ปีหนึ่งซึ่งผ่านไป อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตคุณ?

505

Jürgen Klopp ได้ส่งสาส์นถึงแฟนบอล Liverpool ในสถานการณ์ COVID-19 ว่า “หากต้องเลือกระหว่างฟุตบอล และความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมในวงกว้าง ผมขอเลือกข้อหลัง”


Klopp หมายถึง การยกเลิกโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ทั้งหมดของเดือนมีนาคม เลื่อนไปเป็นต้นเดือนเมษายน
“ฟุตบอลดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในเรื่องที่สำคัญน้อยที่สุด วันนี้ฟุตบอล และการแข่งขันฟุตบอล ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย”
พูดถึง Jürgen Klopp กับสถานการณ์ COVID-19 แล้ว ทำให้ผมนึกถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งขึ้นมา
นั่นก็คือ หนังที่มีชื่อว่า The Big Year ครับ
สำหรับแวดวง “นักดูนก” แล้ว The Big Year คือรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลก

The Big Year เป็นรายการเก็บสถิติ “การดูนก” แห่ง “ทวีปอเมริกาเหนือ” ภายใต้ความร่วมมือของหลายหน่วยงาน

ไม่ว่าจะเป็น นิตยสาร Birding สมาคมนักดูนกแห่งสหรัฐอเมริกา รวมถึงภาคีองค์กรเกี่ยวกับ “การดูนก” ของ “อเมริกาเหนือ”

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นักดูนก” จากทั่วทุกมุมโลกครับ

แต่สำหรับคนนอกวงการ “นักดูนก” แล้ว ทางลัดที่ดีที่สุดในการทำความรู้จักกับ The Big Year ก็คือ การชมหนังชื่อเดียวกันนี้

The Big Year เป็นผลงานการกำกับของ David Frankel โดยมี Howard Franklin รับหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์
ด้วยความที่ Howard Franklin และ David Frankel กำหนดให้ The Big Year เป็นภาพยนตร์แนว Comedy
ดังนั้น ดารานำของหนังเรื่องนี้จึงตกเป็นภารกิจของ 3 นักแสดงตลกแถวหน้าของฮอลลีวูด อันประกอบไปด้วย Steve Martin Jack Black และ Owen Wilson ครับ

The Big Year covid-19

แม้แก่นของเรื่องจะเป็นการแก่งแย่งการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นกันใน “การดูนก” เพื่อสร้างสถิติเก็บ “ชื่อนก” ให้ได้มากที่สุดในรอบ 1 ปีปฏิทิน (1 มกราคม – 31 ธันวาคม)
แต่ Sub-plot นั้น ว่าด้วยเรื่องราวของ “การจัดการชีวิต” ไม่ว่าจะของ “นักดูนก” ในท้องเรื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผู้ชมภาพยนตร์” อย่างเราๆ
ประการหนึ่ง “งานอดิเรก” อย่าง “การดูนก” แน่นอน ขึ้นชื่อว่า “งานอดิเรก” หรือ Hobby แล้ว มันย่อมไม่ใช่วิชาชีพที่สามารถใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
และออกจะเป็น “กิจกรรมยามว่าง” ของ “ผู้มีอันจะกิน” เป็นเรื่องของ “ชนชั้นบน” ล้วนๆ ส่วนจะ “รวยมาก” หรือ “รวยน้อย” นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่จะว่าไป “กิจกรรมนี้” ก็มีชนชั้นกลางจำนวนหนึ่งซึ่งหลงรัก “การดูนก” บ้างเหมือนกัน และทำไปทำมา กลับมีปริมาณที่ไม่น้อยเสียด้วย
ซึ่งโดยส่วนใหญ่ “นักดูนก” ทั้งหมดย่อมมีพื้นเพเป็นคนรักธรรมชาติเป็นทุนเดิมอยู่ในตัว มากบ้างน้อยบ้าง
แต่มั่นใจว่าทุกคนต้องมีแน่ สำหรับการลงเรี่ยวลงแรง ทุ่มเทกายใจลงพื้นที่สำรวจ “นก” นะครับ
ยังไม่ต้องพูดถึง “การสละเวลา” ปลีกตัวจากงานประจำ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือมนุษย์เงินเดือนก็ตาม
เพราะ “เวลา” ของคนเราเท่ากัน คือ 1 วันมี 24 ชั่วโมง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 1 ปีมี 365 วัน สำหรับการเข้าแข่งขัน The Big Year
ด้วยความที่ “อเมริกาเหนือ” มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล เพราะกินดินแดนทั้งสหรัฐฯ และแคนาดา “กิจกรรมนี้” จึงน่าจะเป็นธุระของ “คนมีกะตังค์” เป็นหลัก
เพราะค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายไป “ดูนก” ในจุดต่างๆ นั้น ต้องมีเม็ดเงินลงทุนที่มากโขเอาการอยู่
พาหนะเดินทางของตัวละครในท้องเรื่อง จึงมีตั้งแต่รถยนต์ รถไฟ เรือข้ามฟาก เรือประมง เรือพาย เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ ยังไม่นับการบุกป่าฝ่าดง ขึ้นเขาลงห้วย นานัปการ

Owen Wilson รับบทเป็น Kenny Bostick “ชนชั้นกลาง” ค่อนไปทาง “สูง” เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ผู้มีสถานะเป็น “แชมป์เก่า” ของ The Big Year
ส่วนผู้ท้าชิงก็คือ Steve Martin รับบท Stu Preissler “ชนชั้นบน” ผู้บริหารระดับสูงของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ใน New York
และ Jack Black รับบท Brad Harris โปรแกรมเมอร์บริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่ง
Kenny Bostick นั้น มี “บุคลิกภาพ” และ “องค์ประกอบ” ของ “แชมป์เปี้ยน” ครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และกลเม็ดเด็ดพราย
เขายอม “ทิ้งทุกอย่าง” เพื่อสร้าง “สถิติดูนก” ในรายการ The Big Year
เพราะนั่นหมายถึง การเป็น Number One ของ “โลกนักดูนก”
แน่นอนว่า การยอม “ทิ้งทุกอย่าง” ในท้องเรื่องนั้น หมายถึง การทิ้งครอบครัว โดยเฉพาะภรรยา และอาจจะเป็นธุรกิจด้วย เพื่อแลกกับสถานะ “แชมป์เปี้ยน”
ขณะที่ Stu Preissler หนุ่มใหญ่วัยเกษียณ ก็พยายามจะเดินตามรอย Kenny Bostick ด้วยการยอม “ทิ้งทุกอย่าง” เพื่ออุทิศให้กับ The Big Year เช่นกัน
ยังดีที่ว่า ครอบครัวของเขาเต็มไปด้วยความรักความเข้าใจ
ส่วน Brad Harris นั้น จะว่าไป เขาเป็น “ชนชั้นกลาง” ค่อนมาทาง “ล่าง” ผู้ “ถูกทุกอย่างทิ้ง” ทั้งโอกาสในสังคม หน้าที่การงาน และคนรัก
โชคดีที่เขามีพรสวรรค์ทางการ “ฟังเสียงนก” เขา “หลงรักนก” เขาจึงเดินหน้าตามหาฝันในรายการ The Big Year แบบ “คนไม่มีอะไรจะเสีย”
สองข้างทางบนเส้นเรื่องของหนัง มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้ ทั้งผิดหวัง ทั้งสมหวัง
ซึ่งจะว่าเป็น นี่ก็คือเรื่องราวในชีวิตคนเรานั่นเอง ไม่ว่าคุณจะเป็น “นักดูนก” ของ The Big Year หรือเป็นผู้ชมภาพยนตร์ก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวผจญภัยของทั้ง 3 หนุ่ม ที่ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในฉากทัศน์อเมริกาเหนือเป็นเวลา 1 ปี ก็จบลงตรงที่ Kenny Bostick ยังคง “รักษาแชมป์” เอาไว้ได้
The Big Year covid-19
facebook.com/TheBigYear
ขณะที่ ดูเหมือนว่า ความพยายามทั้งของ Stu Preissler และ Brad Harris จะยังไม่ประสบผลสำเร็จ
โดยเฉพาะ Stu ได้เพียงอันดับ 4 ขณะที่ Brad ที่แม้จะเข้าแข่ง The Big Year เป็นปีแรก ทว่า ก้าวขึ้นไปถึงอันดับ 2
อย่างไรก็ดี ช่วงท้ายของหนัง หลังจากการประกาศชื่อผู้ชนะ The Big Year ในนิตยสาร Birding ทั้ง Stu และ Brad ที่นอกจากจะยอมรับผลการแข่งขันแล้ว
พวกเขายังภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ The Big Year
เพราะแม้ว่า Kenny Bostick จะเถลิงบัลลังก์แชมป์ และหลงใหลได้ปลื้มกับชัยชนะอันหอมหวาน ทว่า ข้างกายเขากลับไม่มีใคร
ขณะที่ ทั้ง Stu และ Brad ได้ฉลองอันดับ 4 และรองแชมป์เคียงข้างครอบครัวอันเป็นที่รัก
Brad บอกกับ Stu ว่า อย่าเสียใจไปเลยเพื่อน เพราะ “เราชนะ”
แม้ว่าจะแพ้ แต่ “เราชนะ”
เพราะนี่คือชัยชนะในความหมายของความพยายาม
นี่คือชัยชนะในความหมายของการเติมเต็มชีวิตไม่ให้ขาดพร่อง เพียงเพราะทุ่มมันให้กับการแข่งขันแต่เพียงด้านเดียว
ชนะในความหมายของการมีอยู่ ที่ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะทั้งมวล
และ “แชมป์ดูนก” จะหมดสิ้นความสำคัญลงไปทันที หากว่าต้องยอม “ทิ้งทุกอย่าง” ที่มีค่ามากกว่านั้น
เหมือนกับที่ Jürgen Klopp ได้บอกกับแฟนบอลในสถานการณ์ COVID-19 ว่า “หากต้องเลือกระหว่างฟุตบอล และความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมในวงกว้าง ผมขอเลือกข้อหลัง”

ชอบดูหนังใช่ไหม บทความเหล่านี้อาจถูกใจคุณ

10 ภาพยนตร์เปลี่ยนชีวิต ที่ดูแล้วไม่ดราม่าแต่สร้างแรงใจในชีวิต

Parasite หนังสะท้อนอนาคต “สังคม Dystopia”

Wonder หนังดีต่อใจ ดูได้ทั้งครอบครัว

หนังดี ที่นักการศึกษาต้องดู ‘Waiting for Superman’

7 หนัง อนิเมะ สตูดิโอจิบลิ สร้างแรงบันดาลใจ ปลุกจินตนาการเกินคาด