การกำหนดภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (2558) ที่กล่าวว่า ภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษาจะต้องปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ถือเป็นแนวปฏิบัติเคร่งครัดที่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศต้องดำเนินการตามภารกิจดังกล่าว ซึ่งเป็นกรอบภารกิจอย่างกว้าง หากควรมีการคำนึงถึงบริบทแวดล้อม
โดยเฉพาะบริบทในเงื่อนเวลา ด้วยเหตุที่ว่าในยุคปัจจุบัน สภาพแวดล้อมของการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ยุคการศึกษา 4.0 ดังที่ไพฑูรย์ สินลารัตน์ (2559) ได้กล่าวว่า การศึกษาไทย 4.0 คือการศึกษายุคผลิตภาพ เป็นยุคที่ต้องการผลผลิตหรือ Product ให้ได้มากที่สุดเพื่อประโยชน์ของชุมชนตนเองและชุมชนอื่นๆ ด้วยทักษะการศึกษาที่เน้นการทำได้และลงมือทำ แล้วออกมาเป็นผลผลิต นอกจากนี้ การศึกษาไทย 4.0 ยังถือว่าเป็นยุคที่เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ที่ประเทศไทยต้องมองผลิตภาพในลักษณะที่ตามให้ทันและก้าวไปข้างหน้า
ดังนั้น ภารกิจที่แท้จริงของการอุดมศึกษาไทย จึงเป็นภารกิจใหม่ที่นอกจากจะต้องคำนึงถึงแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับ 4 ภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาซึ่งกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแล้ว บุคลากรในมหาวิทยาลัยในยุคการศึกษา 4.0 จะต้องคลี่คลายแนวความคิดจากกรอบเกณฑ์เดิมที่เคยทำมาและกำลังดำเนินการอยู่ ไปสู่การปรับตัวครั้งใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ปัจจุบัน
เพราะสถาบันอุดมศึกษาคือศูนย์รวมทางวิชาการ เป็นธงนำสังคม และเป็นรากฐานความนึกคิดของประเทศ ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ขึ้นในบ้านเมือง โดยเฉพาะยุค Thailand 4.0 โลกใบนี้ ไม่ใช่โลกใบเดิมอีกต่อไป
Thailand 4.0
หากจะพูดถึง Thailand 4.0 ก็เหมือนกับการกล่าวถึงห้วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคมโลก กล่าวคือ เริ่มตั้งแต่โลกยุค 1.0 คือโลกของเกษตรกรรม โลกยุค 2.0 คือโลกยุคอุตสาหกรรม และโลกยุค 3.0 คือโลกยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และโลกยุค 4.0 คือโลกยุคหลังเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมามีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ Thailand 1.0 เน้นการเกษตร เป็น Thailand 2.0 เน้นอุตสาหกรรมเบา Thailand 3.0 เน้นอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก Thailand 4.0 เน้นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมโดยมีฐานคิดหลัก คือ เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม (สุวิทย์ เมษินทรีย์, 2559)
Thailand 4.0 จึงเปลี่ยนการขับเคลื่อนประเทศจากภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม และเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้า ไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น
การพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด Thailand 4.0 ภาครัฐได้กำหนดโครงการสานพลังประชารัฐเป็นตัวขับเคลื่อน โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ภาคการเงินการธนาคาร ภาคประชาชน ภาคสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ร่วมกันระดมความคิด ผนึกกำลังกันขับเคลื่อน ผ่านโครงการ บันทึกความร่วมมือ กิจกรรม หรือ งานวิจัยต่างๆ โดยการดำเนินงานของประชารัฐกลุ่มต่างๆ อันได้แก่
- กลุ่มที่ 1 การยกระดับนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์การปรับแก้กฎหมายและกลไกภาครัฐ พัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การดึงดูดการลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
- กลุ่มที่ 2 การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ
- กลุ่มที่ 3 การส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมล์ การสร้างรายได้ และการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ
- กลุ่ม 4 การศึกษาพื้นฐานและพัฒนาผู้นำ หรือ โรงเรียนประชารัฐ รวมทั้งการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ
- กลุ่มที่ 5 การส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งการส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งแต่ละกลุ่มกำลังวางระบบและกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างเข้มข้น
ภารกิจที่ไม่ตอบโจทย์
ผลิตบัณฑิต: ภารกิจแรกที่ถือเป็นภาคบังคับของอาจารย์มหาวิทยาลัยในประเทศไทยนอกเหนือไปจากการศึกษาในระดับปริญญาเอกก็คือ การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ก้ำกึ่งระหว่างการผลิตบัณฑิตกับการวิจัย อย่างไรก็ดี หากนับว่าเมื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยได้พัฒนาตนเองด้วยการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการจะส่งผลในเชิงบวกกับการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษาหรืออีกนัยก็คือเป็นการผลิตบัณฑิตในทางอ้อมนั่นเอง
นอกจากการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการแล้ว หน้าที่การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ก็เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของอาจารย์มหาวิทยาลัยเช่นกัน และภารกิจการเป็นอาจารย์นิเทศการฝึกงานหรือสหกิจศึกษาของนักศึกษาก็เป็นอีกบทบาทหนึ่งของอาจารย์มหาวิทยาลัย ปิดท้ายด้วยการเข้าสู่ตำแหน่งทางการบริหาร
วิจัย: การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการด้วยผลงานการวิจัย การเขียนเอกสารประกอบการสอน เอกสารประกอบคำสอนประจำรายวิชา การแต่งตำราทางวิชาการหรือหนังสือรวมผลงานวิชาการและหนังสือวิชาการประจำรายวิชา เป็นบทบาทหลักของอาจารย์มหาวิทยาลัยในภารกิจการวิจัย
บริการวิชาการ: ภารกิจการตรวจสอบเครื่องมือวิจัย รวมถึงภารกิจการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความวิจัยหรือบทความวิชาการ คือภารกิจสำคัญหากจะพูดถึงการบริการวิชาการหรือการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ที่อาจารย์มหาวิทยาลัยได้กระทำในนามมหาวิทยาลัยและในนามเครือข่ายทางวิชาการ หรือการเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ และกลุ่มภาคประชาสังคม
ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม: ปิดท้ายด้วยการเข้าสู่ตำแหน่งทางการบริหารตามที่มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาระหน้าที่การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมเนื่องจากส่วนใหญ่กิจกรรมต่างๆ เป็นบทบาทของบุคลากรสาย ข.และสาย ค.ที่ไม่ใช่ภารกิจด้านการสอนของบุคลากรสาย ก.
อุดมศึกษา 5.0
หากเราพิจารณาถึงบริบทของโลกยุคปัจจุบัน มีการใส่รหัส (Code) ให้กับยุคสมัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก โดยเริ่มนับกันที่โลกยุค 1.0 ซึ่งหมายถึงยุคเกษตรกรรม 2.0 คือโลกยุคอุตสาหกรรม ยุค 3.0 คือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ส่วนโลกยุค 4.0 คือโลกยุคหลังเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทิศทางที่โลกเคลื่อนไปนี้ ได้ผลักดันให้ทุกวงการต้องเคลื่อนตาม ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ
Toffler (1980) ได้กล่าวถึง First wave หรือคลื่นลูกแรกของมนุษยชาติ คือสังคมเกษตรกรรมที่ดำรงอยู่มาเป็นเวลานับพันๆ ปี มีจุดเริ่มต้นนับจากวันแรกที่มนุษย์เริ่มหยุดออกเดินทางเพื่อล่าสัตว์ หันมาทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ในการดำรงชีวิต ทำให้เกิดการรวมกลุ่ม ก่อเกิดสังคม พัฒนาสู่การสร้างวัฒนธรรม และเริ่มมีเวลาในการสั่งสมองค์ความรู้
ตรงกับโลกยุค 1.0 Second wave หรือคลื่นลูกที่สอง Toffler กล่าวว่า เป็นยุคหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งเน้นไปที่การผลิตและตลาดขนาดใหญ่ ใช้เครื่องจักรเพื่อสร้างสินค้าจำนวนมาก โดยได้ส่งอิทธิพลต่อความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนอย่างมากมาย
Third wave หรือคลื่นลูกที่ 3 เป็นยุคของการเชื่อมโยงและเข้าถึงระบบสารสนเทศจากทุกแห่งหน ภายใต้การเชื่อมโยงองค์ประกอบพื้นฐานที่ต้องมีเทคโนโลยีเข้ามารองรับทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และโครงสร้างโทรคมนาคม เกิดเป็นชุมชน เป็นเครือข่าย เป็นจุดเริ่มแห่งการก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเกิดเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่
สอดคล้องกับ Case (2016) ที่มองว่า คลื่นลูกที่ 1 ในแง่ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT) คือช่วงปี ค.ศ. 1985-1999 คลื่นลูกที่ 2 คือช่วงปี ค.ศ. 2005-2016 คลื่นลูกที่ 3 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 เป็นต้นไป Case มองว่า Internet ขยายตัวอย่างมากมาย จากปี 1986 จนถึงปัจจุบัน และจะมีบทบาทมากมายในการทำงานให้สังคมโลก ไม่ว่าการศึกษา สาธารณสุขหรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหาการก่อการร้ายเรื่องแก้ปัญหาโลกร้อนและแก้ปัญหาความยากจน
จีระ หงส์ลดารมภ์ (2559) กล่าวว่า ช่วงแรกก็คือช่วงที่ Internet เริ่มใหม่ๆ ยังไม่ขยายตัวมากนัก แต่พอหลังปี 2000 ก็มี Product IT ใหม่ๆ เช่น Search Engine, Google, Yahoo หรือ Facebook ขยายใหญ่มากขึ้น

แต่คลื่นลูกที่ 3 ของ Steve Case คือ Internet of Things บทบาทของ Internet จะขยายไปสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง Internet จะเกิดขึ้นทุกๆ จุดที่เป็นวัตถุ และสามารถเชื่อมโยงได้อย่างมากมาย ซึ่งต่อไปนี้ หุ่นยนต์ Robots คือ Things แต่จะมี Internet หรือ Software ที่มีความสามารถทำอะไรได้มากมาย รวมทั้งคิดเป็นและมีอารมณ์ มีความฉลาดคล้ายๆ มนุษย์ ซึ่งบางที คลื่นลูกที่ 3 ของ Internet ถูกเรียกว่า Fourth Industrial Revolution หรือปฏิวัติอุตสาหกรรมขั้นที่ 4
จะเห็นได้ว่า ทิศทางที่โลกเคลื่อนไปนี้ ได้ผลักดันให้ทุกวงการต้องเคลื่อนตาม ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ให้กับวงการต่างๆ ทั้งองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ การค้า การพาณิชย์ ภาคการเงินการธนาคาร และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาในยุค Thailand 4.0 จึงต้องเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ที่ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังกล่าว สถานศึกษาในยุคใหม่ ได้เคลื่อนผ่านรูปแบบการบริหารงานจากโครงการและกระบวนทัศน์เก่าๆ มาไกลแล้ว














