ภารกิจที่ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ของ บมจ.SNC เปิด ‘โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย’ มอบจริง 2.2 ล้านชิ้น ร่วมสร้างสังคมไทยปลอดโควิด

248

คงไม่ต้องบอกกันแล้วว่า หน้ากากอนามัย มีความสำคัญอย่างไรต่อการดำรงชีวิตของผู้คน ยิ่งในยุคที่เรายังต้องดำเนินมาตรการตาต่อตาฟันต่อฟันกับเชื้อไวรัสโควิด-19 ทว่า จนถึงตอนนี้ หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งก็ยังคงขาดแคลน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical Mask) สำหรับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและเปราะบางที่อาจติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่มีความพร้อมเล็งเห็นความสำคัญที่ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยในรูปแบบของการเปิด ‘โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย’ เพื่อร่วมแบ่งเบาภาระของภาครัฐที่ต้องจัดหาหน้ากากอนามัยมาให้ประชาชนนั่นเอง


เปิดภารกิจเพื่อชาติของ บมจ.เอส เอ็น ซี (SNC) กับ ‘โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย’ ไทยทำ ไทยใช้ สร้างสังคมปลอดภัยจากโควิด

ที่ผ่านมามีภาคเอกชนหรือองค์กรธุรกิจไม่น้อยที่เดินหน้าเปิดสายการผลิต ตั้ง ‘โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย’ ด้วยความตั้งใจดีดังที่เกริ่นมา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.SNC รวมอยู่ด้วย
โดย บมจ.SNC ตัดสินใจเปิดสายการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 และวันนี้ประสบความสำเร็จแล้ว สามารถมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 2,200,000 ชิ้น เพื่อส่งต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานราชการ และกระจายไปยังกลุ่มผู้ต้องการใช้อย่างตรงเป้าหมาย

ทาง บมจ.SNC ถือฤกษ์ดี 20.05.20 ทำพิธีมอบหน้ากากอนามัย โดยมี อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาบุคลากร และการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC และ ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธาน บมจ..SNC ร่วมเป็นประธานและสักขีพยานเปิดสายการผลิตหน้ากากอนามัย และรับมอบหน้ากากอนามัยในครั้งนี้
ดร.สมชัย ประธาน บมจ..SNC เปิดเผยว่าในฐานะกลุ่มบริษัทผู้ผลิตกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า รายใหญ่ของประเทศได้ตระหนักถึงวิกฤตโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19

“ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดสายการผลิตหน้ากากอนามัยและเดินหน้าผลิตเพื่อใช้ในกิจกรรมต้าน COVID-19 จำนวน 2,200,000 ชิ้น เพื่อมอบให้กับรัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานราชการ และนำไปแจกให้กับผู้ที่ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไป ได้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19”
โดยสัดส่วนการกระจายหน้ากากอนามัยในล็อตแรกนี้ ได้กระจายไปผ่านหน่วยงานราชการและหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมอบแด่
  • อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 1,000,000 ชิ้น
  • พล.อ สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก จำนวน 500,000 ชิ้น
  • วิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี จำนวน 100,000 ชิ้น
  • ศิริชัย สมแสน รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จำนวน 100,000 ชิ้น
“เหตุผลที่บริษัทฯ เปิดสายการผลิตหน้ากากอนามัยในครั้งนี้ เพราะเห็นถึงความขาดแคลนหน้ากากอนามัยที่จำเป็นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานราชการที่ทำประโยชน์ต่อสาธารณชน ที่ต้องใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตขั้นต่ำวันละ 57,600 ชิ้น หรือ 1,497,600 ชิ้นต่อเดือน ซึ่งจนกว่าวิกฤตครั้งนี้จะคลี่คลาย เราจะผลิตเพื่อแจกจ่ายเท่านั้น” 

วิกฤตขาดแคลนหน้ากากอนามัย เป็นโอกาสแสดงศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ไทย

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้กล่าวแสดงความขอบคุณในนามของรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข ว่า
“เมื่อทราบข่าวทั้งในเรื่องการบริจาคหน้ากากอนามัยและการที่เราจะมี โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย แห่งใหม่ ซึ่งมีกำลังการผลิตเกิน 1 ล้านชิ้น ต่อเดือน ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ยิ่งกว่าได้ทองในช่วงเวลานี้
“ผมต้องขอเป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณจากใจในนามของรัฐบาล ทั้ง บมจ.SNC และคณะทำงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่ได้มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 1,000,000 ชิ้น ให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะนำไปป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 และแบ่งปันให้กลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยง”
โดยการส่งต่อหน้ากากนั้น รัฐจะทำผ่านทาง ‘มูลนิธิบูรณะชนบทประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์’ (โครงการเทใจ) และ องค์การเภสัชกรรม เพื่อมอบให้แก่ คนไร้บ้าน นักโทษรายใหม่ ผู้ต้องขังตั้งครรภ์ ผู้ต้องขังเด็ก ผู้ต้องขังที่พิการหรือผู้สูงอายุ คนในชุมชนแออัด คนเก็บขยะ คนงานต่างด้าวตามชายแดน คนดูแลผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ให้บริการดูแลประชาชน รวมถึงประชาชนทั่วไป
“ภารกิจนี้นับเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของรัฐบาล โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ไปรษณีย์ไทย ที่ช่วยจัดส่งให้กับภาคีเครือข่ายที่ทำงานกับกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเหล่านี้ มีความตื่นตัวและเข้าถึงหน้ากากอนามัย ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และช่วยลดความรุนแรงหากเกิดการระบาดระลอกต่อไป”
นอกจากนั้น เจ้ากระทรวงสาธารณสุขยังได้กล่าวชื่นชมการตัดสินใจเปิดสายการผลิตหน้ากากอนามัยของ บมจ.SNC ซึ่งเป็นการพูดจริงทำจริงว่า
“การตั้ง โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย แห่งนี้ขึ้นมาและมีความสามารถในการผลิตหน้ากากอนามัยได้จริงนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาความขาดแคลนหน้ากากอนามัยแล้ว ยังมีส่วนในการทำให้ซัพพลายเชนหน้ากากอนามัยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ยิ่งสำหรับผู้กักตุนหน้ากากอนามัยไว้เพื่อเก็งกำไร ซึ่งเป็นการกระทำที่เห้นแก่ตัว ก็จะร้อนๆ หนาวๆ กันแล้วว่า จะขายหน้ากากอนามัยนั้นออกไหม ได้ราคาหรือเปล่า นับเป็นคุณูปการใหญ่หลวงต่อประเทศชาติในช่วงวิกฤตครั้งนี้”
“นอกจากนั้น ในวันนี้ยังเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่บ่งบอกว่า ชาวไทยจะเข้าถึงการใช้หน้ากากอนามัย เครื่องมือทรงประสิทธิภาพที่ใช้ป้องกันการติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพได้ ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกจะคิดค้นและสามารถผลิต ยาต้านโควิด-19 และวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในปริมาณมากพอที่จะกระจายไปใช้กับคนทั่วโลกได้”
“ที่ผ่านมา แม้เราจะได้รับบริจาค ยาฟาวิพิราเวียร์ ตัวยาที่มีการค้นพบว่า สามารถต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดี จากประเทศจีน ทว่า ผมยังหวังที่จะเห็นว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะลดลงเรื่อยๆ จนไม่มีผู้ติดเชื้อในแต่ละวันเลย ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องใช้ ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ได้รับมา ขอให้เราได้ใช้แค่ หน้ากากอนามัย ที่ บมจ.SNC บริจาคมาก็พอแล้ว”
หลังวิกฤตโควิด อนุทินเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะยิ่งมีความโดดเด่น เพราะวิกฤตครั้งนี้ทำให้ชาวโลกได้เห็นแล้วว่า ไทยมีศักยภาพในการควบคุมการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ในระดับที่น่าพึงพอใจ จึงสามารถสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยให้เหล่านักลงทุน นักธุรกิจ ต่างประเทศได้เห็นว่า บ้านเรามีระบบการแพทย์ การสาธารณสุขที่ดี สามารถตอบโต้กับสถานการณ์โรคระบาดระดับโลกได้
“ยิ่งสำหรับจังหวัดระยอง ที่พวกเราอยู่ด้วยกันในวันนี้ เป็นหนึ่งในสามจังหวัดในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งเป็นหนึ่งหมุดหมายที่เหล่านักลงทุนจะเดินทางเข้ามาลงทุนหลังวิกฤตโควิด ซึ่งก็ปรากฏว่ามีการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อในจังหวัดได้ดี นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ที่จะเข้ามาลงทุนได้อย่างที่กล่าวไป”
“จริงอยู่ที่วิกฤตโควิด-19 เกิดขึ้นแล้ว มาทำให้เราซวนเซ ถอยหลังไปบ้าง 2-3 ก้าว แต่ผมเชื่อว่าเมื่อวิกฤตนี้คลี่คลาย ประเทศไทยจะเดินหน้าไปไม่หยุดเป็นอีก 20 ก้าว ดังนั้น วิกฤตโควิด-19 ไม่ได้เกิดขึ้นและทำให้เราสูญเสียไปทุกกระทง แต่ในมุมของการพัฒนา วิกฤตครั้งนี้ก็มาสร้างโอกาสในการพัฒนา โอกาสในการปรับตัวในหลากหลายมิติให้กับประเทศไทยเราได้”
“สุดท้าย ผมขออวยพรให้ “โควิดฟรี” (COVID-Free) กันทุกคนนะครับ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ทิ้งท้ายไว้ในพิธีมอบหน้ากากอนามัยครั้งนี้ด้วยรอยยิ้มในที่สุด

ไม่ตกทุกข่าว วิกฤตโควิด-19 เพื่อก้าวผ่านวิกฤตโรคระบาดนี้ไปด้วยกัน

สำรวจพฤติกรรม ‘การใช้จ่าย’ ของผู้บริโภคชาวไทย ที่เปลี่ยนไปเพราะระแวงไวรัส

COVID เปิดพรมเจอขยะ เรียนออนไลน์ ไทยไม่มีวันพร้อม?

ยุทธศาสตร์ “Digital Soft Power” โอกาสของประเทศไทยในยุคโควิด