จับตามอง ‘เทรนด์ Next normal’ ความปกติใหม่บทต่อไป รอจู่โจมธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19

นอกเหนือจาก New normal คำที่หลายคนคุ้นหูกันดีในยุคนี้ เพราะถูกนำมาใช้นิยามความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตผู้คนหลังจากวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย เป็น “ความปกติใหม่” ที่ทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือ มาในวันนี้ เทรนด์ Next normal ก็ตามมาติดๆ แปลตรงตัว คือ ความปกติบทต่อไป ซึ่งในตอนนี้ยังโฟกัสไปที่ ธุรกิจ เป็นหลัก โดยชี้ว่าจากนี้ไปมีธุรกิจใดที่จะถูกเทรนด์นี้จู่โจม และต้องเตรียมวางแผนปรับตัวเพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปบ้าง

เพื่อให้เห็นภาพในบริบทที่กล่าวมาชัดเจนขึ้น เรามี 2 ธุรกิจตัวอย่าง ที่จัดว่าเป็นตัวอย่างที่ใช้อธิบาย เทรนด์ Next normal ได้อย่างเห็นภาพ ได้แก่ ธุรกิจขนส่งสินค้า ที่ได้อานิสงส์จาก อีคอมเมิร์ช ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้ และธุรกิจการออกกำลังกาย


แม้ธุรกิจขนส่งทางอากาศจะได้รับผลกระทบมาก แต่ธุรกิจขนส่งสินค้า-อาหาร ทางยังสดใส เพราะ เทรนด์ Next normal หนุน

จากบทความ “ผลวิกฤต COVID-19 กับธุรกิจเทรนด์ใหม่ การขนส่งภายใต้ Next Normal” ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการที่รัฐบาลของแต่ละประเทศได้เพิ่มระดับความเข้มข้นของมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อของโควิด-19 ตั้งแต่การเว้นระยะห่างทางสังคมไปจนถึงการปิดประเทศ
มาตรการเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการชะงักของอุปสงค์การบริโภคและอุปทานในภาคการผลิตและการบริการ โดยเฉพาะการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าต่างๆ จนอาจถึงขั้นวิกฤตในบางประเทศ
โดยเฉพาะผลกระทบต่อธุรกิจขนส่งทางอากาศอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน อ้างอิงได้จากผลการสำรวจของ บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ McKinsey เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563 ที่ชี้ว่าจากการศึกษามูลค่าของบริษัททั่วโลก 3,000 บริษัท พบว่าธุรกิจเกือบทุกสาขาได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้มากน้อยแตกต่างกันไป
ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ ธุรกิจผลิตอากาศยาน ธุรกิจขนส่งทางอากาศและท่องเที่ยว ธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ธุรกิจธนาคาร และธุรกิจผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน ตามลำดับ
ส่วนธุรกิจที่ได้ผลกระทบน้อยคือ ธุรกิจบริการผู้บริโภค ธุรกิจยา ธุรกิจด้านสุขภาพ และธุรกิจค้าปลีก

นอกจากนี้ World Bank (2020) ยังประเมินว่า ในระยะสั้นจำนวนผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลกจะลดลงมากกว่า 40% และสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ประเมินว่าธุรกิจสายการบินทั่วโลกจะมีรายได้หายไปถึง 113 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อฐานะทางการเงินของบริษัทที่อยู่ในธุรกิจนี้
สำหรับบริบทของธุรกิจการขนส่งในไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 พบว่าด้วยการงดเดินทางในช่วงนี้ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป กอปรกับหลายประเทศมีมาตรการควบคุมการเดินทาง ธุรกิจขนส่งทางอากาศจึงได้รับผลกระทบอย่างมาก 

แต่อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นในธุรกิจขนส่ง เนื่องจากในช่วงนี้คนจำนวนมากต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาทำงานจากบ้าน หรือ Work from home เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโรค แต่ก็ยังต้องกินต้องใช้ หลายคนจึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอย โดยหันมาพึ่งพิงธุรกิจบริการดิจิทัลมากขึ้น

และด้วยการซื้อผ่านแอปพลิเคชันทำได้ง่ายและรวดเร็ว ผู้ประกอบการก็เพิ่มการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้มากขึ้นด้วย นี่ยิ่งเป็นปัจจัยส่งให้โธุรกิจบริการดิจิทัล อย่างธุรกิจ e-Commerce ธุรกิจรับส่งพัสดุด่วน (Parcel Delivery) และธุรกิจขนส่งอาหาร (Online Food Delivery) โดยเฉพาะ Online Food Delivery โตขึ้นมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ ยืนยันได้จากข้อมูล “Google Trend” ของคำค้นหา e-Commerce และ Logistic รวมถึงคำค้นหาด้าน Parcel Delivery และ Online Food Delivery ก็มีความถี่มากพอๆกัน

ทั้งยังมีการศึกษาในอดีต ที่พบว่ามูลค่าธุรกิจ e-Commerce หรือ อีคอมเมิร์ช เติบโต 8-10% ต่อปี ขณะที่ธุรกิจรับส่งพัสดุด่วนที่เป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องขยายตัวประมาณ 11% ต่อปี
จนมาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจขนส่งอาหารเติบโตสูงเฉลี่ย 10% ต่อปี เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกและประหยัดเวลามากขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดกลางและเล็กที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น หลังจากวิกฤตโควิด-19 เราอาจเข้าสู่ “เทรนด์ Next Normal” ที่สภาพสังคมหรือพฤติกรรมบริโภคมุ่งไปสู่ยุค On Demand ผู้ใช้บริการสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชันได้ในพริบตา ธุรกิจขนส่งแบรนด์ไหน อยากติดสปีดให้ธุรกิจเติบโต ก็ต้องพร้อมรับโอกาสใหม่นี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตราบเท่าที่คนยังมีสมาร์ทโฟนติดตัวไปทุกที่ทุกเวลา

วิกฤตโควิด-19 ‘ความปกติใหม่ และ จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจออกกำลังกาย

อีกหนึ่งธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับกับ เทรนด์ Next normal นั่นคือ ธุรกิจออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็น ยิม ฟิตเนสและสตูดิโอออกกำลังกาย
เพราะที่ผ่านมาในช่วงที่ทางภาครัฐออกมาตรการรองรับนโยบายเพิ่มระยะห่างทางสังคม หรือ Social distance ป้องกันการแพร่เชื้อ กลุ่มธุรกิจนี้ก็จำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราวไปโดยปริยาย
แม้ว่าฟิตเนสหลายแห่งได้ปรับตัวผ่านการนำเสนอคลาสออกกำลังกายออนไลน์ที่สมาชิกสามารถเล่นตามที่บ้านได้ การเทรนส่วนตัวผ่าน video call หรือการให้สมาชิกเลือกเวลาเพื่อให้เทรนเนอร์ไปสอนที่บ้านได้ แต่ก็ดูยังไม่ตอบโจทย์ลูกค้าส่วนใหญ่ได้

หรือบางฟิตเนสและสตูดิโอ ก็จำต้องเสนอการพักเก็บค่าสมาชิกหรือยืดเวลาการเป็นสมาชิกเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ ทั้งที่วิธีนี้ก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโมเดลธุรกิจที่ต้องพึ่งพาค่าสมาชิกรายเดือนจากเมมเบอร์ หรือรายได้จากสมาชิกใหม่ที่เข้ามาเป็นระยะ
เพื่อแนะแนวทางการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจรับเทรนด์ Next normal เว็บไซต์ SCB EIC ได้เผยแพร่บทความ เรื่อง “COVID-19 จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจออกกำลังกาย?” เขียนโดย พิมใจ ฮุนตระกูล (16 เมษายน 2563) โดยได้ชี้ให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจนี้ภายหลังวิกฤตโควิดคลี่คลาย พร้อมกระตุ้นให้เจ้าของธุรกิจนี้ได้เตรียมตัวปรับรูปแบบการให้บริการตั้งแต่ในตอนนี้
ในบทความเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนของธุรกิจออกกำลังกายธุรกิจฟิตเนสก็กำลังถูก disrupt จากเทคโนโลยีที่ช่วยให้คนออกกำลังกายที่บ้านได้
โดยผู้เขียนบทความได้ยกกรณีศึกษาหนึ่งในบริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดในธุรกิจออกกำลังกายระดับโลก คือ Peloton ซึ่งเปิดให้สมาชิก stream คลาสต่างๆ เพื่อออกกำลังกายในบ้านและยังจำหน่ายจักรยานและลู่วิ่งที่มีจอสัมผัสและลำโพงขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสมาชิกให้พวกเขารู้สึกเสมือนได้เข้าไปอยู่ในคลาสกับผู้สอนจริงๆ
โดยจักรยานมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,245 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ลูกค้าสามารถผ่อนได้ในราคา 58 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือนได้ถึง 39 เดือน
ส่วนคนที่ไม่อยากลงทุนซื้อจักรยานหรือลู่วิ่งก็สามารถโหลดแอปพลิเคชันมาเล่นคลาสต่างๆ ได้ด้วยราคาเพียง 12.99 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าราคาสมาชิกรายเดือนของฟิตเนสหลายแห่ง
นอกจากนี้ Peloton ยังใช้ครูที่มีชื่อเสียงในการสอนคลาสต่างๆ และยังมีดาราเป็นสมาชิกหลายคนทำให้สมาชิกที่เล่นอยู่ที่บ้านสามารถรู้สึกว่าได้ออกกำลังกายไปพร้อมๆ กับคนดังอีกด้วย
อีกหนึ่ง startup ที่ใช้เทคโนโลยีมาสร้างสตอรี่ใหม่ให้การออกกำลังกายที่บ้าน คือ บริษัท Mirror ที่ขายเทคโนโลยีจอกระจกที่มีกล้องและลำโพงในตัว เมื่อเปิดจะแสดงคลาสและผู้สอนเพื่อให้สมาชิกเล่นตามได้แบบอินเทอร์แอคทีฟที่ผู้สอนสามารถกระตุ้นและให้กำลังใจสมาชิกได้ขณะเล่นผ่านเทคโนโลยี motion sensor
และเมื่อปิดจอก็จะกลายเป็นกระจกเต็มตัว โดยเทคโนโลยีจอกระจกของ Mirror มีราคา 1,495 ดอลลาร์สหรัฐ และมีค่าสมาชิก 39 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่ชัดเจนว่าผู้คนจะกลับไปออกกำลังกายตามปกติได้เมื่อไร และในวันที่ฟิตเนสและสตูดิโอออกกำลังกายต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดใหม่ พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหรือไม่
นี่ยังไม่รวมถึง สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้อย่างถ้าผู้บริโภคลงทุนในอุปกรณ์และปรับการออกกำลังกาย เพื่อให้สอดรับกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ที่บ้านแล้ว ผู้บริโภคเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะยกเลิกสมาชิกฟิตเนสไป โดยเฉพาะคนที่ลงทุนในอุปกรณ์ราคาสูง เช่น จักรยาน ลู่วิ่ง หรือชุดอุปกรณ์ยกน้ำหนัก
นอกจากนี้ ผู้ที่ไปฟิตเนสโดยมีจุดประสงค์เพื่อพบปะผู้คนใหม่ๆ หรือเพื่อสร้างสังคม ก็สามารถ join community ในออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้
ทั้งนี้ ฟิตเนสยังมีโอกาสที่จะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการจ้างเทรนเนอร์ที่ลดลง เพราะเทรนเนอร์หลายคนมีการปรับตัวโดยการไปสอนตามบ้านเพื่อหารายได้เสริมในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งการสอนส่วนตัวตามบ้านจะทำให้ลูกค้าจ่ายเงินน้อยกว่า และเทรนเนอร์ได้เงินมากกว่าเพราะไม่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นให้กับฟิตเนส
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จึงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งธุรกิจออกกำลังกายไม่ควรมองข้าม และวางแผนที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจต่อไป

ผู้เขียนบทความ จึงได้เสนอคำแนะนำ 4 ข้อสำหรับผู้ประกอบการฟิตเนส เพื่อนำไปปรับใช้วางแผนปรับตัวในช่วง lock down และเว้นระยะห่างทางสังคม ดังนี้
  • เพิ่มบริการเช่าหรือยืมอุปกรณ์ออกกำลังกาย สำหรับการออกกำลังกายที่บ้านของสมาชิก เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เอง โดยเป็นบริการเพิ่มเติมนอกเหนือคลาสและการสอนตัวต่อตัวออนไลน์ในช่วงที่ฟิตเนสยังต้องปิดตัวอยู่
  • ออกมาตรการสร้างระยะห่างโดยการจำกัดจำนวนสมาชิก เทรนเนอร์ในพื้นที่ และลดจำนวนคนเข้าในแต่ละคลาสเมื่อกลับมาเปิดให้บริการในระยะแรก โดยฟิตเนสในจีนที่เพิ่งเริ่มเปิดกลับมาระยะแรก ก็จำกัดจำนวนสมาชิกที่เข้าได้ครั้งละไม่เกิน 3 ชั่วโมงโดยสมาชิกต้องจองเวลาใช้ไว้ก่อน
  • จัดทำเกณฑ์ขยายเวลาพักการเรียกเก็บค่าสมาชิก หรือยืดเวลาการเป็นสมาชิกให้แก่ลูกค้าบางกลุ่มที่อาจจะยังกังวลที่จะกลับไปใช้บริการตามปกติ โดยอาจจะพิจารณาจากกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงก่อน เช่น ผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาด้านสุขภาพ เป็นต้น
  • สื่อสารกับลูกค้าให้ชัดเจน ในการวางมาตรการเว้นระยะห่างและรักษาความสะอาดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนอบรมและกำชับพนักงานด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องจับตาดูเทรนด์เทคโนโลยีและเทรนด์การเปลี่ยนไปใช้การออกกำลังกายออนไลน์ เพื่อนำเสนอตัวเลือกใหม่ๆ ให้แก่สมาชิก เช่น นำเสนอคลาสออนไลน์สำหรับคลาสที่เป็นที่นิยมให้สมาชิกสามารถเล่นเองที่บ้าน หรือเล่นที่สาขาอื่นได้
พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีการออกกำลังกายแบบใหม่มาให้สมาชิกลองใช้ หรือแม้กระทั่งสมัครเป็นผู้แทนจำหน่ายเทคโนโลยีและนำเสนอคลาสที่ปรับให้เข้ากับลูกค้าคนไทย
สุดท้าย ผู้เขียนบทความได้เน้นย้ำว่าผู้ประกอบการธุรกิจออกกำลังกายควรพิจารณาพัฒนาโมเดลธุรกิจ ที่ผสมผสานการออกกำลังการทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ให้ยืดหยุ่นต่อความต้องการและพฤติกรรมการออกกำลังกายของสมาชิก ที่คาดว่าจะเปลี่ยนไปแน่นอนหลังวิกฤตตโควิด-19 ผ่านพ้นไป

ที่มา :


หลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย จะส่งผลกระทบอะไรต่อการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจบ้าง มาเรียนรู้ไปด้วยกันที่นี่

พฤติกรรม ‘การเปิดรับสื่อ” ตลอดช่วง #StayatHome ของแต่ละเจน ชี้ อุตสาหกรรมสื่อ ควรปรับตัวอย่างไรหลังวิกฤตโควิด

3 โซลูชันส์สุดเจ๋งด้าน Telehealth และ Key Takeaway ฝ่าวิกฤต COVID-19 สไตล์ไต้หวัน

เสริมภูมิคุ้มกันธุรกิจ ต้าน COVID-19 ด้วยไอที ต้องมีอะไรรองรับบ้าง