We live in a primitive time, don’t we, savage nor wise.
เราอยู่ในยุคครึ่งๆ กลางๆ โลกศิวิไลซ์ แต่ก็ยังป่าเถื่อน
จดหมายที่ Hannibal Lecter ส่งถึง Will Graham ในภาพยนตร์เรื่อง Red Dragon สร้างจากบทประพันธ์ของ Thomas Harris
เจ้าของ Hannibal Lecter Series Collection อันประกอบไปด้วย Red Dragon, The Silence of the Lambs, Hannibal และ Hannibal Rising
ครับ, “ยุคครึ่งๆ กลางๆ” แบบนี้ ที่แม้จะ “ไม่ป่าเถื่อน” แต่ก็ “ไม่ฉลาดนัก” (ทั้งป่าเถื่อน ทั้งศิวิไลซ์ ในเวลาเดียวกัน)
แม้จะไม่ใช่ “ลูกผีลูกคน” ทว่า ก็ทำให้ฉุกคิดไปได้หลายทิศทาง
ผมกำลังนึกถึง “แวดวงการศึกษา”
ครับ, ถ้าหากเปรียบเทียบนัยของคำว่า “ยุคครึ่งๆ กลางๆ” ก็ตรงกับบทความที่ผมเคยนำเสนอใน SALIKA ของเราแห่งนี้
ชื่อตอนว่า “Blended Learning ชั่วโมงนี้ดีที่สุด เหมาะสุดสำหรับผู้เรียนและผู้สอนในยุค Digital”
Blended Learning คือ “ส่วนผสมที่กลมกล่อม” ระหว่างห้องเรียนแบบ Face-to-Face หรือ Lecture-based Learning “การเรียนการสอนในชั้นเรียน” “ที่โรงเรียน”
กับการเรียนการสอนผ่านระบบ Online-based Learning หรือการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
เป็นการ “แสวงจุดร่วม–สงวนจุดต่าง” ระหว่าง Lecture-based Learning กับ Online-based Learning ได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการประนีประนอมระหว่าง “ครูอาวุโส” ที่คุ้นเคยกับรูปแบบ Lecture-based Learning กับ “ครูรุ่นใหม่” ที่เติบโตมากับ Online-based Learning
เนื่องจาก Blended Learning นั้น แม้ว่าจะส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบ Online แต่ก็สนับสนุนการ “พบปะสังสรรค์กันในห้องเรียน” ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับผู้เรียน แบบ Face-to-Face
ครับ, เอ่ยถึง Blended Learning แล้ว ทำให้ผมนึกถึงกระแสใหม่ของการจัดการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้
นั่นคือ การจัดการเรียนการสอนแบบ Hybrid Home School
ดร. Mike McShane นักการศึกษาชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทางการศึกษาแห่งชาติ ได้ตั้งคำถามถึง Hybrid Home School เอาไว้ในนิตยสาร Forbes ว่า
Is Hybrid Homeschooling The Wave Of The Future?
เทรนด์ “บ้านเรียน” แบบใหม่ พอจะเป็นอนาคตทางการศึกษาได้หรือไม่?
ดร. Mike McShane ชี้ว่า Hybrid Home School จะมาเติมเติมช่องว่าง และถมจุดอ่อนของ Home School แบบที่ทำๆ กันอยู่
“ข้อด้อยของการทำ Home School ในปัจจุบันก็คือ แม้พ่อแม่จำนวนมากอยากทำ Home School แต่ก็ไม่มีเวลามากพอ เนื่องจากพ่อแม่ยุคใหม่ต้องทำงานนอกบ้าน”
“และแม้หลายคนจะ Work from Home ในช่วงนี้ ทว่า ก็ยังไม่มั่นใจในความรู้ของตนว่าจะสามารถสอนหนังสือให้กับลูกเองได้”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปัญหาโลกแตก” ที่กลัวกันว่า “เด็ก Home School จะเข้าสังคมไม่เป็น” เพราะพวกเขา “เรียนจากบ้าน” “ไม่ได้ไปโรงเรียน”
“อีกทั้ง การลงทุนเรื่องสื่อการเรียนการสอนแบบ Online ก็ค่อนข้างจะแพงเอาการ” ดร. Mike McShane กระชุ่น
ก่อนจะไปถึง Hybrid Home School ผมขอปูพื้นเกี่ยวกับ Home School สักเล็กน้อยก่อนครับ
Home School หมายถึง การจัดการศึกษาโดยครอบครัว ที่ผู้ปกครองได้จัดขึ้นสำหรับลูกๆ โดยมีสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย
ซึ่งก็คือ “พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542” ตามมาตรา 12 ที่เปิดช่องให้เกิดการศึกษาทางเลือกสำหรับครอบครัวที่ไม่ประสงค์จะส่งลูกเข้าเรียนในระบบโรงเรียน แต่มีความประสงค์จะจัดการศึกษาให้กับบุตรเอง
เรียกตาม พ.ร.บ. นี้ว่า “การจัดการศึกษาโดยครอบครัวหรือ Home School” หรือที่คนในวงการ Home School ไทยเรียกว่า “บ้านเรียน” เด็ก Home School ก็คือ “เด็กบ้านเรียน” นั่นเองครับ
ส่วน Hybrid Home School นั้น หมายถึง การจัดการศึกษาแบบผสมผสานระหว่าง “บ้านเรียน” กับ “โรงเรียน” ครับ
หลักการของ Hybrid Home School คือการกำหนดให้ ใน 1 สัปดาห์ เด็กต้องไปโรงเรียนไม่เกิน 3 วัน อีก 4 วันที่เหลือคือการเรียนกับพ่อแม่ที่บ้าน หรือไปทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
หัวใจสำคัญของ Hybrid Home School ก็คือ การจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน หรือ Blended Learning ระหว่างห้องเรียนแบบ Lecture-based Learning กับการเรียนการสอนผ่านระบบ Online-based Learning
ดร. Mike McShane บอกว่า Hybrid Home School จะมาจะมาเติมเติมช่องว่าง และถมจุดอ่อนของ Home School แบบที่ทำๆ กันอยู่
“ข้อดีของ Hybrid Home School ก็คือ พ่อแม่สามารถเฉลี่ยเวลาอยู่กับลูกได้มากขึ้น เพราะเด็กจะต้องไปโรงเรียน 3 วัน อีกทั้งจะมีผู้เชี่ยวชาญมาสอนเสริมในรายวิชาที่พ่อแม่ไม่ถนัด”
ดังนั้น “ปัญหาโลกแตก” ที่กลัวกันว่า “เด็ก Home School จะเข้าสังคมไม่เป็น” ก็คงจะหมดไป เพราะพวกเขา “ได้ไปโรงเรียน” “ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ 3 วัน”

“และขณะนี้ สื่อการเรียนการสอนแบบ Online ก็ราคาย่อมเยาขึ้นมาก” ดร. Mike McShane สำทับ
สำหรับบริบทการจัดการศึกษาแบบไทยไทยนั้น ช่วงนี้เป็นห้วงเวลาของ Work from Home ครอบครัวสามารถจัด Home School ตามรูปแบบ “บ้านใครบ้านมัน” ได้เอง
ขณะเดียวกัน แม้จะต้อง Social Distancing แต่พ่อแม่ก็สามารถใช้ Social Media เป็นสื่อกลางให้บุตรหลานได้สนทนากับครูและเพื่อนๆ ได้ผ่านทางออนไลน์
อย่างไรก็ดี ผมมองอนาคตของ Hybrid Home School ในไทยไม่ออกจริงๆ ครับ ก็ได้แต่เสนอความคิดเห็นเอาไว้ในที่นี้
ผมคิดว่า “องค์กรโบราณ” อย่าง “กระทรวงศึกษาธิการ” นั้น หากจะทำ Hybrid Home School คงต้องปรับเปลี่ยนมากพอสมควร
เพราะเอาแค่ Home School ธรรมด๊าธรรมดา แบบที่มีอยู่ทุกวันนี้ ไปถามคนในวงการ Home School ไทยได้เลยครับว่า มันยากเย็นแสนเข็ญเพียงไร
ปัญหาหลักของ “กระทรวงศึกษาธิการ” คือปัญหาเกี่ยวกับ “ทัศนคติ” ของ “บุคลากรทางการศึกษา” ที่มีต่อ “ระบบการศึกษาทางเลือก”
อีกทั้งปัจจัย “ค่านิยมผู้ปกครอง” ที่ยัง “ยึดติดกับ Brand โรงเรียน” แปลไทยเป็นไทยก็คือ พ่อแม่ต้องการให้ลูก “มีรุ่น” “มีสี” เพื่อนำไปสู่ Connection ในอนาคต
อีกทั้ง “พ่อแม่ไทย” ต้อง “ปากกัดตีนถีบ” มากกว่าพ่อแม่ประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งมี “รัฐสวัสดิการ” ที่ดีกว่า พูดอีกแบบก็คือ “พ่อแม่ไทย” ต้องดิ้นรนออกไปทำงานนอกบ้านมากกว่า
และที่สำคัญที่สุดที่ “คนในแวดวงการศึกษาไทย” สะท้อนให้ผมฟังอยู่เสมอก็คือ ปัญหา “ความเหลื่อมล้ำทางสังคม” และปัญหาในเชิงนโยบาย
ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามขั้วการเมือง และรัฐมนตรีก็เปลี่ยนหน้าบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่นเองครับ!













