COVID-19 Global Report Vol.14

155

‘อู่ฮั่น’ เฮ! ถึงเวลาเปิดเมือง หลังล็อกดาวน์นาน 2 เดือน

อู่ฮั่น เมืองที่เป็นต้นกำเนิดและศูนย์กลางการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่ต้น ได้เวลาที่ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงกับปกติแล้ว หลังจากตัดขาดจากโลกภายนอกนานถึง 2 เดือน หลายคนที่ติดค้างอยู่ในอู่ฮั่นก็ถึงเวลากลับบ้านเกิดเมืองนอน
จากก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงงานต่างๆ เริ่มทยอยเปิดกิจการเมื่อครึ่งเดือนที่ผ่านมา ถนนที่เคยโล่งและเงียบเหงาตลอดทั้งวัน ทั้งคืน ก็มีรถราวิ่งกันขวักไขว่กว่า 400,000 คัน และตำรวจจราจรอู่ฮั่นคาดว่าตัวเลขนี้จะพุ่งแบบก้าวกระโดดเป็น 1.8 ล้านคัน ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2020 ซึ่งเป็นวันแรกที่กลับมาเปิดเมือง
ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติอู่ฮั่น เทียนเหอ เริ่มมีบรรยากาศคึกคัก โดยคาดว่าจะมีเที่ยวบินภายในประเทศจีนมากกว่า 200 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันแรกที่เปิดเมืองอีกครั้ง
ทั้งหมดนี้ยังคงอยู่ภายใต้มาตรการการรับมือกับ COVID-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ฝันร้ายกลับมาเยือนอีก โดยเฉพาะการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การสวมหน้ากากอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคในสถานที่โดยสารต่างๆ

เสพศิลปะ-วัฒนธรรมผ่านพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง แม้จะ #StayHome
การใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน เพื่อร่วมด่้วยช่วยกันดึงกราฟจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ให้ดิ่งลง อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเบื่อหน่าย เฉื่อยชา จนไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี โดยเฉพาะสายศิลปะและวัฒนธรรมที่มักจะตระเวนออกไปเที่ยวชมนิทรรศการ และงานแสดงต่างๆ เป็นประจำ แต่เมื่อสถานที่และกิจกรรมเหล่านี้ถูกปิด ก็ไม่ใช่ว่าจะสิ้นทางเลือกเสียทีเดียว เพราะยังมี Virtual Museum หรือพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงให้บริการอยู่ เพียงเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็เที่ยวชมกิจกรรมโปรดได้
เริ่มกันที่ Google Arts & Culture’s Collection กับพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง 12 แห่งทั่วโลก ได้แก่ British Museum (ลอนดอน) Guggenheim Museum (นิวยอร์ก) National Gallery of Art (วอชิงตัน ดีซี) Musée d’Orsay (ปารีส) National Museum of Modern and Contemporary Art (โซล) Pergamon Museum (เบอร์ลิน) Rijksmuseum (อัมสเตอร์ดัม) Van Gogh Museum (อัมสเตอร์ดัม) J. Paul Getty Museum (ลอสแอนเจลิส) Uffizi Gallery (ฟลอเรนซ์) MASP (เซาเปาโล) และ National Museum of Anthropology (เม็กซิโกซิตี้) เปิดบริการให้คนทั่วโลกเข้าเยี่ยมชมแบบออนไลน์ ในรูปแบบคล้ายกับการดู Google Street View สามารถเดินเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ด้วยเองทุกชั้น ทุกซอก ทุกมุม ชมให้เต็มอิ่มเท่าที่อยากชม ดูได้แบบเพลินๆ แก้เครียดได้ดีทีเดียว
ขณะที่ The Metropolitan Museum of Art หรือ The Met ให้บริการดูโอเปร่าผ่านฟรีสตรีมมิ่งแบบสดๆ ด้วยความชัดระดับ HD ภายใต้ธีม Nightly Met Opera Streams รวมความยาวกว่า23 ชั่วโมง

Nightly Met Opera Streams: Verdi's Macbeth

In 2014, soprano Anna Netrebko brought down the house in her Met role debut as the cunning Lady Macbeth. Watch her unforgettable performance in Verdi’s gripping Shakespeare adaptation as part of our series of free Nightly Met Opera Streams. The opera will be available tonight, April 4, at 7:30PM EDT until tomorrow, April 5, at 6:30PM EDT.Enhance your viewing experience with curated supplementary content—including Playbills, podcasts, articles, and more—at the link below, and access the free stream at metopera.org and on all Met Opera on Demand apps.Learn More: bit.ly/2wKT4RF

โพสต์โดย The Metropolitan Opera เมื่อ วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2020

WHO หวั่นรับมือ COVID-19 ลำบาก เพราะโลกขาดแคลน ‘พยาบาล’ กว่า 6 ล้านคน

ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีวี่แววว่าจะหยุดยั้ง ทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) เกิดความกังวล ถึงกับต้องออกมาเตือนว่า วิกฤติ COVID-19 เร่งเร้าให้ภาวะขาดแคลน ‘พยาบาล’ อย่างรุนแรงเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความพยายามในการรักษาผู้ป่วยด้วยโรคนี้ รวมถึงเพื่อรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บต่างอีกมากมายด้วย ดังนั้นจึงควรเร่งผลิตพยาบาลให้ได้อย่างน้อยประมาณ 6 ล้านคน ภายในปี 2030 โดยเฉพาะในประเทศยากจนและประเทศที่ยังติดกับดักรายได้ปานกลางถึงต่ำ
โดย WHO ร่วมมือกับสภาการพยาบาลระหว่างประเทศ ตีพิมพ์รายงานว่าด้วยการพยาบาลฉบับปฐมฤกษ์ออกมาในวันอนามัยโลกประจำปีนี้ ซึ่งเสนอข้อมูลที่รวบรวมจาก 191 ประเทศเกี่ยวกับบทบาทการทำงานสำคัญๆ ของเหล่าพยาบาล หนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่คนทั่วไปมักมองข้ามและประเมินค่าต่ำไป
ในรายงานฉบับนี้ เสนอข้อมูลจากผลสำรวจเกี่ยวกับกรณีการที่พยาบาลถูกล่วงละเมิดต่างๆ รวมทั้งการถูกดูถูกเหยียดหยาม หมิ่นเกียรติ และเลือกปฏิบัติ และการที่ต้องทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานภายใต้ภาวะที่กดดัน แต่ได้รับค่าตอบแทนที่ต่ำ
ตำแหน่งพยาบาลนั้นมีสัดส่วนกว่าครึ่งของเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสาธารณสุขทั่วโลก และเป็นเสมือนกระดูกสันหลังของระบบสาธารณสุขอีกด้วย แต่ขณะนี้ มีผู้ทำหน้าที่พยาบาลอยู่ไม่ถึง 28 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งต่ำกว่าระดับที่ควรมีเกือบ 6 ล้านคน โดยพื้นที่ที่มีสัดส่วนพยาบาลต่ำมากที่สุดคือ แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมดิเตอเรเนียนตะวันออก และบางส่วนของอเมริกาใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีรายได้ต่ำ และประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงต่ำ
ดังนั้นการรับมือกับ COVID-19 ที่มีผู้ป่วยนับล้านรายทั่วโลก ด้วยพื้นฐานที่ขาดแคลนอย่างหนักนี้ จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก และน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก
ส่วนประเทศร่ำรวยจำนวนมากไม่ได้ผลิตบุคลากรด้านพยาบาลออกมาเพียงพอที่จะรองรับกับความต้องการในประเทศของตน และใช้วิธีจ้างพยาบาลจากประเทศที่ยากจนกว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนที่สูงเพื่อดึงดูดบุคลากรเหล่านี้ เช่น สหรัฐอเมริกานิยมจ้างพยาบาลจากฟิลิปปินส์ ทำให้เกิดการสมองไหล โดยนับตั้งแต่ยุค 1960 เป็นต้นมา มีพยาบาลฟิลิปปินส์ที่อพยพมาทำงานที่สหรัฐอเมริกามากกว่า 150,000 คน
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ในระยะยาว จึงควรกรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมการทำงานในประเทศที่มีปัญหาพยาบาลสมองไหล ที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของค่าตอบแทน แต่รวมทั้งความปลอดภัยต่างๆ ในระหว่างปฏิบัติงานด้วย ขณะที่ทั่วโลกควรลงทุนอย่างจริงจัง และทุ่มเม็ดเงินจำนวนมากเพื่อการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์
รายงานล่าสุดจาก WHO ระบุว่าทั่วโลกมีพยาบาล 27.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นในระหว่างปี 2013-2018 ราว 4.7 ล้านคน โดย 80% ของพยาบาลอยู่ในประเทศที่มีจำนวนประชากรรวมกันราวครึ่งหนึ่งของประชากรโลกทั้งหมด นั่นหมายความว่าพยาบาลอีก 20% ต้องดูแลและรักษาประชากรอีกกว่าครึ่งโลกเลยทีเดียว

‘ฟินแลนด์’ เริ่มตรวจหาผู้ที่มีสารภูมิต้านทานแบบสุ่ม
แม้ฟินแลนด์จะมีผู้ติดเชื้อไม่ถึง 3,000 ราย ไม่มากเหมือนอีกหลายประเทศในทวีปยุโรป ที่มีผู้ติดเชื้อเรือนหมื่น เรือนแสน แต่ก็ได้เริ่มวิธีการตรวจหาผู้ที่มีสารภูมิต้านทาน (Antibody) ด้วยการสุ่ม โดยเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลหลักๆ จะส่งอีเมลแบบสุ่ม เพื่อเชิญประชากรทุกเพศ ทุกวัย เข้ามารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 รวมถึงกลุ่มผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ด้วย โดยจะเริ่มตรวจในภูมิภาคที่อยู่รอบๆ กรุงเฮลซิงกิ ผลตรวจที่ได้จะถูกนำไปประมวลผล และประเมินว่ามีประชากรมากเพียงใดที่มีภูมิคุ้มกัน COVID-19 แล้ว เพื่อให้รัฐบาลสรรหามาตรการในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของผู้ติดเชื่้อที่มีประสิทธิภาพต่อไป
ณ วันที่ 8 เมษายน 2020 ฟินแลนด์มีผู้ติดเชื้อ 2,487 ราย เสียชีวิต 40 ราย รักษาหาย 300 ราย

‘มาเลเซีย’ เตรียมแจกหน้ากากอนามัย 24.62 ล้านชิ้น ย้ำ! ใช้เฉพาะเมื่อมีอาการป่วยเท่านั้น

ตัวเลขผู้ติดเชื้อมาเลเซีย ยืนหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีมาตรการล็อกดาวน์ไปตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม 2020 และต่อมาขยายคำสั่งถึงวันที่ 14 เมษายน นี้ ล่าสุดเตรียมแจกหน้ากากอนามัยจำนวนมหาศาล 24.62 ล้านชิ้น (มาเลเซียมีประชากรราว 32.36 ล้านคน) โดยแจกให้ครัวเรือนละ 4 ชิ้น ในขณะที่ทั่วโลก ต่างประสบปัญหาขาดแคลนเวชภัณฑ์เพื่อรับมือกับ COVID-19 แต่มาเลเซียกลับไม่เผชิญกับวิกฤตดังกล่าว เพราะอย่างน้อยๆ มาเลเซียก็เป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดของโลก แถมยังมีวัตถุดิบเหลือเฟือ ขณะที่ตอนนี้ก็ยังไม่มีรายงานว่าบุคลากรทางการแพทย์ของมาเลเซียติดเชื้อจากการรักษาผู้ป่วยแม้แต่รายเดียว
ณ วันที่ 8 เมษายน 2020 มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อ 4,119 เสียชีวิต 65 ราย รักษาหาย 1,487 ราย