‘ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์’ แนะหลังวิกฤต COVID-19 ต้องปรับตัวขนานใหญ่ เพื่อก้าวสู่ 6 เศรษฐกิจแห่งอนาคต

2499

การแก้ไข้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งที่หลายคนกำลังทำอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้อยู่รอดจากพิษ COVID-19 แต่จะดีกว่านั้นหากเตรียมการวางแผนล่วงหน้าว่าในอนาคตจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเองหรือธุรกิจอย่างไรบ้าง เพราะโลกหลัง COVID-19 จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อะไรที่คุ้ยเคย อะไรที่เคยทำได้แล้วประสบความสำเร็จ อาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่อีกต่อไป คำแนะนำจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เจ้ากระทรวง อว. จึงน่าสนใจและในเบื้องต้น ทุกคนสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง เผื่อว่าจะผุดพรายไอเดียเด็ด จากข้อมูลในรูปแบบ E-book เกี่ยวกับ 6 เศรษฐกิจแห่งอนาคต คัดสรรและจัดทำโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)


ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แสดงทัศนะว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิต การทำงานของพวกเราเป็นอย่างมาก ทั้งการ #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ #WorkFromHome #SocialDistancing รวมทั้งส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆ เป็นวงกว้างทั่วทั้งโลกแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถึงกับมีคำกล่าวว่าผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล หรือ Digital Transformation ให้เกิดขึ้นในองค์กรไม่ใช่เหล่าผู้บริหาร แต่กลับเป็นเชื้อไวรัสที่เรามองไม่เห็นนี่เอง

เมื่อเกิดวิกฤตขึ้น หากเราจะเป็นผู้ชนะก็ต้องหาทางใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส ต้องปรับตัว ปรับธุรกิจ และปรับองค์กร ให้มีความพร้อม เพื่อที่เมื่อวิกฤตผ่านพ้นไป เราจะพลิกกลับขึ้นมาได้ดีกว่าเดิม อย่างที่นักธรรมชาติวิทยาผู้โด่งดัง ชาลส์ ดาร์วิน ได้กล่าวไว้ว่า “It is not the strongest of the species that survives, nor the most intelligent; it is the one most adaptable to change.” หรือไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดหรือฉลาดที่สุดที่อยู่รอด หากแต่คือสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดนั่นเอง

“โรคระบาดในครั้งนี้ได้นำพาการเปลี่ยนแปลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง เศรษฐกิจไทยเองจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับตัว ในระหว่างที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กำลังเปลี่ยนมาเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตั้งแต่ปี 2562 นั้น เราได้คาดการณ์ถึงเศรษฐกิจที่จะเป็นแนวทางของประเทศไทยไว้ ซึ่งวิกฤต COVID-19 ในครั้งนี้จะเป็นตัวเร่งสำคัญให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไทยต้องกล้าตัดสินใจ ปรับเปลี่ยนตัวเองมาสู่ 6 เศรษฐกิจแห่งอนาคต ซึ่งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้จัดทำเป็น E-book เพื่อปูพื้นฐานความรู้ให้กับทุกคน

COVID-19

1. ก้าวสู่เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) พัฒนาสินค้าและบริการอย่างยั่งยืน

เศรษฐกิจชีวภาพ เป็นระบบเศรษฐกิจที่นำความรู้และนวัตกรรมทางด้านชีววิทยาหรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพอื่นๆ มาช่วยพัฒนาการผลิตสินค้าและบริการที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ เช่น การเกษตร อาหาร สุขภาพ การแพทย์ และพลังงาน ให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน น่ายินดีที่ประเทศไทยมีต้นทุนทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพสูง จึงนับเป็นจุดแข็งในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพได้เป็นอย่างดี และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals, SDGs) 2030 ของสหประชาชาติ
ดาวน์โหลด E-book ‘เศรษฐกิจชีวภาพได้ที่ : www.mhesi.go.th

COVID-19

2. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไม่สิ้นเปลือง ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด

เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ได้มากที่สุด ด้วยการใช้อย่างชาญฉลาด โดยการลดของเสียและการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ ก่อให้เกิดวงรอบของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้ได้มากที่สุด ตลอดจนกระบวนการที่ทำให้ขยะหรือของเสียเป็นศูนย์ (Zero Waste)
ซึ่งเป็นแนวคิดเศรษฐกิจที่สอดรับกับการการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรโลก แต่ทรัพยากรธรรมชาติมีอยู่อย่างจำกัด การแก่งแย่งทรัพยากร จะทำให้เกิดการขาดแคลน และขาดความมั่นคงทางทรัพยากร จนเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แตกต่างจากLinear Economy (เศรษฐกิจเส้นตรง) ที่จะดึงทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมหาศาลมาใช้ก่อนจะนำทรัพยากรเหล่านั้นมาผ่านกระบวนการผลิต เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าได้นำไปใช้งาน ซึ่งเมื่อผลิตภัณฑ์หมดประโยชน์แล้วก็ทิ้ง สิ้นเปลือง กลายเป็นขยะ ไร้ประโยชน์ และสร้างความเสื่อมโทรมให้กับสภาพแวดล้อม
ดาวน์โหลด E-book ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้ที่ : www.mhesi.go.th

COVID-19

3. เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เติบโตได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เศรษฐกิจสีเขียว เป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาของโลกในศตวรรษที่ 21 ที่คำนึงถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านอื่นๆ เพื่อสร้างให้เกิดการเติบโตสีเขียวการใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมและรู้คุณค่า ลดการใช้พลังงาน ลดความเสี่ยงที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย และตอบสนองการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังของคนในสังคม หรือกล่าวคือเป็นระบบเศรษฐกิจที่ีมีความยืดหยุ่น ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทุกคน ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรโลก ปกป้องหรือไม่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีสีเขียว และพลังงานสะอาดเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน
ดาวน์โหลด E-book ‘เศรษฐกิจสีเขียวได้ที่ : www.mhesi.go.th

COVID-19

4. เศรษฐกิจร่วมใช้ประโยชน์ (Sharing Economy) แบ่งปัน ใช้ร่วมกันไม่สิ้นเปลือง

เศรษฐกิจร่วมใช้ประโยชน์ เป็นแนวคิดใหม่ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยกร ผ่านกระบวนการจัดสรรทรัพยกรที่มีประสิทธิภาพ ทั้งบริการเช่ารถ เช่าที่พัก เช่าอุปกรณ์ และเช่าพื้นที่ทำงาน เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจร่วมใช้ประโยชน์ทั้งสิ้น โมเดลเศรษฐกิจนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปในทิศทางไหน แนวโน้มเศรษฐกิจร่วมใช้ประโยชน์ในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้างสามารถค้นหาคำตอบได้จากหนังสือเล่มนี้
ทั้งนี้ PwC ประเมินว่าในปี 2025 หรืออีก 5 ปี นับจากนี้ Sharing Economy จะเติบโตและมีรายได้รวมของกิจการสูงถึง 335,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดาวน์โหลด E-book ‘เศรษฐกิจร่วมใช้ประโยชน์ได้ที่ : www.mhesi.go.th

COVID-19

5. เศรษฐกิจผู้สูงวัย (Silver Economy) จับใจวัยเกษียณสำราญ

การเตรียมการรับมือกับวัยชรา เมื่อประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว การมีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าวัยแรงงานจะส่งผลทางบวกหรือทางลบต่อประเทศไทยอย่างไร ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือในเรื่องใดบ้าง หนังสือเล่มนี้อธิบายแนวคิดและการเตรียมตัวของประเทศเพื่อรองรับเศรษฐกิจสีดอกเลา เพราะในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า หรือภายในปี 2050 สัดส่วนของประชากรโลกที่มีอายุเกิน 60 ปีจะมีมากถึง 2,000 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 22% ของประชากรโลกในขณะนั้น และเมื่อถึงเวลานั้น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จะยิ่งเฟื่องฟูง
ดาวน์โหลด E-book ‘เศรษฐกิจผู้สูงวัยได้ที่ : www.mhesi.go.th

COVID-19

6. ล้ำให้ไกล ไปให้สุด กับเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Intelligent Economy)

มุ่งให้เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และ AI ที่อยู่รอบตัวเราในปัจจุบัน และที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของเราในอนาคตอันใกล้ ส่งผลให้การดำเนินชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น อาทิ ในภาคธุรกิจ AI มีบทบาทสำคัญในการทำการตลาดดิจิทัลในด้านต่างๆ ช่วยผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจไปในทิศทางที่เหมาะสม และทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ตลอดจนชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเมืองอัจฉริยะ และรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริโภคในอนาคตอันใกล้นี้
ดาวน์โหลด E-book ‘เศรษฐกิจอัจฉริยะได้ที่ : www.mhesi.go.th

ที่มา : เรียบเรียงจากเฟซบุ๊ก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr.Suvit Maesincee