‘ณภพ ลายวิเศษกุล’ พาโรงแรมลายทอง เมืองอุบลฯ ฝ่าวิกฤตโควิด ปิดโรงแรม ผัน ‘เชฟ 5 ดาว’ มาขายอาหารถุง ‘มี 20 ก็อิ่มได้’

ธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรม เป็นภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างมหาศาล โดยเฉพาะ “โรงแรม” หลายแห่ง ที่ต้องปิดตัวลงทั้งด้วยเหตุผลที่ไม่มีผู้เดินทางมาพักและการจัดงาน การประชุม หรือกิจกรรมต่างๆที่ต้องยกเลิกไปทั้งหมดเพราะเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมการแพร่เชื้อโรคระบาดในครั้งนี้ และ โรงแรมลายทอง จังหวัดอุบลราชธานี ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากชะตากรรมนี้เช่นกัน ทว่า สิ่งที่ทำให้โรงแรมนี้แตกต่างจากโรงแรมทั่วไปที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว คือ การไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดกับธุรกิจโรงแรมแห่งนี้ของผู้บริหารหนุ่ม ‘ณภพ ลายวิเศษกุล‘ กรรมการผู้จัดการโรงแรมลายทอง จังหวัดอุบลราชธานี

“หลังจากตัดสินใจปิดโรงแรมชั่วคราว เพราะวิกฤตโควิด-19 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมก็คิดต่อเลยว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อช่วยพนักงานของผมได้ วันรุ่งขึ้นก็คิดได้ ในช่วงวิกฤตนี้ไม่ใช่เวลามานั่งจิตตก เสียใจ”
และสิ่งที่เขาคิดได้ ในวันนี้ก็สามารถดูแลพนักงานของโรงแรมลายทอง ได้เกินกว่าครึ่ง ด้วยโมเดลต้นแบบ “ปิดโรงแรม มาขายอาหารถุงถูกและดี ฝีมือ เชฟ 5 ดาว”

เปลี่ยนความสูญเสียจากวิกฤต ให้เป็นสติและปัญญา เดินหน้าชนทุกปัญหา คติแรกที่ ‘ณภพ ลายวิเศษกุล’ ได้จากวิกฤตโควิด

“โรงแรมลายทอง เปิดให้บริการมาประมาณ 20 ปี แล้ว เรามีห้องพัก 124 ห้อง และห้องประชุม 9 ห้อง ดังนั้น business model ของเราค่อนข้างชัดเจนว่าจะเน้นไปที่อุตสาหกรรมการประชุมสัมมนา ก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด-19 กิจการดำเนินไปได้ดี มาทุกปี”
ณภพ ลายวิเศษกุล เกริ่นถึงกิจการของเขา เปิดการพูดคุยในรายการออนไลน์ ‘Fighter Club – เรื่องราวบันดาลใจของนักสู้ฝ่าวิกฤต’ ที่เผยแพร่ผ่านทาง Facebook LIVE : ห่วงใย Thai Business โดยมี พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ Thailand Responsible Business Network (TRBN) เป็นผู้ดำเนินรายการ
จากนั้นได้บอกเล่าต่อถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง ปี 2562 ที่ส่งผลต่อธุรกิจโรงแรมก่อนการมาของวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19
“จริงๆ เริ่มต้นตั้งแต่ในปี 2562 แล้ว ที่ธุรกิจโรงแรมของเราได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ยิ่งในต่างจังหวัดบอกได้เลยว่า “เงียบมากและอาการหนักมาก” แต่โรงแรมลายทองก็ผ่านมรสุมนั้นมาได้”
“พอมาคิดตอนนี้ นั่นเปรียบเป็นเพียงแค่มรสุมลูกเล็กที่เรายังรับไหว เอาอยู่ เราจับต้นชนปลาย หาทางออกของปัญหา พาเรือลำนี้ลอยฝ่าคลื่นลมมาได้เรื่อยๆ”

“จนมาเจอวิกฤตการระบาดของเชื้อโควิด-19 นี่ล่ะ ที่ทำให้เราซวนเซเลย และช่วงเวลาที่พีคสุดๆก็ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งถ้าโฟกัสในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี บอกเลยว่าเหยื่อรายแรกๆของวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ครั้งนี้ คือ โรงแรมลายทอง”
เจ้าของโรงแรมลายทอง รุ่นที่ 2 เล่าให้ฟังต่อว่า ในตอนนั้นมีข่าวลือว่ามีพิธีกรคนหนึ่งที่ติดโควิด-19 มาพักที่โรงแรมลายทอง
“ผมได้รับข้อความเป็น 2,000 ข้อความ ที่ส่งมาถาม เพื่อเชคว่าเป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งพอได้ไปเชคก็พบว่าเป็นเรื่องจริงที่เขามาพักที่โรงแรมของเรา แต่มาก่อนที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พอจบจากกระแสพิธีกร ก็ลืออีกว่ามีนักมวยที่เสี่ยงติดโควิด-19 มาพักที่โรงแรมอีก แต่กรณีเมื่อเชคไปพบว่าไม่เป็นความจริง”
“หลังจากนั้น ผมรอทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯประกาศ ว่าที่อุบลมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ เมื่อผู้ว่าฯประกาศว่ามี ผมประสานขอทีมเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครอุบลฯ ให้มาฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคทั้งโรงแรม”
“ตรงนี้ผมอยากจะแสดงจุดยืนว่า ผมจะไม่ไปดราม่า ถกเถียงกับใคร ขอทำให้เห็นเลยดีกว่า คิดแค่ว่าหมดเท่าไรเท่ากัน แต่โชคดีที่ได้รับการอนุเคราะห์จากทางเทศบาลฯเรื่องการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรค”
“ผลลัพธ์จากการตัดสินใจทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ครั้งนั้น ทำให้ได้รับผลตอบรับกลับมาที่ค่อนข้างดี ในทำนองว่า “ที่นี่เขาเอาจริง”
แต่นั่น ณภพ นิยามว่าเป็นแค่พายุลูกเล็กที่มาเตือน ก่อนจะมีทอร์นาโดลูกใหญ่พัดเข้าใส่ธุรกิจโรงแรมของเขาอย่างจัง เพราะในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม มีการประกาศจากทางการให้ยกเลิกการจัดงานทุกอย่างทั้งหมด ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
“ทันทีที่มีการประกาศยกเลิกการจัดงานทุกอย่าง ทั้งจังหวัดอุบลฯก็เงียบเหงา กิจการโรงแรมเราก็ไปต่อไม่ไหว จนกระทั่งผมตัดสินใจปิดโรงแรมในวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา”

เมื่อหายนะมา ไม่ใช่เวลาของความเศร้าเสียใจ ต้องลุกขึ้นมาทำอะไร เพื่อดูแลลูกน้องกว่า 100 ชีวิต

“หลังจากปิดโรงแรม ผมใช้เวลาย้อนกลับมามองตัวเอง ทบทวนสถานการณ์ว่าการปิดโรงแรมส่งผลกระทบต่อพนักงานของผมแน่ๆ ตอนนั้นผมมีลูกน้องอยู่ประมาณ 100 คน”
เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว แสงสว่างปลายอุโมงค์ ก็เริ่มปรากฎให้เห็นรำไร

“โจทย์แรก ผมต้องคิดช่วยพวกเขา เพราะพูดตามตรง เราต้อง Leave without pay นั่นคือทางเลือกทางรอดในหัว ต้องให้พวกเขาหยุดงานไปโดยไม่ได้รับเงินเดือน เพราะรายได้ของโรงแรมในตอนนั้นเท่ากับศูนย์ เราไม่สามารถไปอุ้มเขาไว้ได้เลย ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ผมอุ้มพวกเขามาแล้ว 1 เดือน”

“พอวันรุ่งขึ้น หลังจากปิดโรงแรม (วันที่ 26 มีนาคม) ผมคิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก็เลยกลับมาสำรวจตัวเองอีกครั้งว่าผมมีครัว สิ่งแรกที่ผมทำโดยปรับเอาความรู้ที่มีอยู่ในตัวมาใช้ คือ เราต้องทำอาหารขาย ซึ่งเชื่อว่าในตอนนี้ทุกคนคิดจะมุ่งไปสู่ธุรกิจส่งอาหาร หรือ Food delivery ที่ในช่วงวิกฤตนี้ก็มีร้านอาหารมากมายแย่งเข้าสู่ในแพลตฟอร์มนี้กันทั้งนั้น”
“หลายบริษัท Food delivery ต้องทำการคัดกรองร้านอาหารที่จะเข้าร่วมบนแพลตฟอร์มสั่งอาหาร โดยทางร้านต้องเสียส่วนแบ่งค่าอาหารตามกฎของธุรกิจนั้น”
“ในความคิดผม มันไม่ใช่นะ เสียงในหัวมันบอกแบบนั้น ผมว่ามันคือ Red ocean ที่ทุกคนแห่กันไปทางนี้หมด”
https://www.youtube.com/watch?v=H02OfmNqTtk ประเทดอุบล
“ผมเลยขอคิดต่าง ขอขายอาหารถูกนี่ล่ะ ใครจะว่าลดเกรด ไม่หรูหรา ผมมองว่าในชั่วโมงนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องห้ามลดเกรดหรือต้องคงความหรูหรา มันเป็นชั่วโมงที่ต้องเอาตัวรอด”
“และจะยิ่งดีถ้าตอบโจทย์ทั้งของสังคมที่ทุกคนต้องการลดค่าใช้จ่าย เข้าถึงอาหารถูก รสชาติดี ขณะที่ผมก็ได้เงินมาเลี้ยงลูกน้อง”
“เพราะวิกฤตนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับลูกน้องของเราเท่านั้น แต่ประชาชนทุกคน ทุกระดับ ทุกฐานะ ทุกธุรกิจ โดนกันถ้วนหน้า สิ่งที่กำลังจะทำ ถือว่าได้ทำเพื่อตอบโจทย์ช่วยแบ่งเบาภาระปากท้องของประชาชนได้ด้วย”
“ผมชอบขี่มอเตอร์ไซค์เล่น วันหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ไปตลาด เห็นบรรยากาศ การซื้ออาหาร ของชาวเมืองอุบล มันยิ่งทำให้ความคิดแจ่มชัดขึ้นว่า แทนที่จะเอาเงินไปจ่ายค่าส่วนแบ่งในธุรกิจอาหารดิลิเวอรี่ เอาต้นทุนตรงนั้น มาซื้อวัตถุดิบ ทำอาหารถูกและอร่อยโดย “เชฟ 5 ดาว” ของโรงแรมเราน่าจะเป็นไอเดียที่ดีที่สุด”

‘เชฟ 5 ดาว’ โมเดลการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ของธุรกิจโรงแรม ที่ทุกคนพร้อมสนับสนุน

“หลังจากตัดสินใจปิดโรงแรม ผมไม่มีเวลามานั่งเศร้าเลย ผมเชื่อในคำว่า ในวิกฤตมีโอกาส เราต้องรีบลงมือทำ แต่ก่อนจะลงมือทำ ก็ต้องผ่านการคิดที่รอบคอบมาแล้ว” เจ้าของโรงแรมลายทองพูดเน้นย้ำอีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นได้ถึงภาวะผู้นำที่มีเปี่ยมล้นในผู้ชายคนนี้
“สำหรับเรา เราโชคดีตรงที่มีอุปกรณ์ มีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำอาหารอยู่แล้ว มันเลยง่ายด้วย”

“ผมตั้งใจทำ เชฟ 5 ดาว ขึ้นมา เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงคนมาซื้ออาหารถูกแต่รสชาติดีระดับเชฟโรงแรมห้าดาวปรุงเอง และส่วนขยายไปจากการขายอาหารถุง เชฟ 5 ดาว นี้ ก็เปิดพื้นที่ให้พนักงานคนอื่น สามารถนำสินค้าที่เขาติดต่อมาขายได้ ทั้งของใช้และของกินมาขายในบริเวณเดียวกันได้ด้วย”

“เราขอเป็นตัวกลาง ต่อยอด เชฟ 5 ดาว ให้สยายปีกออกไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงนี้ให้กับพนักงาน โดยผมลงทุนเต็นท์ขายของให้ ให้พื้นที่ ติดไฟให้สว่าง เอาโต๊ะของทางโรงแรมมาปรับใช้ในการวางของขาย”
https://www.youtube.com/watch?v=H02OfmNqTtk ประเทดอุบล
“ยกตัวอย่าง พนักงานของผมคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นเบลบอย แต่เขามีความสามารถในการทำไก่ทอด ขนมจีน ก็ทำมาขายในพื้นที่นี้ ขณะที่ พนักงานอีกคน ก็เพิ่งรู้ว่าเขามีสวนมะม่วง ก็เอามาขายที่นี่ กลายเป็นขายดิบขายดีมาก พนักงานบางคนมีความสามารถในการทำน้ำผลไม้ น้ำดื่มสมุนไพร ขนมต่างๆ ก็มาเปิดร้านที่นี่ได้”

จากความสำเร็จของ เชฟ 5 ดาว ต่อยอดสู่ ธุรกิจฟู้ดดิลิเวอรี่ที่ไม่ง้อแพลตฟอร์มใดๆ และโปรเจคใหม่ ‘แม่บ้าน 5 ดาว’

จากเชฟ 5 ดาว ที่เริ่มนิ่งแล้ว มาในตอนนี้ ณภพ ได้แตกไลน์ไปยังบริการ ฟู้ดดิลิเวอรี่ แบบที่เขาเคยคิดไว้ในตอนต้น โดยตั้งใจทำกันเอง วางระบบเอง และแน่นอน ใช้พนักงานของเขาเป็นพนักงานส่งอาหาร เพื่อสร้างรายได้ให้พวกเขาอีกทางหนึ่ง
“การให้บริการส่งอาหารนี้ ก็จะใช้คนในของเราทำ ใช้มอเตอร์ไซค์ของพวกเขาเอง รายได้ทั้งหมดเป็นของพนักงานเหล่านั้นไปเลย ผมไม่ยุ่ง เช่น อาหาร 100 บาท ค่าส่ง 20 บาท เงิน 20 บาท ค่าส่งนั้น คนส่งจะได้ทั้งหมด”
“ตรงนี้ผมตั้งใจอยากสร้างงานให้พวกเขา โดยในตอนนี้ มีพนักงานมาส่งอาหารนี้ประมาณ 5-6 คน และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในแต่ละวันก็จะมีคนสั่งเข้ามา 5-20 เจ้าแล้ว”
สำหรับส่วนของรายได้ที่เข้ามาผ่านการจำหน่ายอาหารถุงราคาประหยัด เชฟ 5 ดาว รายได้ก็จะเข้าทางโรงแรม และทางโรงแรมก็จะจ่ายออกไปเป็นค่าจ้างงานทั้งพ่อครัวและพนักงานที่มาช่วยทำอาหารและช่วยขาย ณภพ อธิบายเพิ่มเติมแสดงความโปร่งใสในการบริหารจัดการ
และยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่ ณภพ ได้นำเสนอไว้ และตั้งใจจะทำให้เป็นจริงให้ได้ในเร็ววัน คือ โปรเจคใหม่แกะกล่องอย่าง ‘แม่บ้าน 5 ดาว’
”ตอนนี้ ผมคุยกับกลุ่มพนักงานฝ่ายแม่บ้าน ทำความสะอาด ไว้ว่าจะเปิดโปรเจค แม่บ้าน 5 ดาว ขึ้น เพื่อส่งแม่บ้านที่เคยทำงานในโรงแรมไปให้บริการตามบ้านที่ต้องการให้แม่บ้านมาทำความสะอาดบ้านในช่วงนี้”

“โดยไอเดียนี้ เริ่มต้นคล้าย เชฟ 5 ดาว เลย คือ ผมมองว่าเรามีอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆพร้อม และที่สำคัญเรามีแม่บ้านที่มีความชำนาญในเรื่องของการทำความสะอาด ในระดับแม่บ้านโรงแรม 5 ดาว นี่เป็นโอกาสที่จะคิดโปรเจคขึ้นมาเพื่อหารายได้ให้พนักงานกลุ่มนี้เพิ่มเติม”

“โดยผมขอเป็นสื่อกลางที่จะหาลูกค้า หาตลาดที่มีความต้องการแม่บ้านทำความสะอาดบ้านในตอนนี้ได้ โดยทางเราจะสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือทำความสะอาด น้ำยาทำความสะอาด ทั้งหมด แม่บ้านไม่จำเป็นต้องมีต้นทุนตรงนี้เลย แค่ลงแรง และได้รับค่าแรงมาเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ได้”
“หัวใจสำคัญของทุกโปรเจคที่ผมคิดขึ้นมาเพื่อเยียวยาพนักงานของผมในช่วงนี้ คือ เราคิดจากทรัพยากรที่เรามีอยู่ และตัวเราก็เป็นสื่อกลางในการขยายผลให้เกิดเป็นรายได้กลับมาสู่พนักงานของเราในช่วงนี้”

สิ่งตอบแทนที่ล้ำค่า ที่เงินก็หาซื้อไม่ได้ จากวิกฤตในครั้งนี้

“สิ่งที่ผมได้จากวิกฤตในครั้งนี้ อย่างแรกเลย ผมได้ทีมงานที่มีคุณภาพกลับคืนมา เพราะผมต้องยอมรับความจริงว่า ในตอนที่เราสบาย ไม่มีวิกฤตอะไรเกิดขึ้น เราก็ปฏิบัติตัว ประกอบธุรกิจ อีกแบบหนึ่ง มาในตอนนี้ ตอนที่ภัยมา มันได้เห็นน้ำใจซึ่งกันและกัน” ณภพ สื่อสารตรงประเด็น เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า สิ่งที่เขาได้รับจากไอเดียการปรับธุรกิจเพื่อรับวิกฤตในครั้งนี้ คืออะไร?
“พนักงานก็ได้เห็นว่าผมไม่ใช่ผู้บริหารที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง คอยสั่งการณ์อย่างเดียว ผมเป็นสายลุย และพร้อมจะลุยไปกับพนักงาน ผมแสดงเจตนาและความตั้งใจชัดเจนมาแต่ต้นว่า ผมพร้อมช่วยทุกคน แต่ทุกคน ก็ต้องช่วยผมด้วย เราต้องพร้อมเดินไปด้วยกัน”
https://www.youtube.com/watch?v=H02OfmNqTtk ประเทดอุบล
“ที่ผ่านมา พนักงานทุกคนให้ความร่วมมือดีมาก ผมได้มุมมองดีๆมากมายเต็มไปหมด ที่ใช้เงินซื้อหามา ก็คงหาซื้อไม่ได้”
ต่อมา ณภพ เล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้ม ซึ่งนั่นสื่อได้ชัดเจนว่า สิ่งที่เขาทำอยู่สร้างสุขให้เขาจริงๆ

“ผมได้ skill หรือทักษะใหม่ๆที่ภูมิใจมาก มันอาจเป็นทักษะที่เล็กๆที่ดูง่าย ไม่ยากเลย แต่ผมเพิ่งได้เรียนรู้ตอนมาทำ เชฟ 5 ดาว นี่ล่ะ เคยเห็นเขามัดอาหารไหมครับ มัดอย่างไรให้มันพอง ที่ผ่านมา ผมพยายามมาก แต่ก็ไม่เคยทำได้ จนมาในตอนนี้ทำได้แล้ว มันเป็นความสำเร็จเล็กๆที่น่าภูมิใจของผม”

“สำหรับผม วิกฤตครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้ได้ทำสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยทำหรือไม่เคยคิดจะลองทำ โดยอาจมองข้ามว่ามันเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ”
“อย่างทุกวันนี้ ทำงานทุกวัน ถามว่าเหนื่อยไหม ต้องตอบว่าเหนื่อยมากกว่าช่วงที่ยังไม่เกิดวิกฤต แต่ถามว่าสนุกไหม ตอบได้เลยว่าสนุกมาก
“การได้พูดคุยกับกลุ่มลูกค้า กลุ่มชาวบ้านที่มาซื้อแกงถุงของเรา ได้รับฟีดแบกรสชาติของอาหาร ได้พูดคุยถามไถ่ปัญหา ให้กำลังใจกัน ผมว่าเป็นเรื่องดีๆ เราคงหาประสบการณ์ดีๆแบบนี้ยากมากในภาวะปกติ”

เมื่อโควิดไป สิ่งที่เหลือไว้ คือ ทักษะการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และธุรกิจที่ดำรงอยู่ได้

เมื่อวิกฤตโควิดเริ่มคลี่คลาย ณภพ มองว่า จะมีทั้งธุรกิจที่คงอยู่และดับไป เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปเยอะ “โดยเฉพาะหลังจากวิกฤตโควิดจบลง ผมมองว่าหลายองค์กรน่าจะปรับตัวกันขนานใหญ่ เพราะในช่วงวิกฤตการระบาดโควิด-19 ส่งผลให้องค์กรธุรกิจได้ปรับเปลี่ยน ปรับตัว มากมาย ในสิ่งที่ไม่เคยทำ”
“เพราะถ้าเราไม่ปรับ องค์กร ธุรกิจ นั้นก็จะอยู่ไม่ได้ หลังจากโควิดคลี่คลายผมมองว่าจะมีวิถี Winner และ วิถี Loser”
“วิถี Winner คือ วิถีของธุรกิจที่สามารถปรับตัว ปรับวิธีการคิด ส่วนวิถี Loser ก็คือคนที่คิดและทำตรงกันข้าม ไม่ยอมปรับ และทำธุรกิจกับกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดิม ถ้าเป็นเช่นนี้มีแนวโน้มอย่างมากที่องค์กรนั้นจะล้มแน่นอน”
“และเมื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิดไป ผมมองว่าอย่างไร เชฟ 5 ดาว ก็ยังคงอยู่ต่อไป เพราะที่ผ่านมา ผมได้ทำแล้ว และมันดีต่อคนหาเช้ากินค่ำ จึงอยากให้ร้าน เชฟ 5 ดาว ยังคงอยู่ต่อไป ด้วยคอนเซปเดิมที่ว่า “มียี่สิบบาท ก็อิ่มได้””

“ที่ผ่านมา ผมทำธุรกิจโรงแรมนี้โดยช่วยคุณพ่อทำมาเป็นเวลา 20 ทำแต่เรื่องเดิมๆ บริหารโรงแรมก็มักจะเจอแต่ปัญหาเดิมๆ แต่พอวิกฤตนี้เกิดขึ้น ผมได้มีโอกาสตัดสินใจ มีความท้าทายเข้ามา”
“โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำก็ไม่ได้ทำเพื่อเงินเพียงโจทย์เดียว แต่เราทำเพื่อพวกพ้องของเรา ทำเพื่อสังคม แล้วผมพิสูจน์แล้วว่าการทำแบบนี้ทำให้ธุรกิจอยู่ได้ ผมไม่ปฏิเสธว่าคนทำธุรกิจก็ต้องมุ่งหมายเงิน กำไร แต่พอเกิดวิกฤตตอนนี้ ผมคิดแค่ว่าทำแล้วพนักงานของเราอยู่ได้ นั่นคือสำเร็จแล้ว”
“แล้วในขณะที่เราทำแบบนี้ ก็ไม่รู้สึกเดียวดายเลย เพราะมีพลังบวกเข้ามามากมาย จากพี่ป้าน้าอาที่มาซื้ออาหารถุงที่เราทำ
“มีพี่คนหนึ่งเห็นสิ่งที่เราทำ เขาส่งตำราอาหารชีวจิตมาให้ บอกว่าอยากให้เราลองทำอาหารเพื่อสุขภาพขายด้วย เพื่อดูแลสุขภาพผู้คน”
“ผมรับมาแล้วคิดเลยนะ เออ ผมไม่ใช่หมอ ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ไม่รู้เรื่องสุขภาพอะไรมากมาย แต่ในฐานะคนทำอาหารขาย ผมสามารถทำให้สุขภาพคนกินดีขึ้นได้ เมื่อร่างกายเขาแข็งแรง เขาก็จะมีภูมิคุ้มกันสู้เชื้อโรคได้”

สุดท้าย ที่เคยมีคนกล่าวมา “วิกฤต สร้าง วีรบุรุษ” ณภพ กล่าวว่า “ผมรู้ซึ้งถึงคำนี้เพราะวิกฤตนี้ และผมอยากส่งต่อพลังบวกให้ผู้นำองค์กร เจ้าของกิจการทุกท่าน ว่าท่านต้องเป็นวีรบุรุษในองค์กรให้ได้ ในทุกวิกฤตมีทางออกและมีจุดสิ้นสุด แค่เราสนุกกับมัน อย่าไปเครียด มองในมุมเดิม มองที่ปัญหานั่นล่ะ แต่ใช้มิติใหม่ในการหาทางออก”


อ้างอิง : รายการออนไลน์ ‘Fighter Club – เรื่องราวบันดาลใจของนักสู้ฝ่าวิกฤต’ เผยแพร่ผ่านทาง Facebook LIVE : ห่วงใย Thai Business


ฟังมุมมองจากคนสร้างแรงบันดาลใจ ฝ่าวิกฤตโควิดด้วยสติและปัญญา

‘พระไพศาล วิสาโล’ แนะ เมื่อในร้ายมีดี ในวิกฤตโควิด-19 ก็มี ‘โอกาสแห่งการสร้างสติ’

เปิดถ้อยแถลง ‘บิล เกตส์ Bill Gates’ ชี้สิ่งที่ผู้นำควรทำ เพื่อเอาชนะวิกฤตไวรัสโควิด-19

‘ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์’ แนะหลังวิกฤต COVID-19 ต้องปรับตัวขนานใหญ่ เพื่อก้าวสู่ 6 เศรษฐกิจแห่งอนาคต

Previous articleเผย 9 เทคนิคน่ารู้ เพื่อให้ครูพร้อม Teach from Home
Next articleCOVID-19 Global Report Vol.22
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์