โลกขานรับวัคซีนต้านโควิด-19 เป็น “สมบัติสาธารณะ”

283

แม้การประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly: WHA) จะจัดมาแล้ว 72 ครั้ง แต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในวงการแพทย์หรือระบบสาธารณสุขแทบไม่เคยได้ยินหรือรู้จักเวทีนี้เลย


แต่การประชุม WHA เมื่อวันที่ 18-19 .. 2563 กลายเป็นเวทีที่ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะเป็นการประชุมครั้งแรกหลังการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ซึ่งมีข้อเสนอที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นการสืบค้นต้นตอไวรัส และ การผลิตยาต้าน
สำหรับการประชุมสมัชชาอนามัยโลก หรือ WHA เป็นการประชุมของประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลก หรือ WHO 194 ประเทศ เพื่อวางแนวทางการดำเนินงานกำหนดนโยบายสุขภาพระดับโลก
ยกตัวอย่างการประชุมครั้งที่ 72 ระหว่างวันที่ 20-28 .. 2562 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ 2,000 คน ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและข้าราชการระดับสูงจากประเทศสมาชิก รวมถึงประเทศไทย
ไฮไลท์ในการประชุมครั้งนั้นคือการขับเคลื่อนกวาดล้างโรคโปลิโอให้หมดไปจากโลกนี้ ซึ่งปัจจุบันยังพบ ผู้ป่วยอยูในประเทศปากีสถานและอัฟกานิสถาน ส่วนประเทศไนจีเรียเพิ่งจัดการกับผู้ป่วยรายสุดท้ายได้เมื่อปี 2561 นี่เอง
การประชุมสมัชชาอนามัยโลก WHA
www.who.int/about/governance/world-health-assembly

ส่วนการประชุม WHA ครั้งที่ 73 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 .. 2563 และเพิ่งจบไปหมาดๆ ผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบการประชุมเสมือนจริง ดูจะได้รับความสนใจจากมหาชนทั่วโลกมากที่สุด แม้จะย่นระยะเวลาการประชุมจาก 1 สัปดาห์เหลือเพียง 2 วัน

เนื่องจากเป็นการพูดคุยกันในประเด็นสำคัญคือวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่าตัวแทนจากประเทศสมาชิก WHO 194 แห่ง ได้ตั้งคำถามถึงการทำงานของ WHO และสมาชิกในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโลกในช่วงที่ผ่านมาว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอหรือยัง
โดยเฉพาะสหภาพยุโรป (อียู) รวมทั้งสหราชอาณาจักรออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ผลักดันให้มีการสอบสวนต้นตอของโรคระบาดอย่างละเอียดอีกครั้ง
เวอร์จีนี บัตตูเฮนริกสัน โฆษกอียู กล่าวว่า เราต้องการคำตอบว่าโรคร้ายแพร่ระบาดได้อย่างไร มีทฤษฎีระบาดวิทยาอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่แบบนี้อีกในอนาคต ไม่ใช่เวลาการกล่าวโทษกันไปมาโดยไม่เกิดประโยชน์
รวมถึงการเรียกร้องให้มีการเพิ่มอำนาจ WHO ให้สามารถเข้าไปตรวจสอบประเทศต้นตอตั้งแต่โรคเริ่มแพร่ระบาดได้อย่างเต็มที่และเป็นอิสระ ไม่ใช่การปฏิบัติงานร่วมกับทางการของประเทศนั้นๆ เหมือนที่ผ่านมา

COVID-19 ศตวรรษที่ 21

ดร.สมเกียรติ โอสถสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อนการประชุมจะเริ่มต้นขึ้นว่า กลุ่มสื่อทั้งจีนและตะวันตก กำลังติดตามการประชุมประจำปีของสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 73 ซึ่งก่อนการระบาดใหญ่คงไม่มีใครคาดคิดว่าการประชุมสองวันสั้นๆ นี้ กำลังจะเป็นการประชุมสุดยอดทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของปี 2020

ที่น่าสนใจคือร่างมติฯ ของประเทศออสเตรเลียซึ่งเรียกร้องให้มีกระบวนการสอบสวนต้นกำเนิดของไวรัส ล่าสุดก่อนการประชุมฯ ร่างมติที่ออสเตรเลียเป็นผู้ริเริ่มฯ ได้มีการรวมตัวของประเทศต่างๆ อย่างน้อย 116 ประเทศที่สนับสนุนข้อเรียกร้องของออสเตรเลียให้มีการสอบสวนอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับต้นกำเนิดของการระบาดของโรคโคโรนาไวรัส
โดยข้อเรียกร้องให้สอบสวนต้นกำเนิดของไวรัสมี 4 ประการคือ
  • 1. ต้องการให้การสอบสวนเปิดกว้างและโปร่งใส
  • 2. ต้องมีอิสระ ปราศจากอิทธิพลทางการเมืองและสามารถให้คำแนะนำเพื่อช่วยเสริมสร้างการปกป้องจากการระบาดใหญ่ในอนาคต
  • 3. ต้องการการเตรียมการเพื่อเร่งตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ขององค์การอนามัยโลก
  • 4. ต้องการรับรองว่าองค์การอนามัยโลกจะไม่เอนเอียงในทางใดทางหนึ่งหลังการจัดการขององค์กรถูกมองว่าดำเนินไปอย่างไม่น่าเชื่อและห่วงความเปราะบางทางการเมืองของปักกิ่ง
ดร.สมเกียรติมองว่าการประชุม 2 วันนี้จะได้เห็นการตั้งกลุ่มพันธมิตรหลวมๆ ของประเทศต่างๆ หลังจากสหรัฐอเมริกาไม่ได้มีความเป็นผู้นำใดๆ ในการเผชิญวิกฤตโลกครั้งนี้
ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานวันจันทร์ (18 ..) สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวสุนทรพจน์ผ่านวิดีโอที่กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ระหว่างพิธีเปิดการประชุมสมัชชาอนามัยโลกว่า จีนได้ดำเนินการต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) อย่างเปิดเผย โปร่งใส และมีความรับผิดชอบมาโดยตลอด
สี จิ้นผิง
www.xinhuathai.com
ในประเทศจีน เราได้พลิกสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส ปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชนของเรา ด้วยความเพียรพยายามและการเสียสละอันยิ่งใหญ่” สี จิ้นผิง กล่าว “เราได้ดำเนินการอย่างเปิดเผย โปร่งใส และมีความรับผิดชอบมาโดยตลอด เราได้แบ่งปันข้อมูลต่างๆ ให้แก่องค์การอนามัยโลก (WHO) และประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างทันท่วงทีมากที่สุด เราเผยแพร่ลำดับจีโนมในเวลาอันรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะเดียวกันเรายังได้แบ่งปันประสบการณ์ในการควบคุมและรักษาโรคโควิด-19 ให้แก่ทั่วโลกโดยไม่สงวนข้อมูลใดๆ ไว้ และเราได้ทำทุกวิถีทางอย่างสุดความสามารถของเรา เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือประเทศที่ต้องการ             
ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติหรือยูเอ็น กล่าวว่า หลายประเทศเพิกเฉยต่อคำแนะนำของ WHO
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้ก็คือหลายประเทศเรียกร้องให้วัคซีนต้านโรคโควิด-19 เป็นสมบัติสาธารณะ
สาธารณสมบัติ หรือ สมบัติสาธารณะ (public domain) หมายถึง องค์ความรู้หรือนวัตกรรมที่ไม่มีใครสามารถถือตัวเป็นเจ้าของได้ เนื่องจากผู้สร้างหรือเจ้าของยินยอมให้ใครๆ สามารถคัดลอกนำไปใช้ได้
ถือเป็นข้อเรียกร้องที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น!!!