อนาคตของไทยในสถานการณ์ COVID-19 และตำแหน่งห่วงโซ่อุปทานใหม่ทางเศรษฐกิจ

ถึงวันนี้รัฐบาลประกาศการขยาย พ.ร.ก. ภาวะฉุกเฉิน ต่อไปอีกหนึ่งเดือน นั่นคือสิ่งที่กำลังเดินหน้าต่อไปท่ามกลางปัญหาการลดลงของอุปสงค์ภายในประเทศ แม้ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้ไม่แถลงตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คาดว่าตัวเลขนั้นก็คล้ายๆ กับประเทศอื่นๆ ที่เผชิญปัญหาเดียวกัน โดยเฉพาะรัฐที่เน้นการพึ่งพาการส่งออกและการอาศัยรายได้จากการท่องเที่ยว

ในขณะที่ทั่วโลกลดการนำเข้า เงินทุนไหลออกจากตลาดประเทศกำลังพัฒนาและการขาดสะบั้นของห่วงโซ่อุปทาน ทางการจีนก็ไม่ได้คาดการณ์ตัวเลขด้านการเติบโตปีนี้เนื่องจากการคาดการณ์การค้าการลงทุนยังทำนายได้ยากอยู่ ซึ่งจีนก็กำลังประสบปัญหาในภาวะหนี้สินและปัญหาการลงทุนและให้เงินกู้ในเส้นทางการค้า OBOR ว่าคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน?
นี้คือสถานการณ์ที่น่าสนใจมากว่าชนชั้นนำของเศรษฐกิจการเมืองรัฐอุกกาบาตจะฝ่าฟันอุปสรรคนี่ได้อย่างไรในฐานะที่เป็นผู้กำหนดทิศทางการเดินของประเทศโดยตรง จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นเค้าโครงร่างแผนงานการฟื้นฟูเศรษฐกิจกับการกำหนดระยะเวลา (นอกจากการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ) โดยในการวิเคราะห์ตรงนี้เราพยายามประมวลแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของรัฐด้านการค้าการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้นหลังโควิด-19

เศรษฐกิจโลก COVID-19
สิ่งที่เกิดขึ้นของรัฐแต่ละรัฐในอนาคตมีดังต่อไปนี้…

สถานการณ์รัฐแบบที่ 1

อย่างที่เราสามารถคาดการณ์ว่ารัฐที่มีประชากรจำนวนพันล้านคนขึ้นไปสามารถที่แยกตนเองไปได้เพราะมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สามารถประกันการบริโภคภายในได้อย่างจีน สหรัฐ สหภาพยุโรปสามารถเลือกการพึ่งพาตนเองได้และมีความเหมาะสมที่จะเลือกแนวทางนี้ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะอยู่ในโซนการผลิตหรือโซนการบริการหรือการเก็งกำไร (โซนขุนคลัง) จากการแพร่กระจายระบาดใหญ่ นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นในนโยบายปกป้องนิยมเพื่อความมั่นคงของรัฐและการพึ่งพาจีนมากเกินไปในการผลิตไม่สามารถที่ทำให้รัฐของตนเองนั้นมีสมรรถนะ วิธีการเดียวต้องไปสร้างความร่วมมือการผลิตในระดับชาติหรือภูมิภาคตามระเบียบการของรัฐชาติตนเอง (หากยังมีโซนอิทธิพลอยู่)

สถานการณ์รัฐแบบที่ 2

รัฐที่ให้การสนับสนุนกิจการขนาดใหญ่สำหรับธนาคารและรัฐวิสาหกิจในระดับชาติ (โครงสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม) เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโดยอยู่บนแนวคิดที่ว่าการก่อตัวงบประมาณของประเทศมาจากภาคการผลิตที่มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งภาคการผลิตนี้นอกจากเป็นที่มาของงบประมาณแผ่นดินแล้วยังทำหน้าที่เป็นถุงลมนิรภัยทางการคลังของประเทศ (กองทุนเพื่อความมั่นคง) เพื่อคอยอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ธนาคารและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหากต้องการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นที่จะต้องก่อตัวกิจการที่มีการเชื่อมโยงขนาดใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานระดับชาติและมีรูปแบบการจัดการที่เฉพาะในภาคการผลิตเพื่อความเหมาะสม โดยวิธีการนี้จะสามารถมีทุนสำรอง มีภาระหนี้สินต่ำระหว่างประเทศ สร้างความมั่นใจดึงดูดการลงทุนโดยตรง ปัญหาคือการจัดการโซ่อุปทานในระดับชาตินั้นที่แก้ปัญหาการทดแทนการนำเข้าของภาคการผลิตนั้นสามารถที่จะสนับสนุนอัตราการเติบโตทางการผลิตได้มากน้อยแค่ไหน?
ในด้านกลับกันหากสามารถที่จะก่อตัวโซนการผลิตในระดับภูมิภาคได้ (ความร่วมมือเศรษฐกิจกับรัฐในภูมิภาค) เปลี่ยนเป็นการให้ความสำคัญในการส่งออกแต่เป็นตลาดเดียวกัน จำเป็นที่จะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสองทางเลือกนี้ว่าแบบไหนมีอนาคตกว่าและมีความเสียงที่ต่ำกว่าในระยะยาว ซึ่งขึ้นอยู่กับการก่อตัวของกลุ่มการค้าว่าสามารถตอบโจทย์ได้ดีแค่ไหน ซึ่งก่อนหน้าโควิด-19 แบบที่สองได้เปรียบกว่าประเทศกลุ่มรัฐในสหภาพศุลกากรยูเรเชีย (รัสเซีย คาซัคสถาน)

สถานการณ์รัฐแบบที่ 3

รัฐที่สร้างกลุ่มการค้าที่แตกต่างจากเดิมในการพัฒนาเศรษฐกิจ คือการแยกเพื่อเชื่อมโยงกันสำหรับรัฐที่ประเมินว่าตนเองนั้นมีความสามารถในการแก้ปัญหาโซ่อุปทานระดับโลกได้ในภาวะการณ์ฉุกเฉิน โดยรัฐนั้นๆ อาจเป็นสมาชิกในกลุ่มการค้าหนึ่ง แต่แยกตัวออกไปทำความร่วมมือด้วยตนเองหรือผลกระทบทางภูมิศาสตร์การเมืองและภูมิศาสตร์เศรษฐกิจจากรัฐศูนย์กลาง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เป็นกลุ่มแองโกลแซกซอนสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, แคนาดา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ อย่างเวียตนามอยู่ในอาเซียนแต่ทำข้อตกลงกับอียู สหภาพศุลกากรยูเรเชีย รัฐบางรัฐในสหภาพศุลกากรยูเรเชียทำข้อตกลงกับจีนในเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นต้น ซึ่งขึ้นกับการจัดตั้งความร่วมมือกันและที่มาของการสนับสนุนทางการเงิน ซึ่งจะแบ่งพื้นที่เป็นหลายกลุ่มในระดับภูมิภาคของโลก

สถานการณ์รัฐแบบที่ 4

รัฐโซนอุกกาบาต คือ รัฐที่มองตนเองเป็นศูนย์กลางท่ามกลางการเปลี่ยนภูมิศาสตร์การเมือง ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ในสถานการณ์ระบาดโควิด-19 โดยมองว่าตนเองนั้นมีความได้เปรียบที่ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และสามารถเป็นสถานที่ดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศและฮับระหว่างภูมิภาค แค่ยังขาดกลยุทธ์ไปสู่ขั้นตอนการปรับตัวในตำแหน่งของตนเองที่มีเมฆหมอกปกคลุมไปทั่วการวางแผนและการส่งสัญญาณ
แต่มีจุดหมายสำคัญต้องการเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุนจากต่างประเทศแม้ว่าจะเกิดการเคลื่อนย้ายทุนไปสู่ต่างประเทศโดยเหตุผลการลดประสิทธิภาพของทุน และรัฐโซนอุกกาบาตยังขาดกลไกการจัดการของโครงสร้างภาคการผลิตโดยยังมีความเข้าใจว่าผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายและแลกเปลี่ยนตามที่ลูกค้าต้องการโดยมีต้นทุนต่ำ สามารถประกันกิจการตนเองได้ ไม่ให้ความสำคัญการบรรลุเป้าหมายของแผนต่างๆ ที่ระบุไว้ทั้งระดับจังหวัดภูมิภาคชาติ

จากตรงนี้ของสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น…

1.

เราคงจะเห็นรัฐศูนย์กลางอย่างสหรัฐผลักดันให้เกิดพันธมิตรที่เชื่อถือได้ หรือที่เรียกว่าเครือข่ายการเติบโตทางเศรษฐกิจ มันจะรวมถึง บริษัท และกลุ่มภาคประชาสังคมที่ทำงานตามมาตรฐานชุดเดียวกันในทุกสิ่งตั้งแต่ธุรกิจดิจิทัล พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงการวิจัยการค้าการศึกษาและการพาณิชย์
คาดว่าหลังจากผ่านสถานการณ์โรคระบาดแล้ววอชิงตันคงจะทำงานกับรัฐดาวเทียมของตนเองอย่าง (ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, เกาหลีใต้) และอาจจะมีเวียดนามอินเดียเข้ามาเพื่อผลักดันเศรษฐกิจโลกให้ก้าวไปข้างหน้าทั้งนี้ขึ้นกับว่าเวียตนาม อินเดียสามารถที่จะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้เร็วแค่ไหนเป็นตัวทดสอบ

การระบาดใหญ่เน้นบทบาทสำคัญของจีนในห่วงโซ่อุปทานของยาที่ผลิตไม่มีสิทธิบัตรขึ้นกับใบสั่งยาในสหรัฐอเมริกา สถานการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงการครอบงำของจีนและความสำคัญของการส่งมอบอาหารในช่วงที่เกิดโรคระบาดขึ้นในสหรัฐ แต่ละประเทศต่างมีมาตรการจำกัดสินค้าด้านการแพทย์ที่ส่งออกไปต่างประเทศทำให้สหรัฐขาดแคลนสินค้าเมื่อห่วงโซ่ระหว่างประเทศที่ยาวนานเกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าในช่วงวิกฤต

เป็นเรื่องยากเกินกว่าที่จะประสานงานของการเชื่อมโยงทั้งหมด อย่างเช่นข้อร้องเรียนของผู้ผลิตเครื่องช่วยหายใจของจีนซึ่งไม่สามารถเพิ่มปริมาณสินค้าได้เนื่องจากจีนไม่สามารถรับชิ้นส่วนอะไหล่ที่จำเป็นจากสวิตเซอร์แลนด์ได้
ทั้งนี้เป็นผลมาจากว่าทางการสหรัฐให้หลักประกันว่าอุปทานไม่มีปัญหาก็จะไม่เกิดปัญหานี้เพราะไวรัสแพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั่วโลกจึงทำให้ส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่มีความน่าเชื่อถือด้วยอย่างอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ได้ประสบปัญหาขาดแรงงานการผลิตในขั้นตอนที่ระบาดและหาแนวทางแก้ไข ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตในสหรัฐสามารถตอบสนองความต้องการด้านเภสัชกรรมในปัจจุบันถึง 70% แล้วการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่อาจใช้เวลาห้าถึงแปดปี
หากได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องการหาทางเลือกใหม่ของห่วงโซ่อุปทานก็อาจสร้างปัญหาตามมา ดังนั้นไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ระบุว่า “วิธีการที่เราปรับโครงสร้างโซ่อุปทานเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนของการขาดห่วงโซ่อุปทาน” และได้เชิญเอกอัครราชทูตโคลอมเบียซานฟรานซิสโก ซานโตสหารือร่วมกับหอการค้าสหรัฐฯเกี่ยวกับวิธีการกระตุ้นให้บริษัทในสหรัฐฯถ่ายโอนห่วงโซ่อุปทานจากจีนไปยังโคลอมเบีย

2.

ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกช่วยให้เราสามารถใช้ความเชี่ยวชาญระดับสากลให้เกิดประโยชน์สูงสุดในวิกฤตปัจจุบันและการล็อคดาวน์เป็นโอกาสที่ดีว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าหากยกเลิก พรก.ฉุกเฉินเราต้องกลับสู่สถานะปกติ
คำถามคือในช่วงล็อคดาวน์เราต้องทำทุกอย่างที่บ้านแทนที่ใช้เอาทซอร์ท แต่หลังจากนี้ไปการใช้เวลาของเราที่ดีที่สุดควรจะเป็นอย่างไรทั้งความปลอดภัยสุขภาพและฐานะความเป็นอยู่ ในทำนองเดียวกันเราสามารถพิจารณาการค้าระหว่างภูมิภาคหรือระหว่างประเทศและในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกต่อไป แทนที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าสินค้ากับประเทศต่างๆแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ของสินค้า
เราจะใช้ความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างไรในห่วงโซ่อุปทานทำให้เราต้องไปคำนึงอีกครั้งในสินค้าที่แต่ละรัฐนั้นมีความได้เปรียบในการแข่งขัน หมายถึงส่วนแบ่งของสินค้านั้นในตลาดต่างประเทศซึ่งกลายเป็นที่มาของงบประมาณของชาติ สามารถจัดตั้งกำไรบางส่วนได้ในฐานะถุงลมนิรภัยทางการเงินเพื่อแก้ปัญหาการอัดฉีดเม็ดเงินให้แก่ภาคการผลิตในภาวะถดถอย

McKinsey covid-19

ราคาที่สามารถสู้กันได้หากลดราคาและที่สำคัญนโยบายธนาคารชาติหรือธนาคารกลางนั้นมีกลยุทธ์ในการวางแผนที่สอดคล้องกับแผนงานเป้าหมายของภาคการผลิตอย่างไร (จากการศึกษาแผนงานจำนวนมากมักจะจบที่การส่งแผนงานของทีมวิจัยมากกว่าการปฎิบัติตามแผนงานที่ระบุไว้และที่สำคัญไม่มีความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่หากแผนล้มเหลวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ) หากเกิดการขาดสภาพคล่อง ขาดแคลนแรงงานในการผลิตหรืออัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงินที่แข็งเกินไปหรือการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานการผลิตใหม่หากจำเป็นโดยไม่ขึ้นกับทุนข้ามชาติ

ถ้าเราดูว่าไวรัสแพร่กระจายในประเทศใดเราจะเห็นว่ามันปรากฏตัวครั้งแรกในศูนย์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ห่วงโซ่มูลค่าระหว่างประเทศจำนวนมากมาบรรจบกัน เครือข่ายทั่วโลกไม่เพียง แต่แลกเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของสินค้าเท่านั้น แต่มีการติดต่อทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด หวู่ฮั่นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีผู้ประกอบการจำนวนมากในอุตสาหกรรมยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์และยา และสาขาของบริษัทต่างประเทศ ในเกาหลีใต้ความสนใจอย่างมากมุ่งเน้นไปที่นิกายทางศาสนาซึ่งเรียกว่าจุดโฟกัสแรกของโรคในประเทศนี้ แต่ต่อมาปรากฎว่า 85% ของผู้ป่วยทั้งหมดบันทึกไว้ในเกาหลีใต้ (ณ กลางเดือนมีนาคม) อยู่ในเมืองกูมิ (Gumi) หนึ่งในศูนย์อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด ในเยอรมนีเกิดขึ้นครั้งแรกในเมือง Stockdorf ซึ่งเป็นแหล่งผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเซี่ยงไฮ้และมีรายงานว่าไวรัสแพร่เชื้อผ่านการสื่อสารระหว่างพนักงานชาวเยอรมันและจีน
เป็นที่น่าสังเกตว่าไวรัสในอิตาลีไม่ได้ผ่านกรุงโรมซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลัก แต่ผ่านมิลานซึ่งเป็นสถานที่ประกอบการอุตสาหกรรมของอิตาลี ในสหรัฐอเมริกานิวยอร์กซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจหลักของเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะกลายเป็นศูนย์กลางของการติดเชื้อ แต่หลายคนประหลาดใจที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุบัติการณ์ที่สูงในดีทรอยต์เมืองในอุตสาหกรรมยานยนต์
จากตรงนี้แม้แต่เส้นทางของไวรัสภายในรัฐก็ยังถูกกำหนดโดยห่วงโซ่อุปทานระดับโลกนี้น่าจะเป็นช่วงแรกของเส้นทางการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์นี้ผ่านโซ่อุปทานระดับสากล(โลก)จึงไม่น่าแปลกใจประธานเฟดให้สัมภาษณ์ว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐขึ้นกับระยะเวลาค้นพบวัคซีน

3.

ด้วยห่วงโซ่อุปทานดำเนินการกระจายของอุปสงค์และอุปทานภายในประเทศเศรษฐกิจและทั่วโลกส่งผลทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “การติดเชื้อทางด้านอุปทานและการติดเชื้อซ้ำ” ดังนั้นในช่วงแรกของการแพร่ระบาดของโรคในจีนก็ตกตะลึงกับการส่งออกชิ้นส่วนจำนวนมากหยุดลง ทำให้ยากต่อการผลิตสินค้าในประเทศอื่นๆ ของโลก

หนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเกาหลีใต้ แต่แล้วไวรัสก็เข้าโจมตีเกาหลีและในขณะเดียวกันจีนก็เริ่มฟื้นฟูการผลิตและตอนนี้ผู้ผลิตจีนกำลังเผชิญกับอุปทานที่น่าตกใจเพราะจีนไม่สามารถรับอุปกรณ์เสริมจากคู่ค้าของตนเอง ในเวลาเดียวกันจีนไม่สามารถขายผลิตภัณฑ์ได้และต้องเผชิญกับอุปสงค์อย่างมากเนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกถูกระงับชั่วคราวซึ่งเป็นช่วงที่ออกจากมาตรการกักกันโดยโซนรัฐอุกกาบาตต้องเผชิญการจัดตั้งการค้าหลังจากการระบาดใหญ่

จากการศึกษาของ Pinelopi Goldberg ระบุว่าผลกระทบของภัยพิบัติทางธรรมชาติต่อห่วงโซ่อุปทานแสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนและสินค้าทุติยภูมิการฟื้นตัวได้ ต้องรอไปอีกสามไตรมาส (หากมีความชัดเจนของข้อมูลและเข้าใจโซ่อุปทานตนเอง) โดยขึ้นกับโซ่อุปทานของคู่ค้าที่ต้องใช้เวลาหนึ่งไตรมาส (รวมทั้งหมด 4 ไตรมาสหากจัดการเต็มสูบ)

ศตวรรษที่ 21 เชื้อโรค

ดังนั้นผลกระทบเชิงลบจะรุนแรงมากขึ้นและดำเนินต่อไปสำหรับรัฐที่รับภาระหน้าที่อยู่ในช่วงกลางของห่วงโซ่อุปทาน นี้คงเป็นข่าวร้ายเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในโลกครองตำแหน่งการนำเข้าและส่งออกชิ้นส่วนทุติยภูมิ จากตรงนี้ทำให้ต้องยกเลิกหลักการการผลิตแบบทันเวลาพอดี (Just in time) ซึ่งหมายถึงการสำรองขั้นต่ำการใช้กำลังการผลิตสูงสุด มันเป็นวิธีการที่มีส่วนทำให้อัตราการเติบโตค่อนข้างสูง แต่การค้าหลังโรคระบาดเปลี่ยนจากสินทรัพย์เป็นหนี้สิน เมื่อเศรษฐกิจเผชิญกับการกระแทกครั้งใหญ่ที่ไม่คาดคิด ในสถานการณ์วิกฤติกำลังการผลิตที่อิสระการสำรองสินค้าสามารถสร้างความได้เปรียบของกลยุทธ์นี้ถึงตรงนี้
คำถามหลักของการค้าหลังโควิด-19 คือวิธีการหาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ (ไม่ใช่เป็นเรื่องกำไรสูงสุด) และความน่าเชื่อถือ? ในสายตาของลูกค้า ชนชั้นนำต้องเสนอการเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจไปในรูปแบบนี้แต่ความคิดของเรานั้นไม่ใช่เศรษฐกิจรัฐชาติหรือชาตินิยมเพราะไม่สามารถกำหนดวาล์วเปิดปิดระบบเศรษฐกิจที่สร้างสินทรัพย์ได้อย่างแท้จริง

4.

อะไรที่กำหนดเขตแดนของการเติบโตและจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หากมีพื้นที่การผลิตซ้ำมากเท่าไหร่ เมื่อนั้นจะมีข้อมูลที่แตกต่างกันมากยิ่งขึ้นที่จำเป็นต้องคำนึงในการนำมาใช้การตัดสินใจซึ่งตัวเลขประเมินในการผลิตซ้ำของพื้นที่หากรวมกันควรจะมีประชากรมากกว่า 500 ล้านคนขึ้นไปก็สามารถร่วมมือกันทางเศรษฐกิจได้หลังโควิด-19 นี้คงเป็นข้อสรุปแรกที่เจอสำหรับนักลงทุนการค้าระหว่างประเทศ
ดังนั้นโอกาสจะยากมากที่รัฐแต่ละรัฐนั้นเน้นเศรษฐกิจรัฐชาติโดยอยู่บนฐานพาณิชย์นิยมใหม่ที่กล่าวอ้างกันเพราะเทคโนโลยีในการผลิตที่นำมาใช้โซนการผลิตจำนวนประชากรกำหนดในการกำกับความได้เปรียบในการผลิตยกเว้นในกรณีของจีนชาติเดียวหรือชาติที่มีสินทรัพย์ที่ให้อภิสิทธิพิเศษอย่างสหรัฐ
ในระดับขนาดของพื้นที่การผลิตซ้ำดังกล่าวข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเป็นประจำในการตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งที่จะผลิต ในปริมาณเท่าไหร่และวิธีการผลิตอย่างไร หากพิจารณาสาเหตุของข้อผิดพลาดและกลไกที่มีอยู่เพื่อลดผลที่ผิดพลาดยิ่งห่วงโซ่การสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการขั้นสุดท้ายยาวนานขึ้นเท่าไร ผลผลิตที่มากขึ้นเท่านั้นในขั้นสุดท้ายของห่วงโซ่การผลิตจะถูกกำหนดโดยการเบี่ยงเบนของชิ้นส่วนอะไหล่และการเชื่อมต่อของกระบวนการข้อผิดพลาดถูกสะสมตามห่วงโซ่
หากมีการวางแผนการผลิตสามารถที่จะลดจำนวนข้อผิดพลาดที่สะสมได้ ห่วงโซ่ก็จะมีความมั่นคงโดยอาศัยการประกันกำลังการผลิตส่วนเกินและการสำรองสามารถเพิ่มความสอดคล้องของโซ่ได้ เนื่องจากความสมดุลในโครงสร้างของห่วงโซ่และความสม่ำเสมอของการเพิ่มการผลิต อย่างไรก็ตามการผลิตเกินกำลังจะถูกกำหนดโดยการจัดการสำรองส่วนเกินสร้างต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถนำมาสู่วิกฤติได้ดังนั้นต้องระมัดระวังโดยการวางแนวของการสร้างมูลค่าในระดับองค์กร ภาคการผลิตและระหว่างรัฐ

5.

การครอบงำระดับโลกของเงินดอลลาร์ถูกคุกคามโดยวิกฤติทั่วโลกเช่นการระบาดของไวรัสโคโรนาหลายประเทศกำลังให้การสนับสนุนสกุลเงินของประเทศมากขึ้นเพื่อบรรเทาภาวะถดถอย คาดว่าหากสหรัฐต้องการปรับห่วงโซ่อุปทานผ่านเครือข่ายการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สหรัฐจำเป็นที่ต้องให้เงินดอลล่าร์อ่อนค่าลง ซึ่งจะได้ประโยชน์โดยตรงในสถานการณ์ปัจจุบันนี้หากค่าเงินดอลล่าห์แข็งตัวก็จะกำหนด ส่วนแบ่งของสกุลเงินนี้ในธุรกรรมระหว่างประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในขณะที่จีดีพีของโลกลดลง
จากประสบการณ์ที่ผ่านมานั้นหากไม่สามารถลดค่าเงินดอลล่าห์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็ทำได้ยากสถานการณ์ซึ่งหลายประเทศคงจะไม่ถือพันธบัตรดอลล่าร์หลังจากจำหน่ายสินค้าแบบจีนที่ขายในราคาเครดิตเพราะในสถานการณ์ที่สหรัฐขาดดุลการค้านั้นสามารถเกิดความเสี่ยงทางการค้าได้อย่างต่อเนื่องหากอยู่ในเครือข่ายนี้

ในทางตรงกันข้ามหากสหรัฐกีดกันสินค้าจากประเทศที่ให้ความสำคัญในการส่งออกก็จะทำให้การสำรองดอลล่าห์ต่ำลงในการทำธุรกรรมก็จะทำให้รัฐที่ต้องการอธิปไตยสามารถลดความเสี่ยงหันไปใช้เงินสกุลของตนเองหรือสกุลคู่แข่งแทนดอลล่าห์ สหรัฐจึงไม่ค่อยได้ประโยชน์จากเงินที่แข็งตัวหลังโรคระบาดเพราะสกุลเงินที่แข็งแกร่งทำให้สินค้าสหรัฐฯมีความสามารถในการแข่งขันที่น้อยลงในตลาดโลก

ยิ่งไปกว่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงหนี้รัฐบาลสหรัฐจำนวนมากที่จะต้องจ่ายครั้งเดียวปรากฎว่าการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ไม่มี ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าในอนาคตเราจะเห็นแพลตฟอร์มของเงินสกุลดิจิตอลต่างๆเข้ามามีบทบาทในทางการค้าเหมือนกับเงินหยวนที่ถูกควบคุมโดยธนาคารกลาง เป็นไปได้ว่าภายหลังระบบการเงินการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จะปรากฏขึ้นซึ่งจะแทนเงินดอลล่าร์
คาดว่าเงินดอลลาร์จะสูญเสียสถานะเป็นสกุลเงินสำรองทั่วโลก ซึ่งเป็นจุดแข็งของเงินดอลล่าร์ที่ผ่านมาสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศและระบบการส่งข้อความ SWIFT ในภาคการธนาคารแต่ละรัฐเป็นอิสระในการทำธุรกรรมที่ออกมาจาก SWIFT ได้ สหรัฐไม่สามารถควบคุมหรือคว่ำบาตรได้ต่อไปในเงื่อนที่ตนเองต้องการจึงกลายเป็นความสนใจที่ยุโรปต้องการใช้เครื่องมือดังกล่าวในการทำธุรกรรม
การวิเคราะห์สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ในสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เห็นว่าแต่ละรัฐนั้นได้ถูกจัดวางในกระดานหมากรุกโลกแล้วของห่วงโซ่อุปทานและระบบการแลกเปลี่ยนทั้งนี้ขึ้นกับว่าการเจรจาและการประสานงานกันที่ทำให้แต่ละรัฐนั้นสามารถสร้างหลักประกันและมีความได้เปรียบจริงในโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานได้แค่ไหนโดยเราจะมาดูกันต่อไปของอุปสรรคและการฝ่าฟันวิกฤติสำหรับโซนรัฐอุกกาบาต

 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย