ระดมสมองเร่งแก้ ‘ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย’ ตัวชี้วัดสำคัญ พลิกชะตาเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2563

485

รายงานผลเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2020 ระบุชัดเจนว่าประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจาก COVID-19 ทำให้เกิดการหดตัวของภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้า ขณะที่ภาครัฐมีการเบิกจ่ายล่าช้าทำให้รายจ่ายด้านการบริโภคและการลงทุนภาครัฐปรับลดลง นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรสำคัญของไทยหดตัวลง กอปรกับ ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย ก็มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆด้วยผลกระทบที่ทุกคนได้รับจากวิกฤตครั้งนี้

ข้อเท็จจริงนี้ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอดห่วงไม่ได้ว่าถ้าสภาพการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะอยู่ยาวกว่าที่คิด และอาจส่งผลกระทบทำให้สภาพเศรษฐกิจไทยไตรมาศต่อๆไปหรือในครึ่งปีหลังถดถอยต่อเนื่องไปด้วยหรือไม่

โดยเฉพาะในภาคบุคคลหรือภาคเอกชน ที่ถูกจู่โจมด้วย ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมระดมสมอง หาทางออกให้เร็วที่สุด ก่อนปัญหานี้จะกัดกินฐานการเงินของชาวไทยให้ผุกร่อนยากเกินเยียวยาไปกว่านี้

ดีกรี ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย น่ากังวลแค่ไหน มาอัปเดตกัน

ที่ผ่านมา ภาครัฐ ได้ออกมาตรการเยียวยาในหลากหลายรูปแบบ โดยมีความพยายามให้ครอบคลุมทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ประชาชน ไปจนถึงภาคธุรกิจ ภาคเอกชน แต่สัดส่วนใหญ่ที่สุดที่มุ่งแบ่งเบาภาระ นั่นคือ ภาคครัวเรือน
จากบทความเรื่อง “ภาคเอกชนกับมรสุม COVID-19 : ความเปราะบางของภาคครัวเรือนและมาตรการเยียวยาต้องไม่ทิ้งใคร” ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุชัดเจนว่ามาตรการปิดเมืองเพื่อลดการระบาดของโรค COVID-19 เป็นเหมือนสัญญาณที่มาเปิดให้เห็นว่า หนี้ครัวเรือนไทย เป็นปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรมมานาน

ผู้เขียนบทความนี้ ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงจากภาวะวิกฤตโรคระบาดในช่วงนี้ส่งผลให้ หนึ่ง ลูกจ้างบางส่วนถูกเลิกจ้างหรือถูกปรับลดเงินเดือน ขณะที่ สอง ครัวเรือนประกอบอาชีพอิสระต้องขาดรายได้จากอุปสงค์ที่ลดลง และ สาม ครัวเรือนที่พึ่งพาเงินโอนจากการทำงานของบุตรหลานหรือญาติ ก็ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่จากการที่บุตรหลานมีรายได้ลดลง จนกลายเป็นครัวเรือนกลุ่มที่เปราะบางที่สุด
ก่อนวิกฤตโควิด-19 จะเกิดขึ้น มีการเปิดเผยผลวิเคราะห์ข้อมูลแบบสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2562 ชี้ให้เห็นถึงสถานะทางการเงินของครัวเรือนที่น่ากังวลไม่น้อย
  • ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่มีภาระรายจ่ายในระดับสูงเมื่อเทียบกับรายได้
โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลาง (15,000 – 35,000 บาทต่อเดือน) มีรายจ่ายอุปโภคบริโภคเฉลี่ย 3 ใน 4 ของรายได้ต่อเดือน ขณะที่กลุ่มรายได้น้อย (น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน) ใช้รายได้ทั้งหมดไปกับการอุปโภคบริโภค สะท้อนให้เห็นว่าครัวเรือนกลุ่มนี้จะได้รับความเดือดร้อนอย่างมากแค่รายได้ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

  • 40% ของครัวเรือนรายได้น้อย เป็นกลุ่มที่ไม่มีรายได้จากการทำงาน
หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 3 ล้านครัวเรือน ที่ตอนนี้พึ่งพารายรับจากเงินสงเคราะห์หรือเงินโอน โดยเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่พึ่งพาเงินที่บุตรหลานและญาติโอนไปให้รวมถึงเงินสวัสดิการจากรัฐ
  • มรสุม COVID-19 ทำให้หลายครัวเรือนมีรายได้ลดลงอย่างฉับพลัน (Income shock)
หากไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากมาตรการภาครัฐ จะมีครัวเรือนถึง 1 ใน 3 ที่มีเงินออมสะสมเพื่อใช้ในการดำรงชีพอยู่ได้ไม่ถึง 3 เดือน และครัวเรือนรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มที่มีปัญหาเงินออมไม่เพียงพอมากที่สุด คือ มีเงินออมสะสมน้อยกว่าครัวเรือนรายได้ปานกลางประมาณ 2 เท่า
  • ภาระหนี้สินรุนแรงยิ่งทำให้สถานการณ์ที่กล่าวมาน่ากังวลมากขึ้น
เมื่อนำภาระหนี้ที่ครัวเรือนต้องจ่ายมาพิจารณาร่วมด้วยจะพบว่า ครัวเรือนที่มีหนี้จะมีปัญหาด้านการเงินที่รุนแรงกว่า และหากพิจารณาตามกลุ่มรายได้ก็จะพบว่า สัดส่วนครัวเรือนที่มีเงินออมสะสมเพื่อใช้จ่ายอุปโภคบริโภคและชำระหนี้ได้ไม่เกิน 3 เดือน จะเพิ่มขึ้นกว่าครึ่งหนึ่งของครัวเรือนรายได้ต่ำที่เป็นหนี้

มาตรการเยียวยาจากภาครัฐ กับความตั้งใจในการแบ่งเบาปัญหา หนี้ครัวเรือนไทย เกาถูกที่คัน แต่ยังไม่สุด

อย่างไรก็ดี บทความเดียวกันนี้ ได้รีวิวมาตรการเพื่อเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างเร่งด่วนที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศออกมาเพื่อประคับประคองระดับการบริโภคและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยสรุปในแบบเข้าใจง่ายว่าเป็นมาตรการ “เติม Cash ลด Cost เสริม Credit”

เติม Cash เพื่อเพิ่มสภาพคล่องโดยตรงให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
  • มาตรการเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งให้เงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน สำหรับแรงงาน ลูกจ้าง หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระนอกประกันสังคมที่มีรายได้ลดลง
  • เงินเยียวยาสูงสุดไม่เกิน 7,500 ต่อคน เป็นเวลา 6 เดือน สำหรับลูกจ้างเอกชนในประกันสังคมที่ว่างงาน
  • โครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ครัวเรือนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน
  • เพิ่มเบี้ยผู้พิการ รายละ 1,000 บาท
  • คืนเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้าและมิเตอร์น้ำประปา

ลด Cost of Living ช่วยลดภาระค่าครองชีพของครัวเรือน

  • ลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาเป็นระยะเวลา 3 เดือน
  • ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
  • เลื่อนชำระภาษี
  • ออกมาตรการเลื่อนชำระหนี้โดยขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน ช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ภาคครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ
เสริม Credit ซึ่งรวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้และการให้สภาพคล่องเพิ่มเติมผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อาทิ โครงการคลินิกแก้หนี้สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ที่มีและไม่มีรายได้ประจำ รวมทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อประชาชนฐานราก
ในตอนท้ายของบทความ ผู้เขียนบทความได้เสนอแนะความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาของภาครัฐด้วยว่า ในระยะต่อไปภาครัฐอาจพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เพราะยังมีครัวเรือนบางกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยาในปัจจุบัน โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มที่พึ่งพารายรับจากเงินสงเคราะห์และเงินโอนจากบุคคลอื่น ซึ่งมีความเปราะบางทางการเงินสูง อย่างที่กล่าวมา

แนะวิธีปรับพฤติกรรมลด ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย อย่างได้ผล

ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์สาลิกาได้เคยนำเสนอ เคล็ดลับการบริหารจัดการหนี้ส่วนบุคคคลไว้แล้วในบทความเรื่อง “นักวางแผนการเงินมืออาชีพ ชี้ช่อง ‘เทคนิคบริหารหนี้ช่วงวิกฤต’ ไม่มี ไม่หนี แต่จะทำอย่างไรให้พร้อมจ่าย” ซึ่งเน้นย้ำว่าขั้นแรกของการลด หนี้ครัวเรือนไทย ให้ได้ผล ต้องเริ่มที่จิตสำนึกของทุกครัวเรือนที่จะหันมามุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังกับภารกิจนี้ก่อน เพราะหนี้นั้นจะไม่มีทางเพิ่มขึ้นได้ ถ้าเราไม่ไปก่อ
มาในวันนี้ ในบริบทของปัญหา หนี้ครัวเรือนไทย เว็บไซต์ aommoney.com ได้นำเสนอวิธีการลดหนี้ครัวเรือนไว้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งเราขอหยิบเอามาแชร์ให้ได้นำปรับใช้กัน ดังนี้
  • ชวนตระหนักก่อนสร้างหนี้ในยุคโควิด-19 ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
บทเรียนแรก คือต้องทำความเข้าใจคำว่า “พอประมาณ” ให้ถ่องแท้เสียก่อน คำนี้ไม่ได้สื่อถึงความยากจน การอยู่อย่างลำบาก แต่หมายถึง “ความพอเพียง การประมาณตน และวางแผนทางการเงินที่ดี”
หากในบริบทของสถานการณ์ COVID-19 คำว่า พอประมาณ น่าจะหมายถึงการพอมีพอใช้ ลด ละ เลิก อะไรที่ไม่จำเป็น หรือประเมินแล้วเป็นสิ่งของฟุ่มเฟือยที่เกินฐานะเกินรายได้ อาทิ การซื้อสินค้าที่ยังไม่จำเป็นทันด่วน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่การซื้อของจากออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ต้องรู้จักหักห้ามใจให้ได้
และสิ่งที่ควรควรเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง คือ อะไรเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับดำรงชีวิตในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะการเริ่มมองถึงการวางแผนการออมระยะยาว อาทิ การมองหาประกันสุขภาพที่ใครหลายๆคนเคยมองข้าม รวมทั้งการซื้อกองทุนเพื่อการออมระยะยาว
เพราะการออมนี้ จะมาเป็นเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดีว่า ไม่ว่าวิกฤตไหนจะเข้ามา การมีเงินออมไว้ ก็ทำให้เราสามารถก้าวข้ามและแก้ไขในทุกวิกฤตได้อย่างไม่ประมาท

  • แชร์ Tips รูดบัตรเครดิตแบบรู้เท่าทัน ไม่สร้างหนี้ไม่จำเป็นเพิ่ม
จากเดิมที่คนไทยใช้วิธีการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต แบบรูดปรื๊ดได้ดั่งใจกันอยู่แล้ว แต่ว่ากันว่า ยิ่งในช่วงวิกฤตโควิด การรูดบัตรเครดิต ก็ยิ่งเป็นวิธีจับจ่ายสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีเงินสดจำกัด
เพราะบัตรเครดิตมีทางเลือกในการจ่ายเงินโดยมีระยะปลอดดอกเบี้ย ช่วยยืดระยะเวลาการจ่ายออกไปได้ ทำให้สามารถซื้อสินค้าที่ต้องการได้ในทันที
ดังนั้น การควบคุมยอดหนี้บัตรเครดิต จึงเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ควรเรียนรู้ ถ้าต้องการลด หนี้ครัวเรือน ให้ได้จริงๆ
หนึ่ง ใช้บัตรเครดิตซื้อแต่ของที่จำเป็นจริงๆ
ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ การใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้า ควรเลือกซื้อแต่สิ่งของที่จำเป็นจริงๆ ลบคำว่า “ของมันต้องมี” ไปก่อน แล้วแทนที่ด้วย “ของที่จำเป็น” เช่น ของกิน อาหาร และสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันต่างๆ และที่อาจเช็กว่าบัตรเครดิตที่เราใช้มีโปรโมชั่นอะไรกับร้านค้าที่เราซื้อบ้าง เช่น ส่วนลด หรือ Cashback ก็รีบลงทะเบียนก่อนจะซื้อสินค้า ย่อมจะช่วยให้ช้อปได้คุ้มค่าขึ้น
สอง ตั้งลิมิตยอดบัตรเครดิตในแต่ละเดือน
ยิ่งรู้ว่ารายรับไม่เท่าเดิม หรือกำลังอยู่ในสภาวะมีความไม่มั่นคงทางการเงิน ยิ่งควรตั้งลิมิตการใช้บัตรเครดิตอย่างรัดกุม ซึ่งควรตีกรอบไว้ที่ 10 – 20 % ของรายได้ เช่นรายรับ 10,000 บาท ไม่ควรรูดบัตรเครดิตเกิน 2,000 บาท เป็นต้น
สาม จ่ายเต็มจำนวน-ตรงเวลา หมดปัญหาหนี้บัตรเครดิตพอกพูน
ควรวางแผนการจ่ายอย่างรอบคอบ จ่ายเต็มจำนวนตามรอบบิล ตรงเวลา ไม่ควรค้างชำระ เพราะดอกเบี้ยบัตรเครดิตมีโอกาสที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆถ้าจ่ายไม่ตรงเวลา หรือถ้าในวิกฤตโควิด ประสบปัญหาไม่มีเงินจริงๆ ที่สุดแล้วก็ควรจ่ายที่ยอดขั้นต่ำ เพื่อรักษาเครดิตการเงิน และหาโอกาสรีบปิดยอดหนี้ให้เร็วที่สุด

ที่มา :


หลากหลายเทคนิค ช่วยให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

นักวางแผนการเงินมืออาชีพ ชี้ช่อง ‘เทคนิคบริหารหนี้ช่วงวิกฤต’ ไม่มี ไม่หนี แต่จะทำอย่างไรให้พร้อมจ่าย

เคลียร์ชัดทุกข้อสงสัย ‘ประกันโควิด’ ช่วยอะไรได้บ้าง ในช่วงวิกฤตโรคระบาด

ชี้เป้า 5 อุตสาหกรรมในครัวเรือน ลงมือทำได้ทันที ปั๊มรายได้ฝ่าวิกฤตโควิด-19