เรียน กศน. ก็คุณภาพดีไม่แพ้ใคร กรณีศึกษา วงดนตรี “แกละ ใต้ดิน Family” อนุสรณ์ สายนภา

1202

หลังจากบทสัมภาษณ์ “ความรู้คู่ความสุข” เปิดใจ “คุณแม่ Homeschool”ครอบครัว “นักเขียนดัง” คือ “นทธี ศศิวิมล” และ “ติณ นิติกวินกุล” เจ้าของนามปากกา “จารี จันทราภา” ปลดล็อคเพื่อ “ความสุขลูก”

ที่เผยแพร่ต่อจากบทความ “COVID เปิดพรมเจอขยะ เรียนออนไลน์ ไทยไม่มีวันพร้อม?” ใน SALIKA ของเราแห่งนี้ โดยในบทความดังกล่าว มีอีกหนึ่งคำให้สัมภาษณ์ของ “อนุสรณ์ สายนภา” (ชื่อในวงการเพลงคือ “แกละ ใต้ดิน”) ผู้ปกครอง “เด็ก กศน.” ซึ่งบุตรของเขามีทั้งระดับอุดมศึกษา มัธยมศึกษา และประถมศึกษา
มาในครั้งนี้ SALIKA ขอขยายความข้อคิดเห็นต่อเนื่องของ “อนุสรณ์ สายนภา” ที่มีต่อแวดวงการศึกษาไทย โดยเฉพาะ “การศึกษานอกโรงเรียน”

เมื่อเอ่ยถึง “การศึกษานอกโรงเรียน” หรือ กศน. แล้ว หลายคนคงจำชื่อเสียงเรียงนามของ “วรวิทย์ คงบางปอ” เด็ก กศน.คนแรกที่สอบติดแพทย์ ซึ่งเคยเป็นข่าวฮือฮา และมีส่วนทำให้ กศน.หรือ “การศึกษานอกโรงเรียน” ได้รับความสนใจจากสังคม

ครอบครัว “สายนภา” ของ “อนุสรณ์” เจ้าของวงดนตรี “แกละ ใต้ดิน Family” ที่ผลักดันให้ลูกๆ ทั้งสามคนเรียน กศน.และบุตรสาวคนโตในขณะนี้จบ กศน.และได้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ “สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา” ส่วนบุตรสาวคนรองก็กำลังจะจบการศึกษาระดับมัธยมจาก กศน. และบุตรชายคนเล็กก็จบ Home school ระดับประถมศึกษาแล้ว

แกละ ใต้ดิน Family


ถาม: ผู้อ่านหลายท่านคงอยากทราบรายละเอียดต่างๆ ของการเรียน กศน. รบกวนพี่แกละเล่าคร่าวๆ ก่อนครับ

ตอบ: กศน. ที่ผมประสานอยู่คือ กศน. อำเภอสัตหีบ ครับ ก็จะมีการจัดการเรียนการสอนกันทุกวันอาทิตย์ ครึ่งวันเช้า คือตั้งแต่ 9:00 น. ถึง 12:00 น. โดยผู้เรียนต้องค้นคว้าเนื้อหาวิชาต่างๆ อย่างเข้มข้น มีการส่งรายงานในทุกรายวิชา ผมเห็นลูกๆ ใช้เวลาค้นคว้าก่อนส่งงานค่อนข้างมากทีเดียว
ในด้านกิจกรรม เด็กๆ ต้องเข้าร่วมกิจกรรมทุกเดือน ช่วงเสาร์และอาทิตย์ 2 วันบ้าง 3 วันบ้าง โดยจะมีการสะสมชั่วโมงกิจกรรมเด็กทุกคน ต้องมีชั่วโมงกิจกรรม 200 ชั่วโมง ในเวลา 2 ปีที่เรียนแต่ละช่วงชั้น จึงจะจบ ส่วนการสอบ ก็จะมีการใช้ผู้คุมสอบ ที่เป็นข้าราชการ ซึ่งมาจากหน่วยงานอื่น เพื่อป้องกันการทุจริตหรือช่วยเหลือกัน
ในส่วนของครูผู้สอนก็ใส่ใจติดตามการเรียนของนักเรียนมากขึ้น โดยติดต่อกันทาง LINE และสามารถสอบถามข้อสงสัยในบทเรียนได้ตลอดเวลา ก็ถือว่า กศน.ของเราพัฒนาการเรียนการสอนไปมากและมีเนื้อหาที่เข้มข้นไม่สามารถจบได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน ใครสอบไม่ผ่านก็ต้องไปซ่อมเหมือนกัน

แกละ ใต้ดิน Family


ถาม: การที่พี่แกละส่งเสริมให้ลูกๆ เรียน กศน.เป็นเพราะไม่เชื่อมั่นการศึกษาในระบบใช่หรือไม่

ตอบ: ใช่ครับ ผมไม่เชื่อมั่นตั้งแต่เมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมาแล้ว ยิ่งที่ผ่านมา การศึกษาในระบบของเราถูกประเมินว่าอยู่อันดับ 8 ของ ASEAN ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า ระบบการศึกษาของเรามันแย่จริงๆ เมื่อก่อนมีการเรียนซ้ำชั้น เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็จะถูกให้ตก คือให้เรียนซ้ำชั้น แต่ต่อมากลับยกเลิก คืออ่านออกหรืออ่านไม่ออก ก็ให้เลื่อนชั้นได้หมด ปัญหาก็คือเด็กจบไปแบบไม่รู้เรื่อง สอบเข้าที่ไหนก็ไม่ได้

ตอนที่คิดจะทำ Home school ให้ลูกๆ ตามขั้นตอนต้องไปขออนุญาตกับทางการ ผมจึงไปคุยกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาท่านหนึ่ง แต่กว่าจะได้พบท่านต้องผ่านหลายขั้นตอน เช่น ต้องผ่านหน้าห้อง หน้าห้องก็ถามแล้วถามอีก ว่าทำไมไม่เรียนในระบบ เราก็อธิบายแล้วอธิบายอีก จนแทบจะหมดความอดทน จนร้อนถึงท่าน ผอ.ต้องออกมาพบเราเอง แต่แล้วบรรดาลูกน้องของท่านก็ยังไม่ยอมเข้าใจ มองว่าผมไม่มีปัญญาที่จะสอนลูกในระบบ Home school ผมก็พยายามอธิบายว่าลูกผมอยากเป็นครูสอนดนตรี จึงอยากมีอิสระในการเลือกเรียน ท่านก็หวังดี ว่าให้เรียนในระบบก่อน จบ ม.6 แล้วค่อยไปเรียนดนตรี ท่านบอกให้เรียนในระบบก่อน เพราะ Home school ไม่ดี ไม่ได้รับการยอมรับ สู้การเรียนในระบบไม่ได้

ผมจึงขอพิสูจน์คุณภาพของการศึกษาในระบบ โดยบอกกับท่าน ผอ.ว่า ให้เจ้าหน้าที่ของท่านทั้งหมดวาดภาพให้ผมดูหน่อย ท่านเชื่อผมมั้ย ว่ารูปที่ออกมา จะต้องเป็นภาพภูเขา 2 ลูก แล้วก็มีพระอาทิตย์ มีทะเล หรือไม่ก็ทุ่งนา แล้วก็มีนกบินประมาณนี้แหละ ท่านเลยยอมจำนน ว่าระบบการศึกษาไทยสอนคนได้แค่นั้นจริงๆ แต่หลังจากกลับบ้าน ผมก็ตัดสินใจว่าถ้าทำ Home school ก็ต้องมาวุ่นวายกับคนของท่าน ผอ.อีกไม่รู้จบ สู้ส่งลูกเรียน กศน.มันเลยดีกว่า

อย่างไรก็ดี ในปีหลังๆ มานี้ ทางหน่วย Home school ได้เข้ามาดูแลการจัดการเรียนการสอนของครอบครัวผมเป็นอย่างดี ต้องขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย

แกละ ใต้ดิน Family


ถาม: อาจมีบางเสียงติงว่า การเรียน กศน.จะทำให้เด็กไม่มีสังคมเพื่อนวัยเรียน และถึงขนาดวิจารณ์ว่าคงจะเข้าสังคมไม่เป็น ตรงนี้พี่แกละมองอย่างไร

ตอบ: เดี๋ยวนี้มีคนเข้ามาเรียน กศน.เยอะมาก หลากหลายวัย หลากหลายอาชีพ ทำให้ได้พบเพื่อนๆ เป็นร้อยคน เวลาเข้ากลุ่มหรือมีกิจกรรมเข้าค่ายก็ได้เจอเพื่อนๆ ส่วนเพื่อนๆ ที่เคยเรียนชั้นประถมด้วยกันมาเขาก็ยังติดต่อกันอยู่ นัดไปเที่ยวกันบ้าง มาหาที่บ้านบ้าง ผมมองว่าคนที่เข้าเรียน กศน.มีสังคมที่กว้างขึ้นกว่าสังคมของเด็กที่เรียนในระบบอีกนะ เพียงแต่ว่าเราต้องให้คำชี้แนะ ให้คำปรึกษา ให้เขาแยกแยะ ว่าอย่างไหนดี อย่างไหนไม่ดี เขาก็เข้าสังคมได้ อยู่ในสังคมได้ปกติ ไม่มีปัญหาอะไร

แกละ ใต้ดิน Family

ถาม: จัดวางอนาคตลูกในฐานะเด็ก กศน.อย่างไร เช่น การเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือการประกอบอาชีพในอนาคต

ตอบ: ที่ผ่านมาเราคุยกันในครอบครัว คือแต่ละคนก็รู้ว่า ในอนาคตเขาอยากทำอะไร อย่างคนโตเขาเรียนเปียโนตั้งแต่ 5 ขวบ อยู่กับดนตรีมาตลอด เขาบอกว่าอยากเป็นครูสอนดนตรี เราก็คุยกันว่าถ้าจะเป็นครูสอนดนตรี หนูต้องมีความรู้เรื่องดนตรีให้แตกฉานเพื่อที่จะได้นำไปสอนนักเรียนได้ เวลานักเรียนติดปัญหาจะได้ช่วยเขาได้ ฉะนั้นต้องเรียนดนตรีให้เยอะให้เก่ง ก็วางอนาคตร่วมกันว่าเรียน กศน.4 ปี จบ ม.6 แล้วไปเรียนต่อระดับอุดมศึกษาอีก 4 ปี อนาคตถ้ามีปัญญาก็อาจจะส่งเขาไปศึกษาต่อด้านดนตรีในต่างประเทศ
คนที่ 2 เมื่อโตขึ้น ซ้อมดนตรีมากขึ้น และเห็นพี่สาวไปเรียนที่สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา และตัวเขาเองก็ได้ไปร่วมเข้าคอร์สอบรมพิเศษของสถาบัน ทำให้ อยากจะไปเรียนที่สถาบันแห่งนี้เหมือนพี่ แต่ก็มีบางเวลาที่เห็นพี่เรียนหนัก ก็อยากจะเปลี่ยน ไปเรียนทางด้านดุริยางค์ทหาร แต่เมื่อพูดคุยกันจริงๆ ก็ยังคงอยากไปเรียน ที่นี่อยู่ ส่วนคนเล็กความคิดตอนนี้ อยากเป็นทหาร ก็รอเวลาอีก 4 ปี ในระหว่างนี้ก็จะให้เขาคิดเองไปเรื่อยๆ ว่าอยากจะมีอนาคตแบบไหนแน่

ถาม: ทัศนคติของเด็กๆ ต่อการเรียน กศน.เป็นอย่างไรบ้างครับ

ตอบ: เดิมที กศน.ถูกมองว่าเรียนยังไงก็จบ แต่เมื่อเข้าไปสัมผัสจริงๆ แล้ว กศน.ถึงแม้จะไม่เรียนเข้มข้นเท่าการศึกษาในระบบ แต่ก็ไม่ได้จบง่ายๆ อย่างที่เข้าใจกัน ต้องมีกิจกรรมหลายอย่าง มีการเรียนการสอนใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้เหมือนกัน ข้อดีก็คือ เด็ก กศน.มีเวลาค้นคว้าสิ่งที่อยากเรียนรู้ที่นอกเหนือจากที่ครูสอนได้มากกว่า และยังมีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ อีกด้วย แต่ข้อสำคัญที่คนเรียน กศน.ต้องตระหนักคือ ต้องใส่ใจ เข้าใจ และต้องขยันในการเรียนรู้ คล้ายกับการเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดคือรามฯ สุโขทัยฯ
ตอนนี้ลูกๆ เข้าใจระบบการเรียน กศน.มากขึ้น และไม่ได้รู้สึกต่ำต้อยกว่าคนที่เรียนในระบบเลย มีเพื่อนของลูกผมหลายคนอยากมาเรียน กศน.ผมก็อยากบอกว่าต้องรู้อนาคตตัวเองก่อนนะ เพราะทุกวันนี้ถามว่าจะไปทำอะไร เรียนต่ออะไร เด็กมักตอบว่า “ยังไม่รู้เลย”

แกละ ใต้ดิน Family

ถาม: โดยส่วนตัว ผมคิดว่าโมเดลที่พี่สนับสนุนให้เด็กๆ เล่นดนตรี คือวง “แกละ ใต้ดิน Family” มันลงตัวพอดีกับความเป็นศิลปินของพี่ และการที่ลูกๆ เป็นเด็ก กศน.

ตอบ: ครับ เพราะผมเห็นลูกมีความสามารถทางด้านดนตรี และคิดว่าเขาต้องทำได้ดีในวันข้างหน้า แม้นว่าเขาจะมีจุดหมายอื่นอยู่ด้วย แต่ไม่อยากให้เขาทิ้งเรื่องดนตรี และการเรียน กศน.ก็ทำให้เรามีเวลาซ้อมดนตรีมากขึ้น เพราะตอนนี้เราออกอัลบั้มมา 2 ชุดแล้วก็ต้องเล่นดนตรีตามงานต่างๆ ด้วย เพราะผมมีความเชื่อว่า “เราจะสร้างคนด้วยดนตรี”

หมายเหตุ: ชื่อของ “แกละ ใต้ดิน” เป็นที่รู้จักอย่างดีในหมู่แฟนเพลงเพื่อชีวิตยุค “พฤษภาทมิฬ” (พ.ศ. 2535) จนกระทั่งถึงราวกลางทศวรรษที่ 2540 จากผลงาน Studio Album จำนวน 4 ชุด ได้แก่ เกาะสีชัง (2535) สัตว์เลือดเย็น (2536) นักเดินทาง (2537) และจันทร์ในดวงใจ (2539)

สไตล์ดนตรีของ “แกละ ใต้ดิน” แกนหลักคืออะคูสติก-โฟล์ค ผสมลูกทุ่ง เนื้อเพลงเป็นเพลงสายสร้างสรรค์สังคมหรือเพื่อชีวิต หลังจากห่างหายไปจากการออกอัลบั้มเต็มนานกว่า 10 ปี ราวต้น พ.ศ. 2555 “แกละ ใต้ดิน” กลับมาสู่แวดวงดนตรีอีกครั้งกับผลงานเพลงชุด “อุ่นไอวัยเยาว์” มีกลิ่นอายของ “เพลงเด็ก” อย่างเต็มรูปแบบ

จุดเด่นของงานอยู่ที่ความใสสะอาดของเจ้าของเสียงร้องคือ “น้องลำธาร” (แอคคอร์เดียน) “น้องทอรุ้ง” (ฟลุต) และ “น้องพอเพียง” (ไวโอลิน) ทุกคนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงาน สอดประสานกับฝีมือการเขียนเพลงของ “แกละ” ที่ฉีกแนวมาทำ “เพลงเด็ก”

ปี 2558 “แกละ ใต้ดิน” รวบรวมทีมงาน “อุ่นไอวัยเยาว์” หวนคืนเวทีอีกครั้งกับอัลบั้มที่สองมีชื่อว่า “ไม้เรียวรัก” คราวนี้ “น้องลำธาร” “น้องทอรุ้ง” และ “น้องพอเพียง” ไม่เพียงกลับมาพร้อมความใสสะอาด แต่ยังแสดงความสามารถเล่นดนตรีในห้องอัดเสียงด้วยตนเองด้วยความตั้งใจได้อย่างน่าชื่นชม

ท่านที่สนใจผลงานเพลงทั้ง “อุ่นไอวัยเยาว์” และ “ไม้เรียวรัก” สามารถติดต่อได้ที่ “ฟาร์มสุข บ้านธารตะวัน” 156 หมู่ 4 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โทร.081-901-5679 e-Mail: [email protected] และ Facebook: อนุสรณ์ สายนภา