เปิดตัว ‘ชุดตรวจคัดกรอง COVID-19 จากน้ำลาย’ รู้ผลใน 1 ชม. นวัตกรรมไทยทำไทยใช้ ผู้ป่วย & ผู้ตรวจ ปลอดภัย ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

980

แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยจะลดลงเรื่อยๆ ด้วยความร่วมมือของชาวไทยทุกคนที่เปิดรับและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อจากภาครัฐกันอย่างพร้อมเพรียง ทว่า หากอ้างอิงตามการแถลงข่าวของ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ก็ยังยืนยันว่าวิกฤตนี้ยังไม่ถือว่าเข้าสู่จุดคลี่คลาย และยังไม่สามารถผ่อนปรนมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่ทำอยู่ เพราะเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงระบาดอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเดียวกับไทย ด้านการแพทย์และสาธารณสุขจึงยังคงต้องเดินหน้าเชิงรุก ตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อด้วย ชุดตรวจคัดกรอง COVID-19 เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่อาจจะยังไม่แสดงอาการต่อไป

โดยที่ผ่านมา วิธีการตรวจคัดกรองผู้ป่วย ยังคงเป็นวิธีที่ยุ่งยากและสร้างความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นผู้เก็บตัวอย่าง เพราะต้องเอาเยื่อบุในคอหรือเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูก หรือนำเสมหะที่อยู่ในปอด ออกมาตรวจหาเชื้อไวรัสในห้องแล็บ นอกจากนั้น วิธีนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงด้วย
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงร่วมมือกัน ศึกษาค้นคว้าจนได้ ‘ชุดตรวจคัดกรอง COVID-19 จากน้ำลาย’ รู้ผลใน 1 ชม. ที่พร้อมเปิดตัวและนำมาใช้จริงได้แล้วเร็วๆนี้

รู้ไว้ดีกว่า การตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในไทย มีวิธีใดบ้าง?

จนถึงตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนยังสงสัยกันว่า “วิธีการตรวจหาเชื้อ” และ “ชุดตรวจเชื้อ” ที่ทางทีมแพทย์ของประเทศไทยใช้กันนั้น มีกี่วิธี? และมีขั้นตอนการอย่างไรบ้าง ในเรื่องนี้ทาง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ให้คำตอบไว้แล้ว ดังนี้
  • Real-time RT PCR
วิธีนี้เป็นการตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสด้วยวิธี Real-time RT PCR ซึ่งเป็นวิธีที่องค์การอนามัยโลกแนะนำและประเทศไทยพร้อมใช้อยู่ในปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกแนะนำ การตรวจด้วยวิธีนี้มีข้อดีคือ มีความไว มีความจำเพาะสูง สามารถทราบผลภายใน 3-5 ชั่วโมง และสามารถตรวจจับเชื้อไวรัสในปริมาณน้อยๆได้
ดังนั้นไม่ว่าจะเชื้อไวรัสนั้นคือเชื้อเป็นหรือเชื้อตาย ก็สามารถตรวจจับได้หมดจากสารคัดหลั่งทางเดินหายใจส่วนบน ส่วนล่าง ของผู้สงสัยติดเชื้อ ถือว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคเพื่อการรักษาที่รวดเร็ว ตั้งแต่ระยะแรกของการเกิดโรค และใช้ติดตามผลการรักษาได้
ส่วนวิธีการเก็บตัวอย่างนั้น แพทย์จะทำการป้ายเอาเยื่อบุในคอ หรือเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูก หรือนำเสมหะที่อยู่ในปอด ออกมาตรวจหาเชื้อไวรัส ซึ่งการตรวจวิธีนี้ต้องระวังการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม จึงต้องทำในห้องแล็บที่ได้รับมาตรฐานเท่านั้น ต้นทุนเฉพาะในห้องแล็บอยู่ที่ครั้งละ 2,500 บาท
  • Rapid test
ส่วนการตรวจแบบ Rapid Test เป็นการเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจหาภูมิคุ้มกัน โดยการใช้ชุดทดสอบแบบรวดเร็ว หรือ Rapid Test ที่สามารถทราบผลได้ใน 15 นาที การตรวจวิธีนี้จะทำได้หลังมีอาการป่วย 5-7 วัน หรือได้รับเชื้อมาแล้ว 10-14 วัน ร่างกายจึงจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต้านเชื้อโรค
ดังนั้นการใช้ Rapid Test ตรวจภูมิคุ้มกันในช่วงแรกของการรับเชื้อ หรือช่วงแรกที่มีอาการ ผลการตรวจจะขึ้นลบ ซึ่งไม่ได้แสดงว่าผู้ป่วยไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังไม่เกิดขึ้น

สำหรับชุดตรวจหากนำเข้าจากต่างประเทศราคาอยู่ที่ 500 บาท แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังพัฒนาชุดตรวจของไทยขึ้นมา ซึ่งจะมีราคาประมาณชุดละ 200 บาท
การตรวจแบบ Rapid Test นี้มีองค์ประกอบสำคัญก็คือ “น้ำยาตรวจเชื้อ” ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนบางคนไปหาซื้อมาตรวจเอง ในเรื่องนี้ทางทีมแพทย์ยืนยันว่า “ไม่ควรทำ” เนื่องจากน้ำยาเหล่านี้ทาง อย.อนุญาตใช้เฉพาะสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่อนุญาตจำหน่ายทั่วไป อีกทั้งหากประชาชนซื้อมาตรวจเองก็อาจจะแปลผลและสรุปผลผิดพลาด ดังนั้นจึงต้องตรวจโดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้น

‘ชุดตรวจคัดกรอง COVID-19 จากน้ำลาย’ รู้ผลใน 1 ชม. เครื่องมือสำคัญตอบโจทย์มิติใหม่ของการตรวจคัดกรองเชิงรุก

ดังที่เกริ่นไว้ในตอนต้นว่า ในวันนี้มีข่าวดีว่าประเทศไทยจะมี ชุดตรวจคัดกรอง COVID-19 รูปแบบใหม่ ซึ่งเก็บตัวอย่างเชื้อมาตรวจจากน้ำลายของผู้มาตรวจ และนำไปตรวจสอบหาเชื้อโควิด-19 โดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมง เท่านั้น
และผลงานนั้นมาจากการคิดค้นของ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา ได้จัดงานแถลงข่าว “รามาธิบดีกับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ทางน้ำลายและการใช้เทคโนโลยี LAMP PCR”

โดย ศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงที่มาของการคิดค้น ‘ชุดตรวจคัดกรอง COVID-19 จากน้ำลาย’ นี้ว่า

“เทคนิคการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ทางน้ำลายและการใช้เทคโนโลยี LAMP PCR มีข้อดีหลายด้าน ทั้งสามารถตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว มีความแม่นยำ ลดต้นทุนการวิเคราะห์ ใช้งานง่าย และปลอดภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ผู้ตรวจ”

“จากเดิมที่เราต้องเก็บตัวอย่างเชื้อผู้ป่วย โดยให้ผู้ตรวจอยู่ในตู้ ผู้ถูกตรวจอยู่นอกตู้ หรือต้องทำในห้องตรวจที่เป็น Negative Pressure โดยผู้ตรวจต้องใส่ชุด PPE ป้องกัน และสวมใส่หน้ากาก N95 อย่างเคร่งครัด”
“มาในวันนี้ ทีมนักวิจัยของเราได้ค้นพบวิธีใหม่ในการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อ โดยให้ผู้มาตรวจบ้วนน้ำลาย และนำมาตรวจสอบผลว่าติดเชื้อโควิดหรือไม่ ด้วยวิธีนี้ทำให้ตรวจหาผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วขึ้นมาก สอดคล้องกับกลยุทธ์การตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกที่ทางภาครัฐกำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้ด้วย”
ด้าน รศ.ดร.พลังพล คงเสรี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง 2 คณะในครั้งนี้ว่า ความสำเร็จในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีส่วนและมีบทบาทมากในการช่วยแก้ปัญหาของประเทศ

“แต่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำได้ ถ้าหากว่าไม่มีความร่วมมือจากคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดีและนักวิจัยจากในอีกหลายภาคส่วน ที่ทำให้ในตอนนี้ด้วยความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย เราสามารถผลิตชุดตรวจคัดกรอง LAMP PCR ได้แล้วถึง 1 แสนชุด”
ทางฝั่งอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ รศ.พญ.สิริอร วัชรานานันท์ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความสำคัญของการตรวจตัดกรองที่มีประสิทธิภาพว่า
“โรคติดเชื้อโควิด-19 สามารถติดเชื้อและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในผู้ติดเชื้อที่มีอาการและไม่มีอาการ ผ่านมา กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ตรวจ รักษา ผู้ป่วยอย่างเสียสละนั้น มีอัตราการติดเชื้อโควิด-19 แล้วถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด และถ้าเราไม่สามารถตรวจคัดกรอง หาผู้ติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะไม่สามารถควบคุมและกักกันโรคได้ รวมถึงจะไม่สามารถรักษาคนไข้ได้อย่างทันถ่วงที”
“ด้วยเหตุนี้ ที่ผ่านมา ทางคณะผู้วิจัยได้ค้นพบว่ามีงานวิจัยต่างประเทศยืนยันว่าสามารถตรวจการติดเชื้อได้ด้วย “น้ำลาย” หรือ Saliva สำหรับการตรวจหาเชื้อของโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ หรือ เชื้อ RSV ในอดีต และจุดเด่นสำคัญของการตรวจหาเชื้อวิธีนี้คือ เก็บได้เร็วกว่า ราคาถูกกว่า”
สำหรับการทดลองผลการเก็บเชื้อจากน้ำลายของผู้ป่วย ผศ.ดร.พญ.อังสนา ภู่เผือกรัตน์ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมา ได้ไปเก็บตัวอย่างน้ำลายของผู้ป่วยโดยที่ผู้ป่วยคนนั้นต้องมีอาการเป็นไข้ มีอาการทางระบบหายใจ และเข้าเกณฑ์ POI คือ เป็นผู้ป่วยคัดกรองและเฝ้าระวังการติดเชื้อโรคโควิดที่มีอายุมากกว่า 18 ปี
“เราได้เก็บตัวอย่างน้ำลายของผู้ป่วยคัดกรองฯนี้ไปจำนวน 200 ราย โดยวิธีการเก็บตัวอย่าง มีขั้นตอน คือ ให้ผ็ที่เข้ามาตรวจบ้วนน้ำลายใส่กระปุกพลาสติก และปิดฝาให้สนิท พันด้วยพาราฟิล์มอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นใส่ถุงซิปล็อคสามชั้น เก็บที่อุณภูมิ 2-3 องศาสเซลเซียส ก่อนที่จะส่งไปที่ห้องแล็บไวรัส”

“ผลที่ได้ออกมาคือสิ่งส่งตรวจจากตัวอย่างมาตรฐาน ด้วยวิธีเดิมคือเก็บเชื้อจากโพรงจมูกและหลังคอ พบว่ามีผล Positive จากตัวอย่างมาตรฐานทั้งหมด 19 ตัวอย่าง พบว่ามีเชื้อโควิดทั้งหมด 18 ราย และเมื่อนำมาคิดค่าความไวก็พบว่าการเก็บตัวอย่างเชื้อด้วยน้ำลายให้ความไวที่ร้อยละ 84.2 ส่วนความจำเพาะอยู่ที่ร้อยละ 98.9 โดยมีความสอดคล้องกับผลตรวจที่เทียบกับวิธีมาตรฐานแล้วพบว่าตรงกันถึง 97.5 เปอร์เซ็นต์”

“ดังนั้น ด้วยผลการศึกษานี้ เราก็สรุปได้ว่า การเก็บตัวอย่างน้ำลายของผู้ป่วยมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 มีความไวและความจำเพาะสูง วิธีการตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยน้ำลายจึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปต่อยอดไปค้นหาผู้ป่วยในชุมชนและในสถานที่ที่มีทรัพยากรจำกัด เนื่องจากมีความสะดวกและสามารถเก็บตัวอย่างได้ง่ายและรวดเร็ว เหมาะกับการสุ่มตรวจในกลุ่มประชากรจำนวนมาก”
“นอกจากนั้น ประโยชน์ทางอ้อม คือ ลดการพึ่งพาชุด PPE และลดการใช้อุปกรณ์เก็บสิ่งส่งตรวจ และตอนนี้เราก็กำลังขยายผลศึกษาวิธีการตรวจเชื้อในรูปแบบอื่นที่มีความไวยิ่งขึ้นต่อไป
ส่วนทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก็มีส่วนร่วมสนับสนุนในงานวิจัยครั้งนี้ด้วย โดย นพ.สุรัคเมธ มหาศิริมงคล ผู้อำนวยการกองสนับสนุนนวัตกรรมและอุตสาหกรรมสุขภาพ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า

“ที่ผ่านมา ทางกรมฯ มีบทบาทหลักในการเตรียมความพร้อมของห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 มาตั้งแต่เกิดวิกฤตการระบาดครั้งนี้ ความสำเร็จในการคิดค้น ชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยน้ำลาย นับว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทย ที่คิดค้นโดยนักวิจัยไทย อย่างแท้จริง และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ของไทย”


ที่มา : การแถลงข่าวความสำเร็จ จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับ “เทคนิคการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทางน้ำลายและการใช้เทคโนโลยี LAMP PCR” เผยแพร่ทาง Mahidol Channel


นวัตกรรมที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 มีอีกหลายหลายรูปแบบ คลิกอ่านต่อได้เลย

Cofact : ชวนคนไทยใช้ Civic Tech ตรวจเช็คข้อมูล-ข่าวลวงหรือจริง อิงโมเดลต้นแบบมาจากไต้หวัน

SIMULIA XFlow เทคโนโลยี 3D เบื้องหลังการออกแบบ รพ.เหลยเสินซาน ที่สร้างเสร็จใน 14 วัน

เปลี่ยน ‘หน้ากากป้องกันสารพิษ’ ยุทธภัณฑ์ทางทหาร เป็นอาวุธป้องกันนักรบเสื้อกาวน์จากโควิด-19 ไอเดียจากงานวิจัยที่ใช้ได้จริง