จาก Pandemic สู่ Cultural Transformation “การปรับตัวทางวัฒนธรรม” ยุค COVID-19

768

ผมกำลังสนใจในประเด็น Cultural Transformation หรือ “การเปลี่ยนสภาพ” จาก “วัฒนธรรมเดิม” ไปสู่ “วัฒนธรรมใหม่”

และได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ใน SALIKA ของเราแห่งนี้มาแล้ว ชื่อตอนว่า จาก “ผู้ทำลายล้าง” กลายเป็น “อ่อนน้อมถ่อมตน” “คนเปลี่ยนได้” ด้วย Cultural Transformation กรณีศึกษา The Special One”
ซึ่งปัจจุบัน มีองค์กรธุรกิจมากมายที่กำลังเล่นประเด็น Cultural Transformation หนึ่งในนั้นคือ LEGO ครับ
ดังที่ผมก็เคยเขียนบทความอีกชิ้น ใน SALIKA ของเราแห่งนี้เช่นกัน ชื่อตอนว่า “LEGO 5.0 เมื่อ “ของเล่น” ยกระดับสู่ “วัฒนธรรม” (ตอนพิเศษ)”
หรือการนำเสนอเกี่ยวกับ LEGO Serious Play
LEGO Serious Play เป็นโครงการที่ LEGO คิดค้นขึ้นมาเพื่อเป็นกระบวนการใช้ LEGO แก้ปัญหาภายในองค์กรของ LEGO เอง
โจทย์หลักก็คือ ทำอย่างไรถึงจะดึงศักยภาพของพนักงาน LEGO ออกมาให้ได้มากที่สุด
อันนำไปสู่ “การเปลี่ยนสภาพ” จาก “วัฒนธรรมเดิม” ไปสู่ “วัฒนธรรมใหม่” หรือ Cultural Transformation นั่นเองครับ
โดยเฉพาะในช่วงเวลาแสนยากลำบาก จากในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือที่รู้จักกันในชื่อ COVID-19 หรือโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Coronavirus 2019 หรือ SARS CoV-2)
ผมคิดว่าห้วงยามนี้ Cultural Transformation หรือ “การเปลี่ยนสภาพ” จาก “วัฒนธรรมเดิม” ไปสู่ “วัฒนธรรมใหม่” เหมาะสมมากสำหรับนำมาวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ครับ

Cultural Transformation COVID-19

เริ่มจาก “จีน” กันก่อนครับ ในฐานะจุดเริ่มต้นของการแพร่เชื้อ
เป็นที่ทราบกันดีถึง “อารยธรรมจีน” ที่หยั่งรากลึกยาวนานกว่า 5,000 ปี แม้ทุกวันนี้ “จีน” จะเปลี่ยนไปมาก จากการ “หลอมรวมวัฒนธรรม” ทั้ง “เก่า” และ “ใหม่” เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน

ชาวจีนยุคเก่าคุ้นเคยกับการสังสรรค์ในชุมชน รำไทเก๊ก หรือนั่งเล่นเครื่องดนตรีโบราณ กลางหมู่บ้าน ไปจนถึงบนฟุตบาธบนถนนสายสำคัญที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และอาคารรูปทรงทันสมัย

แต่หลังจากเกิดวิกฤตการณ์ COVID-19 “จีน” ก็เช่นเดียวกับหลายชาติที่ต้องดำเนินนโยบาย Stay Home และมาตรการ “การกักกันตัว” ของทางภาครัฐ

หลายครอบครัว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่จึงต้องปรับตัวด้วยการใช้ Social Media อย่าง WeChat Weibo Tencent QQ  Youku และ iQiyi แทนการพบปะสังสรรค์กันแบบ Face-to-Face
ส่วนสหรัฐฯ ที่ตอนนี้มียอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 สูงสุดในโลก ยึดถือรากอารยธรรมยุโรปผสมผสานเป็นแบบฉบับเฉพาะตัว นั่นคือ “ฝันแบบอเมริกัน” หรือ American Dream
ที่สถาปนาสถาบันครอบครัวอันแข็งแกร่ง และนอกจากการดูกีฬาแล้ว ก็มีวัฒนธรรมสังสรรค์กับเพื่อนบ้าน ที่ปรับเปลี่ยนมาใช้ Application ประชุมทางไกลอย่าง Zoom หรือ tiktok ที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่น ร่วมกับ Social Media อื่นๆ
อิตาลี ที่วิกฤต COVID-19 เพิ่งคลี่คลายตัวลง ทำให้ “วัฒนธรรมเอสเพรสโซ่” หงอยเหงาเศร้าสร้อยทุกมุมตึก นอกจากกาแฟหอมกรุ่นแล้ว คนอิตาลีรักการรวมกลุ่ม ไม่ว่าจะเล่นกีฬาหรือดูกีฬา อย่างวอลเลย์บอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล
และที่ขาดไม่ได้ก็คือมหรสพต่างๆ ไม่ว่าจะละครเพลงหรือดนตรี ซึ่งทางออกของพวกเขาก็คือ การเปิดคอนเสิร์ตบนระเบียงบ้านนั่นเองครับ
สเปน ก็ไม่ต่างจาก อิตาลี ด้วยความเป็นชาวยุโรปใต้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนชาวสเปนจะติดร้านอาหารมากกว่า เมื่อถูกกักตัวจึงนิยมทำอาหารและสังสรรค์กันในบ้าน และเล่นเกมฟุตบอล บาสเก็ตบอล แทนการออกไปดูที่สนามจริงๆ ครับ
ฝรั่งเศส เป็นอีกชาติที่ได้รับผลกระทบไม่น้อย โดยเฉพาะอาหารการกินอันเลื่องชื่อ ไม่ว่าจะ Baguette ขนมปังแถวยาว หรือไวน์รสเลิศ ซึ่งธุรกิจไวน์ได้ปรับตัวก่อนเพื่อนด้วยบริการ Delivery ส่งไวน์ถึงบันไดบ้านลูกค้า และร้าน Baguette ก็ใช้ระบบ Delivery เช่นกัน ทำให้ตำนานอาหารอร่อยของชาว Parisian ยังคงโลดแล่นต่อไป
หันไปดู เยอรมนี กันบ้างครับ
แน่นอนว่า สิ่งที่อยู่คู่กับ เยอรมนี นอกจากเทศกาลเบียร์ Oktoberfest แล้ว ชีวิตปาร์ตี้ก็ดูจะเป็นสิ่งที่คนเยอรมันจะขาดไม่ได้เลย ทางการก็เข้าใจไลฟ์สไตล์นี้ดี จึงจัดเว็บไซต์ United We Stream เพื่อเปิดการแสดงคอนเสิร์ตเล็กใหญ่กว่า 200 วง ให้ประชาชนปาร์ตี้ที่บ้าน พร้อมดูการแสดงดนตรีชั้นยอดกันอย่างเต็มที่ครับ
ส่วน อังกฤษ นอกจากฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแล้ว แน่นอน “วัฒนธรรมผับ” คือสุดยอดอารยธรรมร่วมสมัย ในช่วงนี้เราจึงเห็น “ผับเสมือนจริง” ผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด ให้ชาว Londoner ได้ปาร์ตี้ออนไลน์กันอย่างเต็มเหนี่ยว
ส่วน ออสเตรเลีย ก็ต้อง “วัฒนธรรม Camping” เพราะผู้คนที่นั่นรักธรรมชาติ และกิจกรรม Outdoor เป็นอย่างมาก ซึ่งนับว่าเป็นโชคร้ายแสนสาหัสของชาว Aussie หลังเผชิญไฟไหม้ป่าครั้งประวัติศาสตร์ ก็ต้องมาต่อด้วยวิกฤต COVID-19 เข้าไปอีก
ทางภาครัฐจึงส่งเสริมกิจกรรม “กางเต็นท์ในบ้าน” หรือสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ในรั้วรอบขอบชิด พร้อมชมการถ่ายทอดสดสารคดีชีวิตสัตว์หรือพืชพรรณธัญญาหาร รวมไปถึงวิดีโอการแสดงมากมายจาก Opera House ส่งตรงถึงบ้านผ่านทางออนไลน์
ขณะที่ ญี่ปุ่น นั้น ไม่ต้องห่วงพวกเขาครับ เพราะวัฒนธรรม Live Young Habit คือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบคนญี่ปุ่น ที่อยู่ง่าย กินง่าย นุ่งเจียม ห่มเจียม และกินน้อยแบบ Minimalism อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนอยู่แล้ว จึงถือได้ว่า ชาวญี่ปุ่น แทบไม่ต้องปรับตัวมากกับ COVID-19 แต่อย่างใด
ข้ามฝั่งมา เกาหลีใต้ กันบ้าง หากใครเคยไป เกาหลีใต้ ก็จะทราบดีว่า ชาว Seoul และเมืองใหญ่อื่นๆ เป็นนักดื่มกาแฟตัวยงชาติหนึ่ง เพราะสถิติชี้ชัดว่า เกาหลีใต้ เป็นชาติที่มีสัดส่วนร้านกาแฟต่อประชากรเยอะที่สุดในโลกอยู่แล้ว!
ดังนั้น ช่วงกักตัวอย่างนี้ มีหรือที่คน Seoul จะพลาดละเมียดกาแฟ แถมยังค้นคิดประดิษฐ์เมนูใหม่คือ Dalgona Coffee สร้างกระแส Viral ท่วม Social Media นั่นเองครับ
อินเดีย มีการสร้าง Video การร้องเล่นเต้นระบำแบบฉบับ Bollywood ถ่ายทอดไปทุกหลังคาเรือนเลยทีเดียว ถือได้ว่าแก้เหงาให้ประชาชนได้เป็นอย่างมาก โดยภาครัฐไม่ลืมแฝงคำอธิบาย Social Distancing เพื่อระมัดระวังการแพร่ระบาดของ COVID-19 ไปด้วยในตัว เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว
ปิดท้ายด้วย “พี่ไทย” ครับ อิอิ
“พี่ไทย” ก็เป็นชาติที่รักสนุกและชอบทานอาหาร ห้วงยามนี้เราจึงเห็นการเปิดครัวไลฟ์สดกันในหลายเพจ เป็นที่สนุกสนานกันไป และหลายบ้านก็กลายเป็นคนติด Netfilx กันไปแล้ว เพราะ Stay Home และ Work from Home กันเสร็จแล้ว ไม่มีอะไรจะทำกัน ก็นอนดู Series กันตาแฉะ
หวังว่า COVID ไปแล้ว สายตาคงไม่สั้น และน้ำหนักคงไม่ขึ้นมากไปกว่าเดิมนะครับ!

ยังมีอีกหนึ่งบทความก่อนหน้า ที่กล่าวถึงวัฒนธรรมและการสร้างสีสัน เติมรอยยิ้มในช่วงโควิดระบาด

แชร์วิถีแห่งการดูแล & ช่วยเหลือกัน พร้อม ‘ต่อสู้โควิด-19’ ของคนทั่วโลก ที่ทำให้ยิ้มได้ & นำไปปรับใช้ได้จริง