อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) คนทำงานด้านสาธารณสุขไทยที่โลกยกย่อง!

ที่จริงแล้ว ถ้าย้อนมองภาพรวมด้านความก้าวหน้าของ “การสาธารณสุขไทย” จะพบว่าการสาธารณสุขไทยเติบโตก้าวหน้าแบบมีคุณภาพ ต่อเนื่อง และกระจายตัวทั่วถึงในทุกพื้นที่ของประเทศ จากการบริหารจัดการของ กระทรวงสาธารณสุข ที่เคลื่อนตัวอยู่ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รุนแรง แต่การสาธารณสุขไทยก็รับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ดี ไม่ว่าจะเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดหรือการเฝ้าระวังป้องกันสิ่งต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 

ย้อนหลังไปต้นทศวรรษ พ.ศ. 2520 ช่วงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยเข้าสู่ความทันสมัย (ที่มีเสียงกระแนะกระแหนในช่วงนั้นว่า “ทันสมัยแต่ไม่พัฒนา” (modernization without development!) ช่วงเวลาดังกล่าวสังคมไทยปรับตัวรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก เร่งสร้างงานพัฒนาชนบท มุ่งกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นและหมู่บ้านชนบทกว่าเกือบ 7 หมื่นหมู่บ้าน ใน 73 จังหวัด (ณ ช่วงเวลานั้น)

งานการสาธารณสุขเป็นงานสำคัญที่ประเทศไทยดำเนินการมาอย่างเข้มข้น การสาธารณสุขมูลฐานไทยร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่น (ช่วงนั้นญี่ปุ่นกำลังผงาดเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในเอเซียและโลก) ร่วมกันจัดทำ โครงการสาธารณสุขมูลฐาน มุ่งปรับสภาพสุขอนามัยชาวบ้านในระดับหมู่บ้านทั่วทุกภูมิภาค ให้ปรับสร้างพื้นฐานความรู้การจัดการตัวเองด้านสุขอนามัย ซึ่งในช่วงราวปี พ.ศ. 2521 ได้มีการจัดตั้ง ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานระดับภาค ในทุกภาคของไทย เพื่อพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานให้ทั่วถึง

อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน

ขณะเดียวกันก็มีการจัดตั้ง ผสส. หรือ ผู้สื่อข่าวสาธารณสุขระดับชุมชน และ อสม. หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อช่วยงานสาธารณสุขและช่วยประเมินสถานการณ์สาธารณสุขมูลฐานระดับครัวเรือน ซึ่งมีการสำรวจความจำเป็นพื้นฐานระดับครัวเรือน (จปฐ.) และได้นำมาเป็นข้อมูลพัฒนาการสาธารณสุข ช่วยขจัดความยากจนระดับครัวเรือนในเวลาต่อมา
นายแพทย์อมร นนทสุต อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขยุคนั้น เป็นผู้มีความรู้และกระตือรือร้นต่อการจัดการสาธารณสุขมูลฐานที่สุด เป็นผู้ที่หันทิศการสาธารณสุขไทยให้ทำงานกับผู้คนทุกระดับแบบเสมอภาค ทั่วถึงในทุกพื้นที่-ทุกกลุ่มชน โดยหมออมรได้ระดมความร่วมมือจากกลุ่มแพทย์ชนบท กลุ่มองค์กรอาสาสมัครเอกชน กลุ่มการพัฒนาชนบทหลายภาคส่วน เข้าร่วม “สร้างคน” “สร้างความรู้” ให้สังคมโดยรวมปรับตัวรับพื้นฐานการพัฒนาการสาธารณสุขยุคใหม่ ให้ก้าวพ้นจากความไม่รู้และวัฒนธรรมที่ไม่เป็นผลดีกับการดำรงชีวิตและสุขภาพ อสม. จึงมีบทบาทสำคัญต่อการสาธารณสุขไทยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หมอหงวน – นายแพทย์สงวน นิตยารัมพงษ์ //
ต่อมา การสาธารณสุขไทยได้พัฒนาต่อยอดไปถึง การศึกษาการแพทย์พื้นบ้าน แพทย์แผนไทย การนวด และการรักษาหลายรูปแบบที่เปิดกว้าง โดยนำศาสตร์ต่างๆ มาพัฒนายกระดับอย่างเป็นระบบ จนการแพทย์พื้นบ้านได้รับการยอมรับในปัจจุบัน รวมทั้งมี การจัดระบบการสาธารณสุข การดูแลสุขภาพแบบ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ หมอหงวน – นายแพทย์สงวน นิตยารัมพงษ์ ได้ปลุกปั้นริเริ่มเพื่อดูแลคนไทยมาจนถึงวันนี้
ทั้งหมดคือพัฒนาการการสาธารณสุขไทยที่ก้าวหน้า มีคุณภาพ มีการบริหารจัดการที่ไม่แพ้ประเทศใดในโลก!

มาจนถึงวันนี้ อสม. ถือกำเนิดยาวนานมา 42 ปี เป็นการทำงานเข้าสู่ต้นทศวรรษที่ 5 แบบจิตอาสา มีบทบาทสำคัญจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ยุคก่อตั้งจาก “หมออมร” ที่ได้วางระบบไว้ว่า อสม. 1 คนจะดูแลการสาธารณสุขให้ชาวบ้าน 15 ครัวเรือน แต่ต่อมามีการขยายตัวของประชากรและการปรับตัวเปลี่ยนแปลง จนถึงวันนี้มี อสม. 1,040,000 คนทั่วประเทศ

ปัจจุบัน อสม. 1 คน ดูแลชาวบ้านราว 25 ครัวเรือน ทำงานแบบอาสามัคร จัดระบบงานและสัมพันธ์กันแบบเครือข่าย มีการประชุมระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล มีประธานแต่ละระดับเป็นแกนประสานงาน ด้วยค่าตอบแทนคนละ 600 บาท!

อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน

อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน

งานหลักๆ ของ อสม. เป็นเหมือนนักจัดการการสาธารณสุขระดับชุมชน-ครัวเรือน คอยช่วยงานการอนามัยสาธารณสุขของกระทรวงฯ ทั้งเชิงรุกและรับ ทำงานได้หลายรูปแบบ มีการฝึกอบรมพัฒนาหลักสูตรพื้นฐาน หลักสูตรเชี่ยวชาญ และนักจัดการคุณภาพด้านสุขอนามัยป้องกันโรคเบื้องต้น รวมถึงการติดตามเฝ้าระวัง-คัดกรองโรคระบาด ร่วมกับบุคลากรสาธารณสุขไปในตัว
อาสาสมัคร อสม.นี้ เป็นเหมือนห่วงโซ่ที่เชื่อมความรู้เรื่อง การจัดการตัวเองด้านการสาธารณสุข จากส่วนกลางสู่ชุมชน-ครัวเรือน และสื่อสถานการณ์จากครัวเรือนสู่ส่วนกลาง ให้ได้รับรู้ความก้าวหน้า-ล้มเหลว หรือผลการดำเนินงานของการบริหารจัดการทางการแพทย์ การอนามัย และการสาธารณสุขในระดับรากหญ้า

อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน

อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน

อสม. จึงเป็นตัวจริง-เสียงจริงที่ขับเคลื่อนความสำเร็จและคุณภาพการสาธารณสุขไทย ซึ่งมีประสบการณ์ตรง ผ่านงานมาทุกปัญหา ช่วยดับไฟตั้งแต่ต้นลม โดยจัดการปัญหาร้ายแรงให้ยุติลงด้วยดีตลอดมา

ไม่ว่าเป็นการระบาดของอหิวาตกโรค ที่เกิดขึ้นหลายช่วงเวลา หลายท้องที่ การเฝ้าระวังการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ การช่วยดับไฟการระบาดของโรคเอดส์ในระดับชุมชน ไปจนถึงการให้ความรู้ด้านสุขอนามัยชุมชน

วันนี้ อสม.ก็เป็นด่านหน้าในการจัดการโควิด 19 ที่กำลังระบาดอาละวาดทั้งโลกอยู่
นี่คือคลื่นจิตอาสาที่กล้าแกร่งของไทยที่ช่วยตอบชาวโลกว่า ทำไมการสาธารณสุขไทยจึงมีคุณภาพและก้าวหน้า สามารถจัดการกับปัญหารุนแรงต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงทุกพื้นที่ ช่วยให้ประเทศไทยไม่ตกอยู่ในสภาพเลวร้ายแบบที่หลายประเทศกำลังเผชิญอยู่
ขอบคุณชาว อสม.ทุกท่าน ที่ทุ่มเทดูแลคนไทยในทุกชุมชน… 

 

 

 

เรื่อง : Apichartology


ขอบคุณภาพจาก : facebook.com/เพื่อน อสม.


มีเรื่องราวของหมออมรที่เราเชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากรู้เพิ่มบนเฟซบุ๊กของ Kannikar Kijtiwatchakul โดยระบุว่า นพ.อมร นนทสุต ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ พ.ค. 2551 ตีพิมพ์ครั้งแรกใน หลังประติมาสาธารณสุข
คลิกอ่านได้ที่ลิงก์นี้ www.facebook.com/kannikar.kij