COVID-19 Global Report Vol.12

130
COVID-19 Global Report

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระราชดำรัสพิเศษ สร้างขวัญและกำลังใจให้พสกนิกรสหราชอาณาจักรทุกหมู่เหล่า

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตระหนกกับมหันตภัยของ COVID-19 และมีผู้คนไม่น้อยกำลังเศร้าโศกกับการจากไปของคนในครอบครัว และบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งขณะนี้ (วันที่ 6 เมษายน 2020) มีผู้ติดเชื้อ 1,288,080 ราย และมีผู้เสียชีวิตทั่วโลก 70,567 ราย ขณะที่สหราชอาณาจักรมีผู้ติดเชื้อ 47,806 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4,934 ราย สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร จึงทรงมีพระราชดำรัสพิเศษกับพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเนื่องในการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทั่วโลก 5 เมษายน 2020 ณ พระราชวังวินด์เซอร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ข้าพเจ้าได้มากล่าวต่อท่านทั้งหลายในห้วงเวลาอันท้าทายยิ่งขึ้นไปทุกขณะ
เป็นห้วงเวลาแห่งความข้องขัดของชีวิตในประเทศของเรา ความข้องขัดที่นำความโศกเศร้ามาสู่ผู้คน นำความยากลำบากทางการเงินมาสู่คนจำนวนมาก และนำความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงมาสู่ชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน
ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกท่านที่อยู่ในแนวหน้าของบริการสาธารณสุขแห่งชาติ (NHS) อีกทั้งผู้ทำงานบริบาลและผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นต่างๆ ที่ประกอบกิจการงานในแต่ละวันอยู่นอกบ้านโดยมิคำนึงถึงตนเองเพื่อยังประโยชน์แก่เราทั้งหลาย
ข้าพเจ้ามั่นใจว่า ชาติของเราจะร่วมกับข้าพเจ้า ให้คำมั่นแก่พวกท่าน ว่าจะชื่นชมยินดีในสิ่งที่พวกท่านได้กระทำ และเวลาที่ท่านได้ลงแรงทำงานหนักนั้น ได้นำเราให้กลับสู่ห้วงเวลาอันเป็นปกติมากขึ้นทุกชั่วโมง
ข้าพเจ้ายังขอขอบคุณทุกท่านที่อยู่กับบ้าน เพราะด้วยวิธีนี้ ท่านได้ช่วยคุ้มครองผู้ที่อ่อนแอเปราะบางและจำกัดมิให้มีครอบครัวที่ต้องปวดร้าวจากการสูญเสียคนที่รักอีกมากมาย
เราได้ร่วมกันต่อสู้กับโรคระบาดนี้ และข้าพเจ้ายืนยันต่อพวกท่านทั้งหลายว่า หากเรายังรวมกันเป็นหนึ่งและมีใจแน่วแน่แล้วไซร้ เราจะข้ามผ่านไปได้ด้วยกัน
ข้าพเจ้าหวังว่า เมื่อผ่านพ้นไปเนิ่นนานปี ทุกคนจะสามารถภาคภูมิใจในสิ่งที่ได้รับผิดชอบตอบสนองท่ามกลางความท้าทายครั้งนี้ และเหล่าคนรุ่นถัดไปหลังจากเรา จะกล่าวว่า ชาวสหราชอาณาจักรในชั่วรุ่นนี้แข็งแกร่งดุจดังคนรุ่นก่อนๆ และคุณลักษณะแห่งความมีวินัยในตนเอง ความแน่วแน่เคร่งขรึมอย่างมีอารมณ์ขัน และความเห็นใจให้แก่กันยังคงมั่นอยู่ในประเทศแห่งนี้
ความภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น มิใช่ส่วนหนึ่งของอดีต แต่คือสิ่งที่กำหนดปัจจุบันและอนาคตของเราช่วงเวลาที่ทั้งสหราชอาณาจักรมารวมตัวกันเพื่อปรบมือให้แก่บุคลากรสาธารณสุขและผู้ปฏิบัติงานอันจำเป็นจะถูกจารึกจำไว้ว่าเป็นการแสดงออกของจิตวิญญาณแห่งประชาชาติ และสัญลักษณ์นั้นจะเป็นสายรุ้งที่เหล่ายุวชนได้วาดรูปไว้
ทั่วทั้งเครือจักรภพและสากลโลก เราได้เห็นเรื่องราวอันแสนอบอุ่นหัวใจของผู้คนที่ต่างมาช่วยเหลือกัน ผ่านการส่งอาหาร พัสดุ และยา ดูแลเพื่อนบ้าน หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อน และแม้ว่าการแยกตัวอยู่ลำพังในเวลานี้จะยากลำบาก ผู้คนจากทุกศรัทธา หรือแม้ไร้ศาสนา ได้พบว่าเป็นโอกาสที่จะได้ชะลอ หยุดพัก และย้อนทบทวนด้วยการภาวนาหรือพินิจใคร่ครวญตนเอง
สิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าหวนรำลึกถึงการออกอากาศครั้งแรกของข้าพเจ้าเมื่อปี 1940 ที่น้องสาวของข้าพเจ้าได้ช่วยเหลือพวกเราซึ่งขณะนั้นยังเยาว์นัก ได้กล่าวจากพระราชวังวินด์เซอร์แห่งนี้ ต่อเหล่าเด็กๆ ที่ได้อพยพออกจากบ้านและถูกส่งไปอยู่ที่ห่างไกลเพื่อความปลอดภัยของพวกเขา
วันนี้ เป็นอีกครั้งที่ผู้คนมากมายอาจรู้สึกถึงความปวดร้าวของการพรากจากคนที่รัก แต่ในตอนนี้ เช่นเดียวกันกับในครั้งนั้น เราทราบอยู่ในใจส่วนลึกว่า เป็นสิ่งที่เราได้กระทำถูกต้องแล้ว
ขณะที่เราเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งก่อน มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไป ในครั้งนี้ เราได้ร่วมกับนานาประชาชาติทั่วทั้งโลกในความอุตสาหะบากบั่นประการเดียวกัน ใช้ความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ของวิทยาศาสตร์และความปรารถนาดีจากหัวใจเพื่อการรักษาเยียวยา

เราจะประสบความสำเร็จ – ความสำเร็จที่จะเป็นของพวกเราทุกๆ คน

เราพึงคลายใจได้ว่า แม้ขณะที่เรายังต้องอดทนอีกมากต่อแต่นี้ไป วันที่ดีกว่าจะกลับคืนมา เราจะได้อยู่ร่วมกับมิตรสหายอีกครั้ง เราจะได้อยู่ร่วมกับครอบครัวอีกครั้ง เราจะได้พบกันอีกครั้ง

แต่ในยามนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณและอวยพรแก่ท่านทั้งหลายทุกคน

(แปลโดย ธีรภัทร เจริญสุข)

จากลูกเรือสิงคโปร์แอร์ไลน์ สู่บุคลากรสนับสนุนงานสาธารณสุข

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักก่อนใครเพื่อน ก็คืออุตสาหกรรมการบิน ซึ่งสิงคโปร์แอร์ไลน์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อมีประกาศหยุดบินเกือบทุกเส้นทาง ทางบริษัทฯ จึงผุดไอเดียขอรับสมัครลูกเรือเฉพาะที่ถือสัญชาติสิงคโปร์และที่เป็นผู้พำนักถาวร (Permanent Resident) ในสิงคโปร์ ที่ประสงค์จะทำภารกิจสำคัญเพื่อชาติ นั่นก็คือการช่วยปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันสิงคโปร์มีโรงพยาบาล 35 แห่ง
โดยลูกเรือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ อย่างน้อย 300 คน สมัครใจเป็น Care Ambassador เพื่อช่วยงานในโรงพยาบาลต่างๆ ในสิงคโปร์ เนื่องจาก COVID-19 ทำให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ต่างๆ ที่ทำงานในโรงพยาบาลต้องกรำศึกหนัก ไม่อาจรับมือกับปริมาณผู้ป่วยและงานต่างๆ ได้ดีหรือทั่วถึงเหมือนในช่วงสถานการณ์ปกติ หรือกล่าวคือขาดแคลนกำลังคนเป็นอย่างมาก โดยทางโรงพยาบาลจะฝึกอบรมการทำงานตามมาตรฐานความปลอดภัยของสาธารณสุขให้ก่อนที่จะเริ่มต้นปฏิบัติงาน
สำหรับหน้าที่ของ Care Ambassador จะทำหน้าที่ทั่วไป เช่น งานธุรกิจ จัดคิวผู้ป่วย ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เสิร์ฟอาหาร ช่วยพยุงลุกขึ้นจากเตียง และพาไปเข้าห้องน้ำ เป็นต้น รวมถึงการรับฟีดแบ็กจากผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่มาใช้บริการ
ทั้งนี้ Care Ambassadors จะได้รับเงินเดือน และมีสัญญาจ้างงาน 3 เดือน หลังจากนั้นเจ้าตัวสามารถพิจารณาว่าอยากต่อสัญญางานไปอีก 3 เดือนหรือไม่
ล่าสุด สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อ 1,309 ราย เสียชีวิต 6 ราย รักษาหาย 320 ราย (สถิติ ณ วันที่ 6 เมษายน 2020)

เกรงใจไวรัส จัดรับปริญญาเสมือนผ่านหุ่นยนต์ที่ญี่ปุ่น

เพื่อไม่ให้บัณฑิตที่เตรียมรับปริญญาต้องสูญเสียโอกาสสำคัญในการเข้าร่วมพิธี ทาง Business Breakthrough (BBT) University ประเทศญี่ปุ่น จึงผุดไอเดียสนุกๆ ให้ผู้สำเร็จการศึกษารับปริญญาเสมือนจริงผ่านตัวแทนซึ่งเป็นหุ่นยนต์ Newme ของเครือ ANA ที่ถูกจับแต่งชุดครุย ส่วนหัวติดตั้งแท็บเล็ตที่หน้าจอแสดงภาพหน้าของบัณฑิต ที่่ส่งตรงมาจากกล้องของแต่ละคนแบบเรียลไทม์ซึ่งนั่งร่วมพิธีอยู่ที่บ้านผ่านโปรแกรม ZOOM
ล่าสุด ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อ 3,654 ราย เสียชีวิต 85 ราย รักษาหาย 575 ราย (สถิติ ณ วันที่ 6 เมษายน 2020)

Tesla โชว์ผลงานเครื่องช่วยหายใจต้นแบบ

เป็นที่ทราบกันดีว่าเครื่องช่วยหายใจ เป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่แพทย์จะใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการหนัก และขณะนี้กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนทั่วโลก เนื่องจากมีความต้องการสูงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศที่มีผู้ป่วยหนักจำนวนมาก ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 6 เมษายน 2020 ระบุว่า มีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงทั่วโลก 46,058 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 1,288,080 ราย
น่ายินดีที่ว่าในขณะนี้เราเห็นบริษัทต่างๆ หันมาช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยหลังจากที่ทีมวิศวกร Tesla ทำงานอย่างคร่ำเคร่งเพื่อออกแบบเครื่องช่วยหายใจมานานร่วม 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่ Elon Musk ซีอีโอของบริษัทฯ ประกาศว่าจะเปิดโรงงานที่นิวยอร์ก เพื่อผลิตเครื่องช่วยหายใจ ล่าสุดได้เปิดเผยผลงานต้นแบบผ่านทางช่อง Youtube ของ Tesla ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ Tesla เป็นวัสดุ
แม้ยังไม่มีกำหนดว่าเครื่องช่วยหายใจของ Tesla จะผลิตแล้วเสร็จเมื่อไหร่ วิศวกรของบริษัทฯ บอกเพียงว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเขาต้องทำ และจะทำให้มันดีที่สุด
คลิกชมรายละเอียด Tesla Ventilator

‘อาเบะ’ เตรียมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 7 จังหวัดทั่วญี่ปุ่น

หลังจากที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จึงเตรียมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เร็วสุดภายในวันอังคารที่ 7 เมษายน นี้ ภายใน 7 จังหวัด ได้แก่ โตเกียว คานากาวะ ไซตามะ ชิบะ โอซาก้า เฮียวโงะ และฟุกุโอกะ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน
โดยรัฐบาลจะประกาศหลังจากรับฟังความคิดเห็นจากคณะที่ปรึกษา ซึ่งประกาศนี้จะให้อำนาจกับผู้ว่าราชการของแต่ละจังหวัดในการกำหนดให้ประชาชนอยู่ในเคหะสถาน ไม่ออกไปข้างนอกโดยไม่จำเป็น รวมถึงให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับมาตรการต่างๆ เพื่อลดหรือยับยั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 เช่น ปิดโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ และสถานที่อื่นๆ ที่มีผุู้คนมารวมกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีอำนาจในการใช้ที่ดินและอาคารต่างๆ เพื่อสร้างหรือดัดแปลงเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว โดยมิต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของ