RTI เทคนิคการสอนใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.ผดุง อารยะวิญญู ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก LD

511

“ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู” อดีตนายกสมาคมแอลดีแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการศึกษาให้เด็ก LD (Learning Disabilities) เด็กพิเศษ เด็กการศึกษาพิเศษ หรือ “เด็กเซน” ทับศัพท์ภาษาอังกฤษคือ SEN ย่อมาจาก Student with Educational Needs เด็กออทิสติก หรือเด็กสมาธิสั้น (ADHD) ย่อมาจากคำว่า Attention Deficit Hyperactivity Disorder เด็กเรียนช้า (Slow Learner) กระทั่งเด็กพิการ (เด็กปัญญาอ่อน หูหนวก ตาบอด)


“ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู” มีผลงานทางวิชาการ โดยเฉพาะงานวิจัยเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้มากมาย
และมีหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมีความน่าสนใจของท่านนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “อาร์ ที ไอ กระบวนการสอนในแนวใหม่ RtI: Response to Instruction” ครับ

“อาร์ทีไอ” หรือ RTI ย่อมาจาก Responsiveness to Instruction แปลว่าการตอบสนองต่อการสอน หรือบางท่านเรียกว่า Responsiveness to Intervention แปลว่าการตอบสนองต่อการช่วยเหลือ

สำหรับ ต.ย.ตัวย่อนั้น บางทีก็เขียน RtI บางทีก็เขียน RTI ท่าน “ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู” บอกว่าเขียนได้ทั้งสองแบบครับ
RTI เป็นกระบวนการสอน หรือคำในยุคใหม่ เรียกว่า การบริการทางการศึกษา หรือ Education Service
ท่าน “ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู” ได้ให้ความหมายของคำว่า RTI เอาไว้ดังนี้ “อาร์ทีไอ เป็นระบบเพื่อพัฒนาการอ่านการเขียน ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และนำมาใช้ในการพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ ตลอดจนเยียวยาป้องกันปัญหาพฤติกรรมของผู้เรียน ทั้งในระดับปฐมวัย ระดับปฐมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ใช้ได้กับเด็กทุกคน”
ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู
ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู
“และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียน (learning disabilities ใช้อักษรย่อว่า LD) ใช้ได้ดีในการคัดกรอง (คัดแยก คัดเลือก) เด็กแอลดี เป็นการใช้ระบบการสอนเพื่อการวินิจฉัย ครูสอนไป สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนควบคู่กันไป เวลาผ่านไปเราก็สามารถบอกได้ว่า เด็กคนใดมีปัญหาในการอ่าน การเขียน แบบชั่วคราว แบบถาวร แบบรุนแรง แบบปานกลาง หรือไม่รุนแรง”
“ระบบอาร์ทีไอมีการประเมินผล ติดตามผลและบันทึกความก้าวหน้าของผู้เรียนตลอดเวลา หากผู้เรียนคนใดมีผลการเรียนสูงขึ้น แสดงว่ามีพัฒนาการดีขึ้น นั่นคือเด็กมีการตอบสนอง (response) ต่อการสอนของครู หากผลการเรียนดีขึ้นน้อย หรือไม่ดีขึ้น แสดงว่าไม่มีการตอบสนอง (non-response) เด็กคนนั้นอาจได้รับการตัดสินว่าเป็นการศึกษาพิเศษ (Student with Educational Needs ใช้อักษรย่อว่า SEN หรือเรียกว่า เด็ก SEN

“เด็กเซน (SEN) หมายถึงเด็กที่ได้รับบริการทางการศึกษาพิเศษ) เด็กอื่นที่ตอบสนองต่อการสอนของครูได้ดี ทางโรงเรียนไม่ต้องให้ความช่วยเหลืออีกต่อไป ก็กลับเข้าเรียนในห้องเรียนปกติ เด็ก SEN ที่ได้รับความช่วยเหลือพิเศษเมื่อการอ่านการเขียนดีขึ้น เรียนได้ทันเพื่อนแล้วก็กลับเข้าเรียนในห้องปกติต่อไป และไม่เป็นเด็ก SEN อีกต่อไป ไม่เป็นเด็กแอลดีอีกต่อไปในทำนองเดียวกัน”

“เมื่อเด็กกลับเข้ารับบริการในห้องปกติ และมีปัญหาในการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ อาจกลับมารับบริการเพิ่มเติมได้อีก เป็นเด็กแอลดีได้อีก ดังนั้น ในเด็กบางคนอาจกลายเป็นเด็กแอลดีตามนิยามทางการศึกษาชั่วคราว แบบกลับไปกลับมาก็ได้”
“ระบบอาร์ทีไอจึงมีประโยชน์สำหรับการคัดแยก การสอนเด็กแอลดี และเด็กทุกคน” (ผดุง อารยะวิญญู, 2554, อาร์ ที ไอ กระบวนการสอนในแนวใหม่ RtI: Response to Instruction (หน้า 11-12), ไอ.คิว.บุ๊คเซนเตอร์.)
หนังสือ “อาร์ ที ไอ กระบวนการสอนในแนวใหม่ RtI: Response to Instruction” ของ “ศ.ดร.ผดุง อารยะวิญญู” มีรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย ไล่ตั้งแต่ ความหมายของอาร์ทีไอ ดังได้นำเรียนเมื่อสักครู่ นอกจากนั้นก็เป็น หลักการของอาร์ทีไอ รูปแบบของอาร์ทีไอ เสาหลัก 5 ต้น การประเมินทักษะทางภาษา รูปแบบการสอน กระบวนการสอน
การจัดทำ IEP ตัวอย่างกรณีศึกษาเป็นรายบุคคล การรายงานผลการใช้ระบบอาร์ทีไอในโรงเรียน อาร์ทีไอกับการแก้ปัญหาด้านคณิตศาสตร์ อาร์ทีไอกับปัญหาทางพฤติกรรม แถมด้วยลักษณะของแบบทดสอง DIBELS เครื่องมือคัดแยกเด็กแอลดี และแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล เรียกได้ว่า “จัดเต็ม” และ “จัดหนัก” กันเลยทีเดียว

หลักการของ “อาร์ทีไอ” มี 8 ประการคือ เราสามารถสอนเด็กได้ทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ, การช่วยเหลือเด็กเมื่ออายุยังน้อยดีกว่าช่วยเมื่ออายุมากขึ้น, อาร์ทีไอมี 3 ระยะ (3 Tiers) แต่ละระยะมีวิธีการแตกต่างกัน, วิธีหนึ่งที่ใช้ได้ดีในกระบวนการอาร์ทีไอคือการแก้ปัญหา (Problem Solving Approach: PSA), อาร์ทีไอเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้การสอนการอ่านเขียนและพฤติกรรม, มีการบันทึกความก้าวหน้าการตอบสนองของเด็กอย่างสม่ำเสมอ, มีการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ และมีการวัดผล ประเมินผลในการคัดแยก การวินิจฉัย และการประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียน

เสาหลัก 5 ต้น (Five Pillars) หมายถึง เสาหลักแห่งการอ่าน คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการอ่าน (National Reading Panel: NRP) แห่งสหรัฐอเมริกา สรุปจากการศึกษาวิจัยมาเป็นเวลาหลายปีว่า เด็กจะอ่านได้ดีจะต้องมีทักษะใน 5 ด้าน ดังต่อไปนี้ตามลำดับ การตระหนักในระบบเสียงของภาษา (Phonemic Awareness), หน่วยเสียงของภาษา (Phonics), การอ่านคล่อง (Fluency), คำศัพท์ (Vocabulary) และความเข้าใจภาษา (Comprehension)

รูปแบบการสอน (Instruction) หรือระบบการใช้ความช่วยเหลือ (Intervention) ของเทคนิค RTI แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้
1. Standard Treatment Protocol (STP)
เป็นการสอนแบบกลุ่ม สมาชิกในกลุ่มทุกคนได้รับความช่วยเหลือเหมือนกัน กลุ่มหนึ่งมีสมาชิกประมาณ 4-7 คน เด็กในกลุ่มมีปัญหาในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ หรือพฤติกรรม
2. Problem Solving Model หรือตัวแบบการแก้ปัญหา
เทคนิคนี้ใช้กับผู้เรียนเป็นรายบุคคล การแก้ปัญหาจะต้องสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็ก คณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลจากหลายความเชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถช่วยเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดทำ IEP ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Individualized Education Plan แปลว่า “แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล” เป็นการจัดหลักสูตร เนื้อหา วิธีการสอน กิจกรรมการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับความต้องการ และความสามารถของเด็กแต่ละคน IEP ไม่ใช่การสอนรายบุคคล จะสอนเป็นรายบุคคลก็ได้ รายกลุ่มย่อยก็ได้ แต่ไม่ควรเกิน 3 คน ส่วนมากเป็นการสอนตัวต่อตัว
ท่านที่สนใจหนังสือเล่มนี้ ติดต่อได้โดยตรงที่ บริษัท ไอ.คิว.บุ๊คเซนเตอร์ จำกัด 18/196 ถนนลานตากฟ้า ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 โทร.089-764-4149 โทรสาร 034-964-586 e-Mail: [email protected] ครับผม