5 เคล็ดลับรับมือ ‘ความกลัวในวิกฤตโรคระบาด’ อย่างมีสติ โดยนักจิตวิทยาระดับโลก

138

ในช่วงเวลาแห่งวิกฤตโรคระบาดเช่นในตอนนี้ ความกลัวและความเครียดสามารถทำร้าย ทำลายใจ และส่งผลกระทบร้ายแรงก่อให้เกิดอาการป่วยทางจิตใจ ซึ่งมีความรุนแรงไม่แพ้ โรคโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในตอนนี้เลย ดังนั้น นอกจากการดูแลสุขอนามัยทางกายให้ห่างไกลจากเชื้อโควิด-19 แล้ว การปรับใจให้ไม่ตกอยู่ในภาวะแห่ง ความกลัวในวิกฤตโรคระบาด และความเครียด ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับทุกคน ได้นำไปปรับใช้ดูแลใจฝ่าวิกฤตโรคระบาด ขอหยิบเอาข้อเขียนของ Dr. Harriet Lerner นักจิตวิทยาระดับโลก ที่ได้นำเสนอเคล็ดลับต่อสู้กับ ความกลัวในวิกฤตโรคระบาด ไว้อย่างน่าสนใจ และนำไปปรับใช้ได้จริง

ปรากฏการณ์ The Dance of Fear นาฏกรรม ‘การเต้นรำของความกลัว’ ที่กำลังเกิดขึ้นในจิตใจของคนทั่วโลก จากวิกฤตโควิด

Dr.Lerner เป็นนักจิตวิทยาที่ได้รับการยอมรับทั้งในงานวิจัย และงานเขียนหรือบทความ ที่เกี่ยวกับ ผลกระทบของความกังวลและความกลัว ตั้งแต่ในระดับบุคคลทั่วไป ครอบครัว และในระดับที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อย่างความตื่นตระหนก ที่แผ่ไปในสังคม ซึ่งวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เป็นการจำลองสถานการณ์นี้ให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน

ที่ผ่านมา Dr.Lerner จึงศึกษา ความกลัว ในบริบทที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจคนทั่วโลกเพราะวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่นี้ โดยใช้บทเรียนจากตัวเธอเองที่เคยได้เขียนไว้ในหนังสือ The Dance of Fear พอคเกตบุ๊ค ที่ติดอันดับหนังสือขายดี New York Times bestseller มาใช้อธิบายในข้อเขียนเพื่อแนะนำผู้คนว่าจะจัดการกับ ความกลัวในวิกฤตโรคระบาด นี้อย่างไร จึงจะพาตัวและจิตใจให้รอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้
“ชีวิต คือ การดำรงอยู่กับสิ่งหนึ่ง ภายหลังจากอีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น” และ “การที่จักรวาลส่งมวลความเครียดก้อนใหญ่มากับวิกฤต นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเครียดที่เกิดจากเรื่องอื่นๆเข้ามากระทบจิตใจเราอีก” นี่คือคำกล่าวที่ นักจิตวิทยาระดับโลกท่านนี้ได้เคยกล่าวไว้เพื่อให้ข้อคิดแก่ผู้คน ในการต่อสู้กับความกลัวในทุกสถานการณ์

“แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายเหลือเกินที่มนุษย์เราจะรู้สึกกลัวกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน หรือคาดเดาไม่ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน ก็กล่าวตรงกันว่าในความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านในจิตใจนั้น ก็ยังคงมีที่ว่างให้กับความคิดบวกอยู่เสมอ แค่เข้าไปใช้งานพื้นที่ว่างนั้นให้เป็นประโยชน์ให้ได้”

และต่อไปนี้ คือ 5 วิธี ที่ Dr. Lerner แนะนำว่าสามารถใช้เป็นเคล็ดลับรับมือ ความกลัวในวิกฤตโรคระบาด อย่างมีสติได้ โดยย้ำว่า
“หัวใจสำคัญของเคล็ดลับที่จะนำเสนอนี้ คือ ทุกคนต้องปรับตัวปรับใจให้มาอยู่บนทางกายกลาง ถอยห่างออกมาจากความกลัวอันเลวร้าย โดยใช้เวลาไปกับการเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของ วิกฤตโรคระบาด ที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่คลี่คลายในเร็ววันนี้แน่นอน”

แนะ 5 เคล็ดลับรับมือ ความกลัวในวิกฤตโรคระบาด อย่างมีสติ เข้าใจง่าย นำไปปรับใช้ได้จริง

  • เสพข่าวจริง เพื่อรู้เท่าทัน แต่ต้องวางอยู่บนความพอดี
Dr. Lerner ชี้แนะชัดเจนว่า การเสพข่าว เป็นเหมือนดาบสองคม ที่ผู้เสพต้องรู้วิธีรับมือกับดาบเล่มนี้ เพราะเราอยู่ในยุคที่มีข่าวสารและข้อมูลจากแหล่งข่าวหลากหลายให้ไปเสพ จึงควรเลือกอัปเดตข่าวจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ตรงไปตรงมา ไม่ใส่สีตีไข่ จนทำให้เกิดความดราม่า เพราะความดราม่านั้นจะย้อนมาทำร้ายจิตใจของเรา ในรูปแบบของการทำให้จิตใจเราหดหู่ หวาดกลัว หรือตื่นตระหนกได้ และควรใช้เวลาเสพข่าวแบบพอดี ไม่หมกมุ่นจนเกินไปด้วย
“ภายใต้สถานการณ์แห่งวิกฤตที่มีความตึงเครียด ผู้คนควรหันกลับมาทบทวนว่าแหล่งข่าวที่ตนเองอ่านอยู่ทุกวันนั้น เป็นแหล่งข่าวคุณภาพที่เชื่อถือได้มากแค่ไหน ทั้งในแง่เป็นข้อเท็จจริงและต้องทันต่อเหตุการณ์ด้วย”
  • เปลี่ยนวิกฤตโรคระบาด เป็นโอกาสในการมองโลกในแง่ดี
อย่างที่เกริ่นตั้งแต่ตอนแรกว่า ในห้วงเวลาแห่งวิกฤตนี้ การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ใช่แค่เรื่องเดียวที่เป็นสาเหตุให้ผู้คนเกิดความเครียด ความวิตกกังวล และความตื่นตระหนก เพราะในชีวิตประจำวัน เหตุการณ์ร้ายๆอื่นก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิดตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น คนในครอบครัวล้มป่วย หรือสัตว์เลี้ยงตาย
ดังนั้น คงเป็นการดีกว่า ถ้าโชคชะตาเล่นตลกซ้ำเติมชีวิตคุณโดยส่งความโชคร้ายมาทดสอบชีวิตในช่วงนี้เพิ่ม ก็ให้พยายามหาพื้นที่แห่งการมองโลกในแง่ดีให้เจอ แล้วใช้ประโยชน์พื้นที่นี้ในการคิดให้กว้าง มองไปที่คนอื่นที่ลำบากกว่า ประสบปัญหาทางการเงินมากกว่าคุณ การทำแบบนี้ จะช่วยให้มีกำลังใจในการก้าวผ่านทุกปัญหาไปได้แบบมีพลัง
  • หาต้นสายปลายเหตุที่ก่อ ความกังวล ให้เจอ
สิ่งที่ Dr. Lerner แนะนำในข้อนี้ เปรียบไปก็ไม่ต่างกับหลักอริยสัจ 4 โดยโฟกัสไปที่ข้อ สมุทัย คือ ความจริงที่ว่าด้วยเหตุให้เกิดทุกข์ ที่ต้องหาให้เจอ เมื่อเจอแล้วจะทำให้เรารู้ว่า ควรถอยห่างจากต้นเหตุแห่งทุกข์ เมื่อทำได้ เราก็จะไม่ทุกข์อีก นี่คือสัจธรรมหนึ่งที่สามารถหยุดความกลัวและความกังวลได้ง่ายๆด้วยสติ
  • เรียนรู้ให้ชัด เหรียญสองด้านของ ความกังวลใจที่นำมาซึ่งความกลัว
“ความกังวลใจ ก็เป็นเหรียญสองด้าน ที่มีทั้งแง่ดีและแง่ร้าย” Dr.Lerner เน้นย้ำความจริงในข้อนี้ เพื่อนำสู่การอธิบายว่า แน่นอนว่า ในแง่ร้ายของ “ความกังวลใจ” ทุกคน อาจจะรู้อยู่แล้ว นั่นคือ ทำให้เราทุกข์ใจและก่อให้เกิดความกลัวและความเครียด ทว่า ในวิกฤตครั้งนี้ อยากให้มอง ความกังวลใจ ในอีกด้านด้วยว่า เมื่อมันเกิดขึ้น มันย่อมมาเป็นตัวกระตุ้นให้เราไม่ประมาทได้ด้วย
เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ทำให้เราไม่แน่ใจ หรือกังวลใจ เช่น ไม่แน่ใจในความสะอาด เวลาไปช้อปปิงแล้วเราต้องจับรถเข็นหรือสินค้า เมื่อซื้อสินค้าเสร็จ เราก็ต้องรีบล้างมือด้วยเจลแอกอฮอล์ทันที เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การใช้ประโยชน์จากแง่ดีของความกังวลใจ Dr.Lerner ย้ำว่ามีเคล็ดลับนิดเดียว คือ ต้องรู้เท่าทันจิตใจ อย่าให้ถลำลึกไปกับเรื่องนั้น จนเกิดเป็นความตื่นตระหนกหรือความกลัว เท่านั้นเอง
  • เมื่อตกอยู่ในความกลัว อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
ในวิกฤตครั้งนี้มีผู้คนมากมายที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันยากลำบาก ตกอยู่ในความหวาดกลัว และขาดไร้ ขณะที่ในสถานการร์แบบนี้ ก็มีคนอีกมากที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเราเองถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราถนัด ถ้าเกิดปัญหาอย่าลังเลหรือเกรงใจที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรอบตัว
อย่าลืมว่า แนวคิดที่ว่า เมื่อรู้สึกกังวล จมอยู่กับปัญหา เพียงแค่ลุกขึ้น ถอยออกจากปัญหานั้น มองไปรอบตัว คุณก็จะเจอคนที่พร้อมจะยื่นมือช่วยหรือให้คำแนะนำดีๆที่คุณคิดไม่ถึงแล้ว
ในตอนท้ายของบทความ “10 Ways to Ease Your Coronavirus Anxiety” เผยแพร่ใน เว็บไซต์ nytimes.com ที่อ้างอิงคำแนะนำของ Dr.Lerner เธอได้ทิ้งท้ายเป็นข้อคิดให้ทุกคนว่า “อย่าปล่อยให้ความกลัวนำทางให้เราเดินออกจากวิกฤตไปอย่างโดดเดี่ยว หรือทำให้เรายอมจำนนกับวิกฤต และไม่คิดที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับความกลัวนั้น เพราะในวิกฤต ในความเลวร้ายนั้น ย่อมมีทางออก มีแสงสว่างส่องอยู่และมีความหวังรออยู่ที่ปลายอุโมงค์เสมอ”

ที่มา : เรียบเรียงจาก บทความ “10 Ways to Ease Your Coronavirus Anxiety” เผยแพร่ใน เว็บไซต์ nytimes.com


แนะหลากหลายเคล็ดลับดูแลสุขภาพใจ ฝ่ายภัยวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่นี้ ไปด้วยกัน

8 How to ดูแลใจ อยู่บ้านอย่างไรไม่ให้เครียด

ศิลปะเยียวยาได้ทุกสิ่ง Art Therapy “สื่อบันเทิง” มากกว่า “เพื่อนแก้เหงา” ยามเมื่อเรา Stay Home

น้ำเอย “น้ำใจ” Thailand Only! ไทยช่วยไทย สู้ภัย COVID