Contactless Payment การใช้งานและเติบโตอย่างแตกต่างของแพลตฟอร์มใช้จ่ายใน 4 ประเทศเอเชีย

การใช้จ่ายแบบไร้การสัมผัส หรือContactless Payment กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันมากขึ้นในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออนไลน์ จ่ายบิล สั่งอาหาร จ่ายเงินเดือน จ่ายเพ่ื่อความบันเทิง บริจาคให้องค์กรต่างๆ ฯลฯ โดยเฉพาะช่วงที่ใช้มาตรการ ‘เว้นระยะห่างทางสังคม’ กับ ‘Lockdown’ 


โรคระบาดกระตุ้นให้แพลตฟอร์ม Contactless Payment โตเร็ว

แพลตฟอร์ม Contactless Payment ก็คือ ฟินเทค หรือ เทคโนโลยีด้านการเงิน ซึ่งคนไทยเปิดรับและคุ้นเคยมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเทรนด์สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) และนโยบาย Thailand 4.0 การพัฒนาแพลตฟอร์มจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีสารพัดฟังก์ชันให้บริการที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ยุคดิจิทัล ในระดับที่ไม่ต้องออกจากบ้านเป็นเดือนๆ ก็ทำธุรกรรมและซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ได้
แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง มีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่มีบัญชีธนาคาร (Non-bank) แต่โลกเปลี่ยนไปแล้วเพราะโรคระบาดครั้งใหญ่ มนุษย์ต้องลดการสัมผัส เว้นระยะห่างทางกายภาพ ประชากรบางชาติจึงเริ่มมีส่วนเกี่ยวข้อง ได้รับโอกาสหรือหรือประโยชน์จาก Contactless Payment 
อาจกล่าวได้ว่า Contactless Payment เติบโตได้ดี มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม จาก 4 แพลตฟอร์มของแต่ละชาติที่นำมาเสนอ ต่างก็มีปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ และบางแพลตฟอร์มก็สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในการช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกทุกข์ได้ยากในช่วงเวลานี้
  • GCash ในฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ใช้เงินสดเป็นหลักในการชำระเงินต่างๆ แต่ในช่วงล็อกดาวน์ประเทศ การใช้เงินสดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนจึงหันมาใช้บริการออนไลน์และโมบายล์วอลเล็ตกันมากขึ้นเพื่อความสะดวกและปลอดภัย
ในฟิลิปปินส์ GCash คือผู้ให้บริการโมบายล์วอลเล็ตชั้นนำ ซึ่งมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นและขึ้นแท่นแอปพลิเคชันฟรีที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดในหมวดการเงินของ Google Play Store โดยในเดือนมีนาคม บริการที่ใช้งานมากที่สุดใน GCash Wallet คือ การซื้อขายและการโอนเงิน ทั้งนี้ ปริมาณการทำธุรกรรมทั้งหมดเพิ่มขึ้นกว่า 30%
Gcash
Source : www.instagram.com/gcashofficial
ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Gcash มากกว่า 20 ล้านคน โดยในช่วงโควิด-19 มีการใช้ GCash รับบริจาคเงินเพื่อต่อสู้กับโรคระบาด จึงเชื่อว่าในปีนี้ ชาวฟิลิปปินส์จะหันมาใช้ GCash มากขึ้น เพราะนอกจากการทำธุรกรรมทางการเงิน ส่งต่อความช่วยเหลือ เลี่ยงการสัมผัส ในระบบยังมีฟังก์ชันบริการด้านไลฟ์สไตล์ให้ใช้งานในภาวะปกติ

  • Touch ‘n Go eWallet ในมาเลเซีย
มาเลเซีย พยายามต่อสู้กับ COVID-19 และปกป้องประชาชนจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วยการออกมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายและสัญจรทั่วประเทศ หรือ Movement Control Order (MCO) ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 และยังขยายความช่วยเหลือไปยังชุมชนผู้ด้อยโอกาส โดยหาวิธีช่วยเหลือทางการเงินให้กับประชาชนทั่วไปผ่านองค์กรเอ็นจีโอและมูลนิธิต่างๆ โดยให้เงินไหลผ่านทาง Touch ‘n Go eWallet อีวอลเล็ต (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์) ที่ได้รับความนิยมของชาวมาเลย์
Touch ‘n Go eWallet เองก็ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในเครือข่ายคนไร้บ้านและคนยากจนให้มีอาหารและยารักษาโรคอย่างเพียงพอ โดยได้มอบเงินบริจาคมูลค่ากว่า 280,000 ริงกิต หรือประมาณ 2 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิต่างๆ กว่า 22 แห่งในมาเลเซีย อาทิ มูลนิธิ Kechara Soup Kitchen มูลนิธิชาวพุทธ Tzu Chi มูลนิธิ Generasi Gemilang โดยเงินที่ได้จากการบริจาคจะถูกส่งตรงไปยังองค์กรเอ็นจีโอและมูลนิธิต่างๆ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและมีรายได้น้อยอย่างรวดเร็ว
Kechara Soup Kitchen
Kechara Soup Kitchen
กรณีตัวอย่างของการระดมทุนเพื่อช่วยให้คนบางกลุ่มให้อยู่รอดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เช่น มูลนิธิ Kechara Soup Kitchen ที่จัดหาอาหารและของใช้จำเป็นให้แก่ครอบครัวยากจนซึ่งได้รับผลกระทบจาก COVID-19 รวมถึงพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง และครอบครัวที่สูญเสียรายได้จากการทำงานในเมือง
และไม่ใช่แค่ในมาเลเซียเท่านั้น ผู้ใช้อีวอลเล็ตในไทย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ยังได้ร่วมบริจาคเงินแบบ Contactless ผ่านอีวอลเล็ตมากกว่า 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2 ล้านบาท โดยเงินที่ได้มานี้ นำไปช่วยให้ผู้คนมีอาหารกิน มีสิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ เช่น หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ในช่วง COVID-19 ระบาด

แพลตฟอร์ม Touch ‘n Go eWallet เปิดตัว MCO Buddy เพื่อระดมไอเดีย และแบ่งปันคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่สูตรการทำอาหาร วิธีการออกกำลังกายในบ้าน ไปจนถึงการบริจาคเงินให้องค์กรการกุศล เพื่อให้ผู้คนยังมีส่วนร่วม มีความแอ็คทีฟ และไม่เบื่อการอยู่บ้าน

Touch n Go eWallet
MCO Buddy สามารถเข้าถึงได้อีวอลเล็ต Touch ‘n Go โดยมีการเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา และได้รวบรวมกิจกรรมมากกว่า 100,000 กิจกรรม ผนวกกับได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงในประเทศ เช่น กูรูด้านการออกกำลังกายอย่าง Kevin Zahri และเชฟชื่อดัง Sherson Lian ผู้สร้างคอนเทนต์และความบันเทิงให้กับชาวมาเลเซียในช่วงนี้

  • bKash ในบังคลาเทศ
ท่ามกลางวิกฤตการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ที่เลวร้ายที่สุด บังคลาเทศ บังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวดและล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ส่งผลให้คนงานที่ได้รับค่าจ้างรายวันตกงานเป็นจำนวนมาก
bKash
ร้านขายยา ตัวแทนการให้บริการของ bKash ในเขตชานเมืองของธากากำลังให้บริการประชาชนอย่างระมัดระวัง
bKash ผู้ให้บริการด้านการเงินผ่านมือถือที่ใหญ่ที่สุดในบังคลาเทศ โดยมีผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคน จึงอำนวยความสะดวกด้าน การกระจายเงินเดือนและสวัสดิการภาครัฐให้แก่คนงานในประเทศ และเนื่องจากคนงานส่วนใหญ่ไม่มีบัญชีธนาคาร bKash จึงทำงานกับภาครัฐ โดยช่วยรวบรวมเงินเดือนของคนงานเหล่านั้นผ่านโมบายล์วอลเล็ต หลังจากได้รับเงินเดือน คนงานและพนักงานสามารถถอนเงินจากที่ไหนก็ได้ผ่านตัวแทนผู้ให้บริการที่มีอยู่ 230,000 จุดทั่วประเทศ ทั้งยังสามารถใช้บริการอื่นๆ เช่น โอนเงิน เติมเงินมือถือ ชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้

กรณีตัวอย่าง : เชตู หญิงรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า อายุ 28 ปี อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของบังคลาเทศเล่าว่า ได้รับเงินเดือนตามวันที่โรงงานกำหนดทุกเดือนมาตลอด แต่เมื่อ COVID-19 ระบาด โรงงานในบังคลาเทศถูกปิด คนงานไม่ได้รับค่าจ้างในเดือนที่ผ่านมาเนื่องจากไม่มีบัญชีธนาคาร รัฐบาลจึงเริ่มให้เงินช่วยเหลือผ่าน bKash เชตูจึงได้รับเงินเดือนและครอบครัวก็รอดจากปัญหาทางการเงินมาได้

bKash corona info
นอกจากบริการทางการเงินแล้ว bKash ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ผ่านทางฟีเจอร์ “Corona Info” เพื่อช่วยส่งต่อความรู้ ข่าวอัปเดต และวิธีป้องกันดูแลตัวเองให้แก่ชาวบังคลาเทศอีกด้วย

  • TrueMoney ในไทย
ไทย เป็นประเทศแรกๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมตั้งแต่เดือนมีนาคม ต่อมารัฐบาลก็ดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น แนะนำให้ผู้คน ‘อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ’ เลื่อนวันหยุดสงกรานต์ รวมถึงจำกัดเวลาในการดำเนินธุรกิจ และธุรกิจจำนวนมากต้องปิดทำการชั่วคราว ยกเว้น ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารที่เปิดให้บริการได้เฉพาะสั่งซื้อกลับบ้านเท่านั้น
ร้านเจ้เป็ด กรุงเทพฯ TrueMoney
ร้านเจ้เป็ด บนถนนชัยพฤกษ์ กรุงเทพฯ ที่ TrueMoney ร่วมให้บริการรับชำระเงิน
เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของภาครัฐและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ-แพร่เชื้อ แพลตฟอร์มโดยองค์กรเอกชนอย่าง TrueMoney จึงร่วมกับร้านค้าต่างๆ ทั้งในและนอกเครือซีพี เช่น เซเว่น อีเลฟเว่น, แมคโคร, ซีพี เฟรชมาร์ท, ทรูคอฟฟี่, เชสเตอร์ และร้านค้าแผงลอย ส่งเสริมการใช้จ่ายแบบ Contactless และยังออกฟีเจอร์ Shop Near Me เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาร้านค้าบริเวณใกล้เคียงและสามารถสั่งซื้อสินค้าแบบเดลิเวอรี่ได้ทันที
icon truemoney
ทรูมันนี่ให้ข้อมูลว่า เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เทรนด์การใช้จ่ายแบบ Contactless ในช่วงโควิด-19 มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้น 20%
จากแพลตฟอร์มข้างต้น จะเห็นว่าผู้ให้บริการอีวอลเล็ตอย่าง GCash ในฟิลิปปินส์ และ TrueMoney ในไทย ได้รับความนิยมมากขึ้นจากการที่ผู้ใช้งานเปิดรับความเปลี่ยนแปลง ชอบความสะดวกสบาย ลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการใช้เงินสด ขณะที่ฟีเจอร์บน Touch ‘n Go eWallet ในมาเลเซีย และ bKash ในบังคลาเทศ ก็มีความสามารถด้านการบริการทางการเงินไม่แพ้กัน แต่ในบริบทนี้ การให้ความช่วยเหลือ-รับบริจาคแบบ Contactless นั้น สำคัญและตอบโจทย์ผู้ด้อยโอกาสมากกว่า