ศตวรรษที่ 21 : ยุคที่ ‘เทคโนโลยี’ และ ‘เชื้อโรค’ ทำให้โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

331

การรักษาชีวิตและสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ในการดิ้นรนของทุกกลุ่มชนในทุกพื้นที่ของสังคมโลกวันนี้ วาทกรรมที่ผลิตสร้างจากความคิดการเมืองเก่าที่ว่า “เสรีภาพต้องมาก่อนสุขภาพ” นั้น กลายเป็นประโยคเพ้อเจ้อเปื้อนความคิดการเมืองโบราณเก่าครึที่ทำได้แค่ป่วนสังคม สร้างความป่วยไข้และแตกแยก แต่วันนี้ไร้คนสนใจ! ทุกคนต่างหันไปดูแลรักษาตัวเองให้พ้นจากหายะการระบาดรุนแรงของไวรัสร้าย โรคอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 ที่เล่นงานโลกทั้งใบอย่างสาหัสสากรรจ์ในขณะนี้!


นับแต่โลกก้าวข้ามกาลเวลาสู่ศตวรรษที่ 21 การปรากฏผงาดขึ้นของจีนจากซีกโลกตะวันออก ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกมากมาย รุนแรง และรวดเร็ว แบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน!
ภาพการพัฒนาประเทศของโลกสังคมนิยมอย่างจีนฉายฉานเจิดจรัสตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 จีนได้ใช้พลังความเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรม เทคโนโลยี ผสานเข้ากับพลังการเมืองการปกครองแบบสังคมนิยม รื้อสร้างเศรษฐกิจการค้าและความก้าวหน้ายุคใหม่ให้กับโลก และขจัดความยากจนที่กระจายอยู่ในจีนกว่า 800 ล้านคนลงภายในไม่ถึงทศวรรษ!

นั่นหมายถึง จีนได้ปรับสร้างภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐกิจโลกอย่างมีเป้าหมาย ท่ามกลางการกีดกันบ่อนทำลายทุกวิถีทางของอเมริกา แต่ก็ไม่อาจหยุดอิทธิพลและพลังเศรษฐกิจ-การค้าของจีนในศตวรรษใหม่ลงได้ จนวันนี้จีนฉายฉานเรืองรองสุกสว่างไม่หยุด!

ต่อมาไม่นาน โลกก็เผชิญวิกฤตจาก “ไวรัสโคโรนา” ที่อเมริกาพยายามยัดเยียดให้จีนเป็น “ผู้ร้ายโลก” ด้วยการเรียกขานว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” แต่จีนและโลกไม่เล่นด้วย อาศัยงานวิจัยทางการแพทย์ที่ร่วมกันสืบค้นต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างจาก 12 ประเทศใน 4 ทวีป ที่พบเชื้อนี้ จนได้ข้อสรุปว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้มีต้นกำเนิดที่จีน แต่นำเข้าจีนไวรัสจากนอกประเทศ
แถมต่อมาสถานีโทรทัศน์อาซาฮี สัญชาติญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ไวรัสนี้อาจมีต้นกำเนิดจากอเมริกา! และมีการนำเสนอเรื่องนี้หลายทฤษฎี จนถึงขั้นชี้ว่า เป็นเรื่องสมคบคิดที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งล้วนพุ่งเป้าไปที่อเมริกาเป็นส่วนใหญ่ ทำให้อเมริกาสงบปากสงบคำลงในที่สุด!

ศตวรรษที่ 21 เชื้อโรค

การระบาดในจีนตั้งแต่ช่วงธันวาคมในปีที่ผ่านมา จีนระดมสรรพกำลังและมาตรการบริหารจัดการเต็มความสามารถ โดยใช้เวลาราว 3 เดือน จีนก็ค่อยๆ ควบคุมได้และค่อยๆ ปรับปลดลดมาตรการผ่อนปรนในประเทศลง ขณะที่วิกฤตนี้แพร่กระจายไปในโลกตะวันตก ปรากฏความเลวร้ายรุนแรงที่อิตาลี ยุโรป ต่อมาก็พุ่งตรงเข้าสหรัฐอเมริกา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5 อันดับแรกของโลก แพร่กระจายอยู่ในอเมริกาและยุโรป
ไม่ว่าจะด้วยมูลเหตุใดก็ตาม ประเทศที่เคยเป็นต้นแบบด้านสาธารณสุข ต้นแบบทางการเมือง ต้นแบบการจัดการทางสาธารณสุขและสังคม วันนี้กลับพ่ายแพ้ยับเยินเมื่อเจอกับโรคระบาดในโลกที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
นี่คือภาพจริงสัมผัสเห็นพร้อมกันทั่วโลก!

ยุโรป covid-19

แม้มนุษยชาติจะผ่านสถานการณ์โรคระบาดมาหลายครั้ง แต่โลกที่เปลี่ยนแปลง สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และความคิดความเชื่อในการจัดการรับมือกับปัญหาวันนี้ ไม่เหมือนโลกใบเดิมอีกต่อไปแล้ว!
จีนในโลกความคิดและการปกครองแบบสังคมนิยม อาศัยภูมิรัฐศาสตร์จัดการปัญหาอย่างรวดเร็ว-เฉียบขาด จนได้ผลอย่างน่าภาคภูมิใจ รัฐในแบบจีนและในหลายประเทศในเอเชีย ดำรงสถานะของผู้อุปถัมภ์ที่ดี น่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับ ได้รับความร่วมมือจากประชาชน และนำเทคโนโลยีที่มีเข้าจัดการปัญหาทะลุทะลวงจน “เอาอยู่”
ส่วนในซีกโลกศิวิไลซ์ต้นแบบประชาธิปไตย ที่มากมายด้วยวาทกรรมและอำนาจครอบครองชี้นำโลก กลับ “เอาไม่อยู่” และย่อยยับพ่ายแพ้ กรณีของสหรัฐอเมริกา วันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อกว่า 4 แสนคน ยังเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน และอีกไม่นานคงจะทะลุครึ่งล้าน!
แม้ในช่วงการระบาดสั้นๆ ผู้คนในอเมริการเสียชีวิตจากการติดเชื้อจำนวนมาก…มากกว่าการสูญเสียครั้งสงครามเวียดนาม หรือช่วงเหตุการณ์ 9-11 อยู่มาก!
นี่คือสภาพบ้านเมืองที่อเมริกากำลังเผชิญอยู่

ขณะที่ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO องค์กรโลกบาลด้านสาธารณสุขที่เห็นได้ชัดในวันนี้ว่า ไร้น้ำยา ไม่เก่งแกร่งเหมือนในอดีต! ไม่กระตือรือร้นแต่ต้นมือ เมื่อครั้งที่ได้รับแจ้งเตือนว่าเริ่มมีการระบาดที่จีน ก็มาประกาศเอาเมื่อหลายประเทศแพร่กระจายเชื้อไปในวงกว้างว่าเป็น “การระบาดใหญ่” ก็ตอนหลายประเทศใกล้ร่อแร่รุนแรงแล้ว

ศตวรรษที่ 21 เชื้อโรค
แถมมีคำเตือนที่ปลิ้นไป-ปลิ้นมา
ครั้งแรก…ให้ใส่หน้ากากอนามัยเฉพาะคนที่ได้รับเชื้อเท่านั้น
ไม่กี่วันที่ผ่านมา เพิ่งจะเห็นความสำคัญของการป้องกันด้วยหน้ากากอนามัย! จึงออกมาแจ้งเตือนให้ทุกคนใส่หน้ากาอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
เรียกว่าการนำของ WHO ตกต่ำ เดินตามโรค ไร้น้ำยา!!!
เป็นที่รู้กันดีว่า การเผชิญปัญหาการระบาดของโควิด-19 ไม่ทำให้โลกเผชิญกับปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่ลุกลามถึงเรื่องเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะถดถอยอย่างมีนัยสำคัญ สงครามการค้าก็จะรุนแรงขึ้นจนก่อผลในหลายมิติ อย่างน้อยใน 3 ประเด็นสำคัญคือ
  • การผลิตที่จะชะลอตัวลง ส่งผลต่อการเข้าสู่สภาวะถดถอย
  • การทำให้ความเคลื่อนตัวของโลกาภิวัตน์ขาดเป็นท่อนๆ ห่วงโซ่อุปทานขาดตอน ประเทศต่างๆ สะดุดตัดออกจากการเชื่อมต่อแบบเดิมๆ 
  • การดิ้นรนเอาตัวรอดของแต่ละประเทศ เป็นการดิ้นรนที่ต้องจัดปรับตัวเองเพื่อเอาตัวรอด ในแบบที่ต้องยึดตัวเองเป็นหลัก ไม่ใช่การดำรงอยู่แบบเดิมๆ อีก 
นี่คืออีกมิติที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งในกระแสเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความร่วมมือกันระหว่างประเทศ!

ศตวรรษที่ 21 เชื้อโรค

ความร่วมมือและการลงรอยกันของสหรัฐกับจีน สหรัฐกับยุโรป และสหรัฐกับประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กันจะมีความเคลื่อนไหวในทิศทางใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว และแน่นอนว่าภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ของโลกวันนี้จะใช้ทฤษฎีเดิมๆ ไม่ได้อีกต่อไปหลังการระบาดของโควิด-19 ยุติลง 

หันมาดูสภาพบ้านเมืองไทยที่ค่อยๆ รับมือ ปรับตัวเอง ป้องกันและจัดการกับ “อารมณ์ของสังคมโดยรวม” ที่หลายฝ่ายชี้ว่ามาถูกทางแล้ว ด้วยคุณภาพ-ประสิทธิภาพการสาธารณสุขไทยที่ดีอันดับต้นๆ ของโลก วันนี้ความทุ่มเทจากการสาธารณสุข การแพทย์ พยาบาล ตั้งแต่ยอดพิระมิดถึงรากหญ้าอย่าง ผสส. อสม. ในทุกหมู่บ้าน ล้วนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและคุณภาพอย่างเต็มที่ (แม้ต้องเจอเสียงจับผิด-ตำหนิติติงจากพวกคลั่งการเมือง ที่มองทุกเหตุการณ์-ทุกสถานการณ์ผ่านมิติการเมืองอย่างป่วยไข้อึดอัดขัดแย้ง!)

ศตวรรษที่ 21 เชื้อโรค

ศตวรรษที่ 21 เชื้อโรค
www.thaigov.go.th
เราต้องมั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีได้ใช้กฏหมายฉุกเฉินยึดอำนาจจากการเมือง ตั้ง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด โดยตรง และเร่งออกมาตรการทางเศรษฐกิจ-สังคมอย่างที่ผ่านมา รวมถึงการจัดการระบบการคัดกรอง-ดูแลคนไทยทุกระบบ ซึ่งเปรียบเทียบกับทุกประเทศในโลกได้แบบไม่เป็นรองใคร

การก้าวเดินในโลกศตวรรษที่ 21 ที่เทคโนโลยีและเชื้อโรคมีบทบาทในการเปลี่ยนโลกนั้น จะส่งผลให้โลกไม่เป็นเหมือนอย่างเคยอีกต่อไป!

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าสภาพของการแพร่ระบาด-การจัดการเรื่องนี้ต้องอาศัยเวลานาน น่าจะครึ่งค่อนปีกว่าจะเข้าที่! ด้วยเหตุนี้ ความร่วมมือจากประชาชนและมาตรการการบริหารจัดการที่มีทิศทางแม่นตรงกับสถานการณ์ จะช่วยให้เรามีวันข้างหน้าที่ดีร่วมกันได้

 

 

เรื่อง : Apichartology