หลังวิกฤต COVID-19 ‘อาลีเพย์’ ยืนหนึ่งผลักดันทั้งดิจิทัลไลฟ์สไตล์ เอสเอ็มอี และการจ้างงานในจีน

บริษัทวิจัยตลาดอิสระ iResearch จัดทำรายงานเกี่ยวกับตลาดบริการชำระเงินผ่านมือถือ (Mobile Payment) ของจีนในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2562 พบว่า ตลาดบริการชำระเงินผ่านมือถือในจีนเติบโตจนแตะระดับ 59.8 ล้านล้านหยวน หรือราว 276 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 บ่งชี้ว่าตลาดบริการชำระเงินผ่านมือถือในจีนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับยอดธุรกรรมของ อาลีเพย์ เพิ่มขึ้นติดต่อกันทั้ง 4 ไตรมาสของปี 2562 โดยในไตรมาส 4 มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 55.1% ขณะที่ เท็นเพย์ มีส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่า 39% เป็นครั้งแรกในปี 2562 โดยอยู่ที่ 38.9% นอกจากสองแบรนด์ใหญแล้ว ผู้ให้บริการรายอื่นๆ ในจีนก็เน้นรุกตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยในไตรมาส 4 ของปี 2562 มีส่วนแบ่งรวมอยู่ที่ 6% อาทิ 1qianbao, JD Pay, UMPay, 99bill, Yeepay, China UMS, Sunin Pay ฯลฯ

‘อาลีเพย์’ ก้าวสู่การให้องค์กรและผู้บริโภคใช้แพลตฟอร์มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 

อัตราการเติบโตด้านดิจิทัลเพย์เมนต์ของ อาลีเพย์ ที่แข็งแกร่งสุดในตลาดของปีที่ผ่านมา มีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศจีนในวันนี้ เพราะเมื่อก้าวสู่ปีแห่งวิกฤต 2020 ธุรกิจในจีนโดนแช่แข็งในช่วงปิดประเทศเพื่อลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา อาลีเพย์ออกมายืนหนึ่ง ประกาศแผนการสนับสนุนผู้ให้บริการกว่า 40 ล้านรายในจีน เข้าใช้งาน ดิจิทัลอีโคซิสเต็มส์ แพลตฟอร์มของอาลีเพย์ได้นาน 3 ปี เพื่อช่วยพาองค์กรต่างๆ ไปสู่องค์กรดิจิทัล และเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงดิจิทัลไลฟ์สไตล์ได้แบบครบวงจรมากขึ้น
สื่อ South China Morning Post เผยข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศของจีนว่า เกือบ 72% ของธุรกิจเอสเอ็มอีในจีนเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง ในวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกับการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสู่ระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจและผู้บริโภคจำนวนมากก็ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของอาลีเพย์ทั้งเพื่อรองรับการทำงานและการใช้ชีวิต ส่งผลให้การค้นหาบริการไลฟ์สไตล์ภายในแอปอาลีเพย์เพิ่มขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบระหว่างปี 2562 กับปี 2561

4 ธุรกิจตัวอย่างที่ทำมาหากินได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

  • ธุรกิจร้านขายของชำ
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัท Meicai ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพในกรุงปักกิ่งที่จัดจำหน่ายสินค้าประเภทของชำ โดยทำหน้าที่เป็นคนกลางที่เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคและร้านอาหาร เปิดตัวมินิโปรแกรมที่นำเสนอบริการจัดส่งสินค้าให้แก่ผู้ใช้อาลีเพย์ ปรากฏว่าภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ มินิโปรแกรมดังกล่าวดึงดูดผู้ใช้รายใหม่ๆ ได้มากกว่า 800,000 ราย และมียอดสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามาจาก 80 เมืองใหญ่ในประเทศจีน

  • ร้านอาหารฮอทพอท
ในระหว่างวันที่ 18-22 มีนาคม ร้านอาหารฮอทพอท (Hotpot) มียอดจำหน่ายอาหารกว่า 1.3 ล้านชุดภายในช่วง 5 วัน ผ่านทางแพลตฟอร์มอาลีเพย์ โดยเพิ่มขึ้น 186% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนกุมภาพันธ์ 
และในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านอาหารฮอทพอทได้ออกคูปองดิจิทัล เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคไปรับประทานอาหารที่ร้าน หลังจากที่ร้านอาหารเปิดให้บริการอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้
  • ร้านขายชานม
ร้านขายเครื่องดื่มยอดฮิตในกลุ่มคนเอเชียก็ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานหลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยก้าวสู่การใช้งานระบบดิจิทัลมากขึ้น แค่ในช่วงวันที่ 18-22 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้บริโภคซื้อเครื่องดื่มชานมโดยเฉลี่ยกว่าวันละ 1.08 ล้านแก้ว ผ่านทางมินิโปรแกรมของแบรนด์ต่างๆ บนอาลีเพย์

  • โรงภาพยนตร์
บรรดาโรงภาพยนตร์พยายามค้นหาหนทางใหม่ๆ ในการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสู่ดิจิทัลเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้า เช่น การส่งเสริมการขายตั๋วภาพยนตร์แบบพรีเซลล์ผ่านทางอาลีเพย์ โดยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม เครือข่ายธุรกิจโรงภาพยนตร์ 10 แห่ง รวมถึง Perfect World Cinema, Jinyi Cinema และ Bona Cinema ได้โยกย้ายระบบจำหน่ายตั๋วแบบออฟไลน์ตามโรงภาพยนตร์กว่า 400 แห่งไปสู่แพลตฟอร์มอาลีเพย์ และเปิดแคมเปญขายตั๋วภาพยนตร์พรีเซลร่วมกับอาลีเพย์และ Taobao Movie ใน 12 เมืองใหญ่ รวมถึงเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง หางโจว ซูโจว และหนานจิง ผลปรากฏว่าในวันที่ 26 มีนาคม ยอดขายตั๋วภาพยนตร์พรีเซลล์เพิ่มขึ้นกว่า 2,000% เมื่อเทียบกับช่วงสัปดาห์ก่อนวันที่ 18 มีนาคม

เด็กจบใหม่ตกงาน แล้วอาลีเพย์จะช่วยยังไง

ข้อมูลสถิติจากกระทรวงศึกษาธิการของจีน ระบุว่า ในปี 2563 จะมีนักศึกษาราว 8.74 ล้านคน จบการศึกษาจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจีน เพิ่มขึ้น 400,000 คน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 

ในช่วงสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้ จาง ยาหนาน ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจ Smart Education ของอาลีเพย์ เปิดเผยว่า นายจ้างจำนวนมากจำเป็นต้องยกเลิกมหกรรมจัดหางานแบบออฟไลน์เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยเหตุนี้ อาลีเพย์จึงได้จัด “มหกรรมจัดหางานทางออนไลน์” เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการสรรหาบุคลากร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งนายจ้างและบัณฑิตจบใหม่

นอกจากนั้น อาลีเพย์ยังจัดหาข้อมูลให้แก่นักศึกษาจบใหม่จากมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาด และเชิญชวนองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเทคนิคและโรงเรียนอาชีวะในการค้นหาตำแหน่งงานที่เหมาะสม
นอกเหนือจากการจัดหางานให้แก่นักศึกษาแล้ว บุคลากรทั่วไปราว 1.64 ล้านคนได้ค้นหาและสมัครงานผ่านทางแพลตฟอร์มอาลีเพย์ด้วย นับตั้งแต่ที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

Virtual Job Fair การจ้างงานทางออนไลน์มาแล้ว

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม กระทรวงทรัพยากรบุคคลและกิจการด้านสังคมของจีนได้เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการจ้างงานและการรับสมัครงานทางออนไลน์ร่วมกับอาลีเพย์ รวมถึงพันธมิตรรายอื่นๆ
ต่อมา วันที่ 23 มีนาคม บริษัทราว 60,000 แห่ง เช่น ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า Haier และ Gree, ผู้ให้บริการทางการเงิน Pingan Group, ผู้ให้บริการโทรคมนาคม China Unicom, Alibaba ก็ร่วมจัดมหกรรมจัดหางานแบบเสมือนจริง (Virtual Job Fair) กับอาลีเพย์ โดยจะจัดถึงปลายเดือนมิถุนายนนี้ และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากคนที่กำลังหางานกว่าหนึ่งล้านคน
มหกรรมจัดหางานทางออนไลน์นี้ ชาวจีนเข้าถึงได้ด้วยการค้นหาคำว่า “งานที่น่าสนใจ (好工作)” ในแพลตฟอร์มอาลีเพย์ โดยเข้าไปที่มินิโปรแกรม “Campus Hiring” ซึ่งผู้สมัครจะสามารถตรวจสอบได้ทั้งโพรไฟล์ของบริษัทนายจ้าง ประกาศรับสมัครงาน และสามารถส่งประวัติย่อของตนผ่านทางออนไลน์ได้

ที่มา :