่งนี้แทนก็แล้วกันนะครับ สำหรับประเด็น “ชวเลข”
พูดถึงกรณีของ “ชวเลข” แล้ว ด้วยความที่ผู้เขียนเป็น “นักเรียนพาณิชย์” แม้ว่าจะไม่ได้เรียนสาขา “เลขานุการ” แต่ต้องถือว่า มีความใกล้ชิดกับสาวๆ สาขา “เลขานุการ” อยู่บ้าง อิอิ
ดังนั้น จึงมีความรู้สึกคุ้นเคย และผูกพักกับ “ชวเลข” อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
ชวเลข
ในความเป็นจริงก็คือ ถ้าจำไม่ผิด พวกเราตอนปี 1 (ปวช.1) เคยต้องลงเรียนวิชาเครื่องใช้สำนักงาน
ตอนนั้นจำได้ว่า ต้องฝึก “โรเนียว” กระดาษไข พิมพ์ดีดไฟฟ้า เครื่องถ่ายเอกสาร ฝึกใช้ FAX และ Telex
ยุคปลาย 80 ช่วงนั้น “คอมพิวเตอร์” เพิ่งเข้ามาในสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะระดับอาชีวะ
และดูเหมือนว่า “ชวเลข” จะเป็นบทเรียนหนึ่งในวิชาเครื่องใช้สำนักงาน ที่แม้ว่าวันนี้จะลืมเลือนไปแล้วว่าได้ฝึกเขียน “ชวเลข” อย่างจริงจังหรือไม่
เพราะในที่สุดพวกเราที่ไม่ได้จบสาขา “เลขานุการ” ก็ไม่ได้ใช้ “ชวเลข” อยู่ดี
“ชวเลข” หรือ Shorthand ในภาษาอังกฤษ คิดค้นขึ้นโดย Marcus Tullius Tiro ทาสชาวโรมันในสมัยกรีกโบราณ
เขาได้สรรค์สร้าง “ตัวอักษรลับ” ของตนเองขึ้นมา เอาไว้ใช้สำหรับสื่อสารระหว่างทาสด้วยกัน
ตั้งชื่อว่า Tironian Notes
Tironian Notes เป็น “ชวเลข” ยุคแรก ที่ยากต่อการจดจำ และมีความซับซ้อนในการถอดรหัส
จึงทำให้ Sir Isaac Pitman นักธุรกิจชาวอังกฤษ ได้นำ Tironian Notes มาพัฒนาเป็น Pitman Notes ในปี 1837
และต่อมานักภาษาศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา ผู้มีนามว่า John Robert Gregg ได้ต่อยอด Pitman Notes เมื่อ ค.ศ. 1888
ตั้งชื่อว่า Gregg Shorthand ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
อย่างน้อย เป็นเวลากว่า 120 ปีแล้ว ที่ “ชวเลข” ได้รับการถ่ายทอด “วิชาการจดบันทึกย่อ” จากรุ่นสู่รุ่น
เป็น 120 ปี ที่ “ชวเลข” ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการ “จดบันทึก” ซึ่งเป็นงานหลักของ “เลขานุการ” ที่มีหน้าที่ “จดรายงานการประชุม”
เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่า “การประชุม” ย่อมมีคนมากกว่า 1 คน คำพูดคำจา หรือบทสนทนาแบบรัวๆ นั้น ยากที่คนธรรมดาจะ “จดบันทึก” ด้วยภาษาที่ใช้กันตามปกติได้
โดยเฉพาะขณะที่ “เลขานุการ” อยู่ตามลำพังกับ Boss ซึ่ง “เจ้านาย” หลายคน ก็พูดเร็วแบบรัวๆ
จนกระทั่ง บรรดา “เลขานุการ” ไม่สามารถ “จดบันทึก” ด้วยภาษาปกติได้ทันเช่นกัน
“ชวเลข” จึงถูกนำมาใช้
ชวเลข shorthand เลขานุการ
Old illustration of stenographers in French parliament, Paris. Created by Pauquet, published on L’Illustration, Journal Universel, Paris, 1868
เพราะ “ชวเลข” มีลักษณะพิเศษคือการเป็น “วิธีเขียนข้อความย่อ” โดยใช้ “สัญลักษณ์” หรือ Stenography
Stenography เป็นคำผสมระหว่าง Stenos ที่แปลว่า “แคบ” ในภาษากรีก กับคำว่า Graphos ที่แปลว่า “การเขียน”
และบางครั้ง ก็อาจเรียก Stenography ว่า Brachygraphy หรือ Tachygraphy
แต่โดยทั่วไปแล้ว ในที่สุด “ชวเลข” มักรู้จักกันกันในชื่อ Shorthand มากกว่า
ดร.สุมาลี นิกรแสน เจ้าของงานวิจัย “การพัฒนาชุดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะของเลขานุการที่นายจ้างต้องการ” (2555) กล่าวว่า ปัจจุบันงานเลขานุการไม่มีข้อกำหนดด้านคุณสมบัติว่าต้องมีความสามารถในการจดชวเลขอีกแล้ว
“ทุกวันนี้ การเรียนการสอนชวเลขในสถาบันการศึกษาต่างๆ เริ่มลดจำนวนลงเพราะขาดแคลนครูผู้สอน จึงทำให้ชวเลข เป็นภาษาหรือวิชาชีพที่กำลังจะหายไป คงเหลือไว้สำหรับผู้ที่สนใจจริงๆ หรือผู้ที่ต้องทำหน้าที่เฉพาะด้าน” ดร.สุมาลี กล่าว และว่า
สำหรับ “ชวเลขไทย” ได้รับการพัฒนาโดยนักวิชาการกรมอาชีวศึกษา นำโดย อาจารย์ลัดดา สุขพานิช เป็นผู้หนึ่งซึ่งร่วมคิดค้นดัดแปลงชวเลขแบบ Gregg จาก “ชวเลขอังกฤษ” เป็น “ชวเลขไทย”
อย่างไรก็ดี แม้เวลาจะผ่านมากว่า 120 ปีแล้ว ที่ “ชวเลข” ได้รับการถ่ายทอด “วิชาการจดบันทึกย่อ” จากรุ่นสู่รุ่น

ชวเลข เลขานุการ

และ “ชวเลข” ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการ “จดบันทึก” ซึ่งเป็นงานหลักของ “เลขานุการ” ที่มีหน้าที่ “จดรายงานการประชุม”
แต่ก็อย่างที่ ดร.สุมาลี นิกรแสน ได้กล่าวเอาไว้ ว่า “ชวเลข” กำลังจะเป็น “ภาษา” และ “วิชาชีพ” ที่กำลังจะหายไป
อย่างไรก็ตาม ยังถือเป็นโชคดีของ “วงการชวเลขไทย” ที่ยังมีหน่วยงานราชการต้องการ “ทักษะ” ด้านการ “จดชวเลข”
ด้วยการเปิดรับสมัครและบรรจุ “เจ้าพนักงานชวเลข” ในองค์กรของรัฐ คือ “สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” “สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา” รวมถึง “สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี” ที่หน่วยงานของรัฐลักษณะนี้ ทั้งที่ไทยและในต่างประเทศยังใช้ “ชวเลข” อยู่ก็เนื่องมาจาก ความจำเป็นด้าน “ชั้นความลับบางอย่าง” ที่ “ไม่สามารถบันทึกเสียงได้” จึงต้องอาศัย “คนจดชวเลข” มาบันทึกบทสนทนานั่นเองครับ
ครับ, ถ้าผู้เขียนไม่ได้ Work from Home ก็คงไม่ได้ดู CSI Miami และไม่ได้เห็น “สมุดจดชวเลข” หลักฐานชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรม “เลขานุการวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ”
เป็นข้อยืนยันหนึ่งว่า นวัตกรรมเมื่อ 120 ปี อย่าง “ชวเลข” ยังมีคนสนใจ ทั้งที่เมืองไทยและในต่างประเทศครับ!

แนวคิดเกีนๆ ที่คุณอาจสนใจ

ใครช่างคิด ประดิษฐ์ ‘Hard Disk’ นวัตกรรมฐานราก วงการ ICT โลก

ใครช่างคิด ประดิษฐ์ Video Games (ตอนแรก)