สมชัย เลิศสุทธิวงค์ : วิชันส์ ไม่สำคัญเท่า แอ็คชัน แก้วิกฤต COVID-19 ด้วย “5G ที่จับต้องได้ สำหรับทุกชีวิต”

845

หลังจากส่องแนวทางการแก้ปัญหาโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ในประเทศจีน แล้วเขียนออกมาเป็นบทความ โรคระบาดครั้งใหญ่ สอนให้รู้ว่า จีนใช้ 5G แก้ปัญหาและพัฒนาระบบสาธารณสุขอย่างไร ผู้เขียนก็ย้อนคิดถึงเมืองไทยว่า มี 5G แล้ว เคยไปดู หุ่นยนต์คุณหมอ ตัวจริงที่ใช้รักษาคนไข้ผ่าน Telemedicine แล้ว ยังมีการใช้ประโยชน์จาก 5G ด้านอื่นๆ อีกหรือไม่ 

ขณะที่ SALIKA ก็ Work From Home เช่นเดียวกับหลายบริษัท แต่มีโอกาสพิเศษได้พูดคุยผ่านแอปพลิเคชัน Zooom กับ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส ซึ่งก็ใช้เวลา Work from Home เป็นส่วนใหญ่เช่นกัน จึงได้รับทราบวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรที่มุ่งใช้โซลูชันส์แก้วิกฤต พร้อมกับได้ไขข้องใจด้วยว่า ทางเอไอเอสใช้ประโยชน์ 5G ในภาวะวิกฤตนี้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร

Vision to Action ของหัวเรือใหญ่ค่ายเอไอเอส

จากจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนมกราคมกุมภาพันธ์  ตามมาด้วยข่าวที่รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมาก คงมีผู้นำหรือผู้บริหารชาวไทยไม่มากนักที่มองว่า เราอาจได้รับผลกระทบ และควรเตรียมการตั้งรับไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ 
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส
จากการคลุกคลีอยู่ในแวดวงโทรคมนาคมและอัปเดตความเป็นไปรอบโลกอยู่เสมอ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ จุดประกายให้ ลูกทีมเอไอเอส ทดลองทำงานจากที่บ้านก่อนที่ พ...ฉุกเฉินจะออกมาบังคับใช้ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ จึงออกประกาศอย่างเป็นทางการให้พนักงาน 80% Work From Home ได้ แต่พนักงานด่านหน้าอีก 20% ที่ยังต้องไปทำงานหรือต้องพบเจอลูกค้าตามสาขาต่างๆ ทางเอไอเอสจัดเตรียมหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ เครื่องวัดอุณหภูมิ ไว้รองรับ เพื่อให้พนักงานใช้ดูแลตัวเองและเฝ้าระวังโรค ตามนโยบายด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีของบริษัท 

ในฐานะที่เป็นองค์กรด้านเทคโนโลยีและโทรคมนาคม บริการของเราจะหยุดชะงักไม่ได้ และอาจมีพนักงานบางส่วนที่ยังต้องเข้าออฟฟิศบ้าง แต่เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่พนักงานอาจติดเชื้อจากการใช้บริการขนส่งสาธารณะ จึงบอกหัวหน้าทีมให้เลือกลูกทีมที่ขับรถส่วนตัวมาทำงานเท่านั้น และถ้ามากันหลายทีม ต้องมีระดับ Supervisor อย่างน้อย 1 คน เข้ามาทำงานด้วย สมชัยกล่าว และยังบอกเพิ่มอีกว่า จากการคาดการณ์ถึงความเสี่ยง บริษัทจึงออกกฎห้ามพนักงานเดินทางไปยังประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์แล้ว


โรคระบาดนำมาสู่ภารกิจ #AISสู้ภัยโควิด19

เมื่อเริ่มมีคนไทยติดเชื้อ COVID-19 และเชื้อแพร่กระจายออกไปหลายพื้นที่ ตัวเลขผู้เสียชีวิตก็เพิ่มสูงขึ้น บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยติดเชื้อทำงานหนักขึ้น บ้างก็ติดเชื้อ เอไอเอสซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จึงนำเทคโนโลยี 5G มาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งหลังจากการพูดคุยซักถามจากหัวเรือใหญ่ค่ายเอไอเอส SALIKA สรุปการพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก AIS 5G ในภาวะวิกฤตได้ดังนี้
เอไอเอส สนับสนุนระบบสื่อสารให้ รพ.สุราษฏร์ธานี
เอไอเอส ส่งมอบ Face Shield หน้ากากป้องกันละอองฝอย
  • ติดตั้งเครือข่าย 5G เพื่อใช้ใน 20 โรงพยาบาลที่รับรักษาผู้ป่วย COVID-19
เพื่อรองรับงานด้านสาธารณสุขและการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีและโซลูชันส์ทางการแพทย์ ซึ่งต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและการตอบสนองที่รวดเร็วอย่างยิ่ง เอไอเอสจึงวางแผนขยาย Coverage 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 130 โรงพยาบาล ในต่างจังหวัดอีก 8 โรงพยาบาล รวมทั้งสิ้น 158 โรงพยาบาล ภายในเดือนเมษายน 2563 ทั้งยังสนับสนุนระบบสื่อสาร ได้แก่ AIS FIBRE, 4G, AIS Super WiFi และสมาร์ทดีไวซ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในโรงพยาบาลขึ้นอีกระดับ

เอไอเอส ร่วม วิศวะจุฬา นำ 5G เพิ่มขีดความสามารถหุ่นยนต์อัจฉริยะดูแลผู้ป่วย หรือที่เรียกว่า หุ่นยนต์คุณหมอ

  • ใช้การรับส่งข้อมูลอย่างรวดเร็วผ่าน 5G หนุนการสร้างหุ่นยนต์ Telemedicine ให้คำปรึกษาและโต้ตอบระยะไกล
ด้วยคุณสมบัติของ 5G ที่มีความหน่วงต่ำ แต่สั่งการและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีการใช้งานอุปกรณ์ IoT ขึ้นมากมาย และสิ่งหนึ่งที่วงการสาธารณสุขต้องการอย่างมากคือ หุ่นยนต์ 5G เพื่อช่วยงานแพทย์และพยาบาลในวิกฤต COVID-19 เอไอเอสจึงนำ 5G มาหนุนการสร้าง หุ่นยนต์ Telemedicine เพื่อช่วยทำงานในพื้นที่กักกัน ช่วยสังเกตการณ์ และเป็นตัวกลางในการให้คำปรึกษาระยะไกลระหว่างแพทย์และผู้ป่วย และจากวิกฤตการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ บุคลากรทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอ เอไอเอสจึงอนุมัติงบ 100 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อหุ่นยนต์จากต่างประเทศมาพัฒนาเพิ่ม, เพื่อติดตั้ง 5G ช่วยบุคลากรทางการแพทย์อีก 158 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อบริจาค ฯลฯ

ศูนย์เฉพาะกิจ AIS Robotic Lab by AIS NEXT
รวลพลหุ่นยนต์หลากรูปแบบ

  • ใช้ 5G หนุนการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ใน AIS Robotic Lab 
เพื่อเข้าถึงและเข้าใจความต้องการหุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์ด้านสาธารณสุข เอไอเอสยังจัดสรรงบมาสร้างศูนย์เฉพาะกิจ ‘AIS Robotic Lab by AIS NEXT’ โดยหลังจากบริษัทนำเข้าหุ่นยนต์มาพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อใน AIS Robotic Lab เอไอเอสผนึกกำลังกับพาร์ทเนอร์เพื่อเสริมประสิทธิภาพของหุ่นยนต์เพื่อการใช้งานในวงการแพทย์ทั้งบริษัทซอฟต์แวร์สถาบันการศึกษาบุคลากรทางการแพทย์นักวิจัยนักพัฒนาที่เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเพื่อสร้างหุ่นยนต์ที่มีฟังก์ชันตรงตามความต้องการเฉพาะของแต่ละโรงพยาบาล

ต้องย้อนพูดถึง AIS NEXT ที่เราตั้งขึ้นมาเพื่อคิดค้นนวัตกรรม พอเกิดวิกฤต COVID-19 ก็ดึงทีมมาร่วมพัฒนาหุ่นยนต์ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเรียนรู้และมีประสบการณ์เพิ่มเติมด้านการสร้างหุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์เฉพาะด้าน  ซีอีโอสมชัยกล่าว และยังบอกด้วยว่า AIS Robotic Lab เปิดกว้างสำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ ได้

AIS พัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ 5G เวอร์ชั่นใหม่ ROBOT FOR CARE

  • ใช้ 5G พัฒนา ‘ROBOT FOR CARE’ หุ่นยนต์เวอร์ชันใหม่ ตอบสนองไว ช่วยงานในวอร์ดผู้ป่วยติดเชื้อ

ด้านการส่งมอบ ROBOT FOR CARE (หุ่นยนต์ Telemedicine) ทาง AIS Robotic Lab กำลังทยอยส่งหุ่นยนต์ 21 ตัว ให้แก่โรงพยาบาล 20 แห่ง ที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 เพื่อให้หุ่นยนต์ดังกล่าวทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหมอและพยาบาลภายในวอร์ดผู้ป่วยติดเชื้อ จากปกติ เมื่อมีผู้ป่วยแอดมิท หมอและพยาบาลต้องสวมชุด PPE เข้าไปตรวจอาการ วัดไข้ แต่พอมีหุ่นยนต์ ROBOT FOR CARE เข้าไปทำเทอร์โมสแกนวัดอุณหภูมิ มีจอให้ VDO CALL กับแพทย์ที่สังเกตอาการอยู่ด้านนอกผ่านเทคโนโลยี 5G ด้วยการตอบสนองอย่างรวดเร็วกว่าระบบอินเทอร์เน็ตที่เคยมี จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจรักษาได้อย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญ ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อให้แก่แพทย์และพยาบาลได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันและชุด PPE

เอไอเอส ติดตั้งเครือข่าย 5G

ภายใต้ภารกิจ #AISสู้ภัยโควิด19 ด้วย 5G ยังมีอีกประเด็นที่อยู่นอกเหนือจากงานสาธารณสุข

กล่าวคือ เมื่อรัฐขอความร่วมมือให้คนไทยเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing), อยู่บ้าน ต้านเชื้อ เพื่อชาติ, ไม่รวมกลุ่มทำกิจกรรมในช่วงนี้, สั่งปิดสถานศึกษา ตลอดจนออก พ...ฉุกเฉิน เพื่อลดการแพร่เชื้อ COVID-19 นักเรียน นักศึกษา จึงต้องเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์ คนทำงานก็ต้อง Work From Home ส่งผลให้ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉลี่ย 20% ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตโรคระบาดจะยุติลงเมื่อไร เอไอเอสจึงเพิ่มการพัฒนาโครงข่าย 5G จากแผนเดิมอีก 3 เท่า รวมถึงขยายฟิกซ์ บรอดแบนด์ เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งาน (capacity) อินเทอร์เน็ตที่อาจเพิ่มถึง 30% ได้

การใช้ 5G ในภาวะวิกฤตดังที่กล่าวมา จึงเป็นบทพิสูจน์ประสิทธิภาพของระบบ AIS 5G ที่ไม่ได้เป็นเพียง วิชันส์ แต่เป็น แอ็คชัน ที่ส่งผลต่อชีวิตคนไทยอย่างมีนัยสำคัญ

[บทความนี้เป็น Advertorial]


5G สามารถเปลี่ยนประเทศได้ขนาดไหน เราอยากให้คุณลองอ่านบทความด้านล่างนี้

โรคระบาดครั้งใหญ่ สอนให้รู้ว่า จีนใช้ 5G แก้ปัญหาและพัฒนาระบบสาธารณสุขอย่างไร

5G Used Case : เผย 6 ตัวอย่างการใช้งานเครือข่าย AIS ก่อนเป็นเมืองอัจฉริยะ

10 เทรนด์เทคโนโลยี ปี 2020 เปลี่ยนโลก ชี้ 5G ตัวแปรสำคัญ พลิกโฉมเศรษฐกิจยุคใหม่

วิเคราะห์ Disruption ที่จะเกิดกับวงการสื่อ เมื่อ 5G, 8K Video และ Deepfake AI มาเต็ม!