เป็นที่แน่นอนแล้วว่า มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ การแข่งขันโอลิมปิก 2020 และศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยูโร 2020 ได้ประกาศเลื่อนการแข่งขันไปในปี 2021
รวมถึงทัวร์นาเมนต์กีฬาระดับโลกนานาชนิด ที่หลายประเภท โดยเฉพาะการโม่แข้งของพรีเมียร์ลีก Event หมายเลขหนึ่ง ที่ประกาศเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
จึงน่าจับตาว่า นอกจากวงการกีฬานานาชาติ แวดวงบันเทิงแห่งจักรวาล คือการประกวดภาพยนตร์รางวัล OSCAR “ลูกโลกทองคำ” “ปาล์มทองคำ” “หมีทองคำ” และ “สิงโตทองคำ” หรือ The Big 5 ของวงการหนังโลก จะมีทิศทางเป็นเยี่ยงไร

ยังไม่ต้องพูดถึง รางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งสหรัฐอเมริกา (SAG Award) รางวัลสมาคมผู้อำนวยการสร้างแห่งอเมริกา (PGA Awards) ที่ทรงอิทธิพลไม่น้อยไปกว่า ”ลูกโลกทองคำ” หรือ OSCAR
หรือรางวัลในโลกภาพยนตร์ตะวันออกอย่าง “ม้าทองคำ”, Shanghai International Film Festival ประเทศจีน, Tokyo International Film Festival ประเทศญี่ปุ่น หรือ Busan International Film Festival ประเทศเกาหลีใต้
“ปาล์มทองคำ” (เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติคานส์ ประเทศฝรั่งเศส) “หมีทองคำ” (เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี) “สิงโตทองคำ” เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ประเทศอิตาลี)
อาจต่างจาก OSCAR (Academy Awards) และ”ลูกโลกทองคำ” (Golden Globe Awards) ตรงที่ ทั้ง 3 รายการข้างต้น เป็น “เวทีประกวด” ซึ่งจัดเป็น Event ระยะสั้นที่จะตัดสินผลรางวัลจากหนังที่นำมาฉายในเทศกาล ขณะที่ OSCAR และ “ลูกโลกทองคำ” จะพิจารณาจากภาพยนตร์ในโรง
ดังนั้น เมื่อในปีนี้ โลกเราเกิดวิกฤติการณ์ไวรัส COVID-19 ปูพรมถล่มทุกวงการ แวดวงภาพยนตร์ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบมากอุตสาหกรรมหนึ่ง ทั้งจากเม็ดเงินลงทุน และธุรกิจต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นสถานที่ถ่ายทำ ไปจนถึงรายได้มหาศาล
นอกจากนี้ พิษ COVID ทำให้โรงหนังทั้งหมดบนโลกใบนี้ต้องปิดตัวลง หรือพักการจัดฉายภาพยนตร์ไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลโดยตรงถึงรายรับในอุตสาหกรรมแล้ว ยังสร้างแรงสะเทือนไปยังเวทีประกวดหนังอีกด้วย

อย่างไรก็ดี การตัดสิน “ลูกโลกทองคำ” ปีนี้ อาจไม่ประสบปัญหาเท่ากับ OSCAR เพราะ “รางวัลลูกโลก” ที่ดำเนินการโดย “สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ” ในสหรัฐอเมริกา (โต๊ะบันเทิง เฉพาะนักข่าวสายภาพยนตร์) นั้น มีกรรมการเพียง 93 คน
สามารถจัดฉายหนังในปี 2020 ให้กรรมการ 93 คนของ “ลูกโลกทองคำ” เพื่อพิจารณาได้ โดยใช้เวลาไม่กี่วัน ยังไม่ต้องไปเทียบกับ “ปาล์มทองคำ” หรือ Palme d’Or ที่มีกรรมการแค่ 8 คนเท่านั้น เรียกได้ว่าตัดสินกัน “วันเดียวจบ” ได้!
ขณะที่ OSCAR ทำแบบนี้ไม่ได้แน่นอน!
เพราะรางวัล OSCAR ที่ดำเนินการโดย “สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์” (Academy of Motion Picture Arts and Sciences หรือ AMPAS) ใช้วิธีลงคะแนนเสียง VOTE โดยสมาชิก 9,000 คน ของ AMPAS ครับ!
ดังนั้น Event ที่ผ่านมาของ OSCAR จึงเป็นการดูหนังโรงของสมาชิกในรอบ 1 ปี แล้วจึงจัด VOTE ในช่วงปลายปี เพื่อประกาศผลในต้นปีใหม่
แต่มาปีนี้ ปีที่ประวัติศาสตร์โลกต้องจารึกไว้ว่าเป็น “ปี COVID-19” ผ่านมาเกือบ 4 เดือนแล้ว ที่หนังโรงไม่ได้ฉาย โดยเฉพาะ 2 เดือนหลังมานี้ สหรัฐอเมริกาถูก COVID ถล่มหนักกว่าเพื่อน มียอดคนติดเชื้อและเสียชีวิตจาก COVID อันดับหนึ่ง!
ซึ่งดูแล้ว ครึ่งค่อนปีนี้ หรืออาจลากยาวไปถึงช่วงปลายปีเลยทีเดียว ที่ต้องปิดโรงหนัง ส่งผลโดยตรงถึงการลงคะแนน VOTE ของบรรดากรรมการ OSCAR อย่างแน่นอน
ปีนี้จึงอาจเป็น “ปีทอง” อีกครั้งของการฉายหนังผ่านระบบ Streaming ดังที่ผมได้เคยเขียนบทความเอาไว้ใน SALIKA ของเราแห่งนี้มาแล้ว ชื่อตอนว่า “รู้ว่าเสี่ยง…แต่คงต้องขอลอง เมื่อ NETFLIX เล่นของสูง”
หลังจากที่ 2-3 ปีมานี้ มีการเปิดทางให้ “หนัง NETFLIX” เข้าชิงรางวัลบนเวทีประกวดภาพยนตร์ระดับโลกมากขึ้น และ “หนัง NETFLIX” ก็ไม่ทำให้เจ้าของบริษัทและ “แฟนพันธุ์แท้ NETFLIX” ผิดหวัง ด้วยการกวาดรางวัลจาก OSCAR “ลูกโลกทองคำ” รวมถึง Emmy Awards (โทรทัศน์ทองคำอเมริกัน)
ด้วยโอกาสเพียงน้อยนิด!
จากการถูกบดบี้และบดบังจากทั้ง “หนังโรง” ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของ OSCAR มากว่า 90 ปี และจากทั้งเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในยุโรป โดยเฉพาะ “ปาล์มทองคำ” ที่กีดกัน NETFLIX มาโดยตลอด
โดยในปีนี้ “ปี COVID” ทำให้ NETFLIX จะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
โดยเฉพาะ การจับตาการประกาศผล OSCAR ของปีนี้ ที่จะมอบรางวัลกันต้นปีหน้า เมื่อ COVID กำลังปูพรมถล่มโรงหนังแบบลากยาว
จะส่งให้กองทัพ NETFLIX จัดขบวนพาเหรดเดินแถวสวนสนาม OSCAR “ลูกโลกทองคำ” และเวทีต่างๆ ได้หรือไม่?
“เวลา” เท่านั้น เป็นผู้ให้คำตอบครับ!










