แนวคิด Design Thinking ที่แบรนด์อสังหาฯ อายุ 50 ปี ใช้ฝ่าวิกฤต 2020

หากติดตาม SALIKA อยู่ก่อนแล้ว จะพบว่าเรานำเสนอแนวคิด Design Thinking และตัวอย่างการปรับใช้เอาไว้หลายบทความ แต่ในวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น คนในแวดวงธุรกิจรู้ดีว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เจ็บหนักไม่แพ้อุตสาหกรรมอื่น เราจึงนำกรณีศึกษาของ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) หรือ SAMCO ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยืนหยัดอยู่ในตลาดมานาน 50 ปี ซึ่งเลือก Design Thinking มาเป็นหลักยึดในปี 2020 เพื่อพาพนักงานและองค์กรเดินหน้าฝ่าคลื่นดิสรัปชันและวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่


Design Thinking คิดเพื่อคนทำงาน & คนอยู่อาศัย

ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาฯ มีผลิตภัณฑ์เป็น ที่อยู่อาศัย มานำเสนอให้แก่ผู้ใช้งาน (End User) แต่ก่อนที่จะนำเสนอเพื่อชักจูงใจได้นั้น ผู้ประกอบธุรกิจต้องเข้าใจก่อนว่า ลูกค้ามีไลฟ์สไตล์ด้านการอยู่อาศัยอย่างไร ให้ความสำคัญกับอะไร
ณพน เจนธรรมนุกูล
ณพน เจนธรรมนุกูล
ณพน เจนธรรมนุกูล รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) อธิบายก่อนว่า แนวคิด Design Thinking คือ กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาหรือโซลูชันใหม่ๆ ให้เหมาะกับการนำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างรอบด้าน
โดย แนวคิด Design Thinking ของบริษัทเริ่มต้นจากเทรนนิ่งให้กับ “พนักงานทุกระดับ” ขององค์กร เพื่อเติมเต็มเรื่องความคิดสร้างสรรค์และเสริมกระบวนการคิดการทำงานให้ดีขึ้น เพราะมองว่าพนักงานเป็นฟันเฟืองหลักของบริษัท และเมื่อพัฒนา พนักงาน ให้มีศักยภาพมากขึ้น ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งต่อสินค้าที่ดีสู่ลูกค้า 
“Design Thinking เป็นการทำความเข้าใจ (Empathy) วิธีคิดและความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ ซึ่งถ้าปลูกฝังแนวคิดนี้ให้เป็น ‘วัฒนธรรมองค์กร’ ซึ่งจะต่อยอดให้พนักงานเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน การดำเนินชีวิต ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น และจะส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน” ณพนกล่าว

แม้โควิด-19 ทำให้แผนการขยายธุรกิจในปีนี้ต้องเปลี่ยนไป แต่ ณพน เลือกพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการ เร่งสร้างการเติบโตให้กับพนักงานและองค์กร ในช่วงเวลานี้โดย
  • หนึ่ง ให้พนักงานนำ ปัญหาจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ ทั้งของแผนกตัวเองหรือแผนกอื่น มาร่วมกันคิดเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาระบบที่เอื้อต่อการทำงานมากขึ้นผ่านการเทรนนิ่ง
ซึ่งการเทรนนิ่งในรูปแบบนี้เปรียบเหมือนกระบวนการที่ทำให้พนักงานรู้สึกถึง “ความเป็นเจ้าของบริษัท” เมื่อพนักงานรู้ว่าองค์กรมีปัญหาตรงไหนก็จะช่วยกันอุดรอยรั่วตรงนั้น เป็นการขับเคลื่อนองค์กรจากทีมงานภายในให้สามารถเดินหน้าร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ราบรื่น ตลอดจนช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทได้

ถ้าทุกคนผ่านการหล่อหลอมด้วย Design Thinking แนวทางการแก้ปัญหาก็จะไม่ยึดติดกับแนวทางเดิม และกล้าหาหนทางใหม่ๆ ซึ่งเป็นการพัฒนามุมมองและความคิดให้มองไกลมากขึ้น ทำให้เวลาทำงานจะมีการเช็กตัวเองอยู่ตลอดว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นดีแล้วหรือยัง มีประสิทธิภาพมากที่สุดหรือไม่ หรือมีวิธีไหนอีกบ้างที่จะพัฒนาการทำงานให้มีศักยภาพ คือเมื่อพนักงานเกิดความตระหนักแล้วก็จะหาเครื่องมือใหม่ๆ มาเสริมการทำงานของเขา ซึ่งผมมองว่ารูปแบบการทำงานอย่างนี้จะเป็นกลไกที่ทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน” ณพนกล่าว

  • สอง เติมเต็มเรื่อง การสื่อสารภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเพื่อนร่วมงาน ผ่านกิจกรรม Design Thinking ซึ่งจะส่งผลต่อกระบวนการส่งต่องานที่เป็นไปอย่างราบรื่น ไร้อุปสรรค
หนึ่งในกิจกรรม Design Thinking ที่สัมมากรนำมาใช้ คือ โปรเจ็กต์ออกแบบออฟฟิศใหม่ โดยการแบ่งพนักงานเป็นทีม แล้วให้ไปสัมภาษณ์เพื่อนแต่ละแผนกว่า มีความต้องการใช้งานหรือมีปัญหาอะไรในการทำงานบ้าง หลังจากนั้นกลับมาออกแบบเป็นห้องทำงานในสไตล์ที่คิดว่า ตอบโจทย์มากที่สุด และบริษัทก็นำข้อมูลเชิงลึกที่ได้ไปใช้ในการออกแบบออฟฟิศใหม่ต่อไป

เนื่องจากสัมมากรมีแผนจะปรับปรุงออฟฟิศใหม่อยู่แล้วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจ และมองว่าหากได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่จะกระตุ้นให้พนักงานรู้สึกแอ็คทีฟ ช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ทำให้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้าง Ecosystem ให้พนักงานช่วยกันคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ตลอดจนสามารถดึงทุกปัญหาที่เป็น Pain Point ของลูกค้าออกมา และสร้างสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้นได้


ประเมินเพื่อเดินหน้า ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

สำหรับการดำเนินงานไตรมาส ของปี 2563 ทางสัมมากร ประเมินความต้องการซื้อที่แท้จริง (Real Demand) ในตลาด แล้วพบว่า หลายคนมีความพร้อมและวางแผนที่จะซื้อบ้านไว้อยู่แล้ว
ยิ่งเมื่อเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด19 ระบาด ส่งผลให้คนต้องทำงานจากบ้าน (Work from Home) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เห็นชัดมากขึ้นในอนาคต ทำให้คนต้องการพื้นที่ใช้สอยมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของการอยู่คนเดียว หรือพื้นที่ส่วนกลางเพื่อการอยู่ร่วมกัน ตลอดจนให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการทำงานด้วย
เนื่องจากสัมมากรมีโครงการเปิดขายอยู่ 3 รูปแบบ คือ บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และโฮมออฟฟิศ แต่ด้วยความต้องการ “พื้นที่ใช้สอย” คาดว่า “บ้าน” เป็นคำตอบของการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้นนับจากนี้ไป ดังนั้น โครงการใหม่ๆ ที่จะออกมา บริษัทจึงเน้นไปที่ “โครงการแนวราบ” เพราะมีพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปได้
“หากทุกคนในบริษัทใช้ Design Thinking ก็สามารถเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน และเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างวิกฤตไวรัสโควิด-19 เราก็ยังคงประคองยอดขายได้ เพราะสินค้าของเราทำมาแล้วตอบโจทย์ลูกค้าณพนกล่าวปิดท้าย

สนใจ Design Thinking อยู่ใช่ไหม ตามอ่านบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการคิดได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้

จาก Design Thinking ถึง Creativity 5.0 Fiona O’Leary ตัวแม่ Innovative Designer

เติมเต็มศักยภาพ Healthcare Innovation ด้วย Design Thinking (ตอนแรก)

Design Thinking สุดยอดเคล็ดลับสร้างแบรนด์ Nike, Google, Apple ให้ผงาด