โควิด ก็หยุดการจัดส่งสินค้าจากไทยไปเมืองนอกไม่ได้

สถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนค่อยๆ เปลี่ยนไป หากมองในแง่บวกที่เห็นชัดที่สุดคือ การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์นั้น เติบโตอย่างรวดเร็วในวิกฤตนี้ เพราะผู้บริโภคจำนวนมาก #StayHome เมื่อต้องการสินค้าก็มักสั่งซื้อผ่านอีคอมเมิร์ซต่างๆ ได้จากที่บ้าน ร้านค้าและธุรกิจจำนวนมากจึงยังคงทำมาค้าขายได้

แต่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ ร้านค้าที่มีลูกค้าอยู่ต่างประเทศอาจเกิดความกังวล เช่น จะส่งสินค้าถึงปลายทางตามเวลาปกติได้หรือไม่? ในประเด็นนี้ เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน ให้คำแนะนำว่า
“โควิด-19 ทำให้คนรู้สึกไม่แน่ใจและอาจเกิดความสับสนได้ง่าย ดังนั้นร้านค้าออนไลน์ต้องทำให้ลูกค้ามั่นใจว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายนี้ ธุรกิจและการให้บริการของคุณยังคงดำเนินการอย่างเป็นปกติ” 

สำหรับประเทศไทย ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สินค้าที่ได้รับความนิยมในการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ได้แก่ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลร่างกาย ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารแห้ง ผลไม้แปรรูป และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์


8 เคล็ดลับจัดส่งสินค้าข้ามแดน พร้อมพาแบรนด์โกอินเตอร์

เพื่อช่วยให้การค้าออนไลน์ไม่สะดุดหรือล้มพับไปเสียก่อน SALIKA จึงนำ 8 เคล็ดลับจัดส่งสินค้าข้ามแดน พร้อมพาแบรนด์โกอินเตอร์ จาก ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส มาฝากผู้อ่าน ผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์ ด้วยหวังว่าจะช่วยให้รักษาลูกค้าและยังจัดจำหน่ายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พร้อมกันนี้ ยังมีแนวทางสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่กระบวนการสั่งซื้อ จนกระทั่งจัดส่งของถึงมือ ตลอดจนเคล็ดลับการขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก

8 เคล็ดลับจัดส่งสินค้าข้ามแดน พร้อมพาแบรนด์โกอินเตอร์ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส

1. โฮมเพจต้องระบุรายละเอียดสำคัญ

ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า หน้าโฮมเพจของคุณมีรายละเอียดครบทุกขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าหรือไม่ ตั้งแต่กดยืนยัน ดำเนินการ บริการส่งสินค้าช่วงสถานการณ์โควิด-19 
เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผู้ค้าใส่ใจลูกค้าในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ บนเว็บไซต์จึงควรมีแท็บสำหรับติดต่อสื่อสารกับลูกค้า โดยคุณอาจเลือกใช้ข้อความต่างๆ เช่น
  • “เราอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”
  • “ส่งสินค้าทุกประเภทในช่วงโควิด-19”
  • “สินค้าทุกชิ้นปลอดภัยด้วยกระบวนการส่งที่ปลอดภัย” 
หลายๆ ร้านยังมีแท็บข้อมูลในการแจ้งโปรโมชันการตลาดต่างๆ ด้วย เช่น ส่งสินค้าฟรีเมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาทขึ้นไป, ให้บริการลูกค้าในช่วงเวลา 9 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม, ยินดีรับคืนสินค้าภายใน 90 วัน 

หากร้านของคุณไม่มีแบนเนอร์หรือแท็บดังกล่าว อาจใช้ Footer แทนได้ เพื่อสื่อสารกับลูกค้าหรือแจ้งข้อเสนอของทางร้าน รวมถึงสร้างภาพประกอบบริเวณด้านบนของเว็บไซต์ หรือสร้าง Slider Image ที่หน้าโฮมเพจก็ได้

2. บอกข้อมูลให้ชัดบนหน้าเพจ

บ่อยครั้งที่ผู้เยี่ยมชมเพจมักพุ่งสายตาไปที่แท็บประเภทของสินค้า หรือเพจที่ให้รายละเอียดข้อมูลผลิตภัณฑ์ ดังนั้น คุณสามารถนำรูปภาพผลิตภัณฑ์หรือใส่ข้อความเพิ่มใกล้ปุ่มสั่งซื้อ หรือแจ้งกำหนดการส่งของแก่ลูกค้าพร้อมข้อความสั้นๆ และได้ใจความ เช่น “ส่งสินค้าตามปกติในช่วงโควิด-19” เพื่อย้ำว่ากระบวนการสั่งซื้อยังเป็นไปตามปกติ 

3. แจ้งเรื่องส่งสินค้าผ่าน Shopping Cart

ทำให้เห็นว่าคุณมีพาร์ทเนอร์ที่เป็นบริษัทขนส่งเพื่อจัดส่งสินค้าช่วงโควิด-19 ได้ทันที ในพื้นที่ที่อยู่ในเขตให้บริการ และถ้าสินค้าจัดส่งช้ากว่ากำหนด ก็ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน
ปกติบริษัทขนส่งจะแจ้งเวลาจัดส่งสินค้า พื้นที่ที่จัดส่งสินค้า บนหน้าโฮมเพจหรือทาง eDM คุณควรให้ความสำคัญและติดตามข้อมูลอัปเดตจากบริษัทขนส่งอย่างใกล้ชิด และอัปเดตข้อมูลเหล่านั้นในร้านออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าของคุณได้รับข้อมูลที่ตรงกัน

4. สร้าง Meta tag ให้คนค้นเจอ

กูเกิ้ลเสิร์ช เป็นอีกช่องทางที่ดึงผู้สนใจให้เข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าออนไลน์ ถ้าคุณเพิ่มข้อความใน Meta Tag ที่โชว์ในหน้าค้นหาของกูเกิ้ล เช่น “พร้อมส่งสินค้าช่วงโควิด-19” ลูกค้าก็จะทราบว่าร้านค้ามีสินค้าพร้อมส่งทันที ไม่มีปัญหาการจัดส่งในช่วงโควิด-19 วิธีนี้จะช่วยเพิ่มทราฟิกให้กับร้านออนไลน์ของคุณด้วยเช่นกัน เพราะผลลัพธ์การค้นหาสามารถตอบคำถามที่ลูกค้าส่วนใหญ่อยากรู้ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ

5. อย่าลืม FAQ หรือคำถามที่พบบ่อย

ช่วงนี้คุณอาจจะเริ่มรู้แนวคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยเกี่ยวกับโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นจากอีเมลที่เข้ามา หรือจากทางโทรศัพท์ แนะนำว่าให้บันทึกคำถามที่เข้ามาบ่อยๆ และเตรียมคำตอบให้พร้อม โดยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ที่หน้า FAQ หรือเชื่อมการสื่อสารของคุณที่เกี่ยวกับโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นจากแบนเนอร์ แท็บข้อมูล หรือตะกร้าช็อปปิงสินค้า มาไว้ที่หน้า FAQ ได้อีกด้วย

6. แจ้งข้อมูลการติดต่อหรือเบอร์คอลเซ็นเตอร์

ตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่า ลูกค้าสามารถติดต่อคุณได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์หรือโซเชียลมีเดีย และให้ทีมที่ดูแลเรื่องการให้บริการลูกค้าสื่อสารกับลูกค้าแบบเดียวกับสิ่งที่คุณสื่อสารในร้านของคุณ เพื่อหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่ทำให้ลูกค้าสับสนในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะจะเป็นการทำลายความไว้วางใจของลูกค้าได้

7. มี eDM หรือ E-Newsletter ด้วยจะดีมาก

เมื่ออัปเดตข้อมูลในร้านค้าออนไลน์และช่องทางการติดต่อต่างๆ แล้ว ควรทำการตลาดผ่าน eDM หรือ E-Newsletter เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยอัปเดตข้อมูลอื่นๆ ให้ลูกค้าปัจจุบันทราบว่า แบรนด์มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง เช่น คุณสามารถอ้างอิงคำถามที่ทางร้านได้รับบ่อยๆ ในช่วงโควิด-19 แสดงรูปภาพพนักงานที่กำลังทำงานในคลังสินค้า ข้อความรีวิวจากลูกค้าที่มีความรู้สึกดีกับการให้บริการของคุณ หรือแชร์ข้อมูลการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วและตรงเวลา

8. สร้างภาพจำให้แบรนด์ด้วยโซเชียลมีเดีย

ไม่ว่าคุณจะโพสต์รูปคลังสินค้าบนอินสตาแกรม ลงคลิปทีมงานที่กำลังตอบคำถามลูกค้าในเฟซบุ๊ก หรือใช้ลิงก์อินบอกเล่าถึงความเป็นทีมเวิร์คและความพึงพอใจของลูกค้าในช่วงโควิด-19 สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าที่มีต่อร้านของคุณ และความน่าเชื่อถือก็เป็นสิ่งที่ลูกค้าของคุณกำลังมองหาในช่วงเวลาแบบนี้

หวังว่าเคล็ดลับ 8 ข้อนี้จะเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าปัจจุบัน พร้อมกับเพิ่มลูกค้าใหม่ และสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้เป็นปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 สิ้นสุดลงนะคะ