ข่าวล่ามาแรงเมื่อ หัวเว่ย ประกาศเปิดตัว Huawei ASEAN Academy ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้าน ICT แห่งแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่ใช่ในประเทศไทย หากแต่เกิดขึ้นที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

โดยการปักหมุดให้ ‘มาเลเซีย’ เป็นศูนย์กลางหลักสูตรการฝึกอบรมระดับภูมิภาคนี้ หัวเว่ยตั้งเป้าที่จะส่งเสริมความสามารถด้านดิจิทัลให้แก่บุคลากรชาวมาเลย์ 50,000 คน ภายใน 5 ปีข้างหน้า
ในด้านงบลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรนั้น หัวเว่ยทุ่มงบ 688,883 ดอลลาร์ หรือราว 22,024,967 ล้านบาท ในองค์กรธุรกิจและเทคโนโลยีหลากหลายด้าน เพื่อให้ศูนย์ ASEAN Academy เปิดหลักสูตรอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มากกว่า 3,000 หลักสูตร พร้อมทั้งผู้อบรมที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ 100 คน เพื่อพัฒนาความสามารถด้านดิจิทัลให้ชาวมาเลย์ได้อย่างเต็มที่
วายบี ดาโต๊ะ ไซฟุดดิน อับดุลละห์ รัฐมนตรีประจำกระทรวงการสื่อสารและมัลติมีเดียของประเทศมาเลเซีย กล่าวถึงความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรร่วมกับแบรนด์ดังจากแดนมังกรว่า
“Huawei ASEAN Academy ในประเทศมาเลเซีย เป็นศูนย์ฝึกอบรมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีบทบาทสำคัญสำหรับการพัฒนาด้าน ICT เพื่อนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัล และที่สำคัญคือ การอบรมและพัฒนาคนท้องถิ่น เพื่อให้พวกเขาได้รับความรู้ด้าน ICT อย่างเหมาะสมและสามารถนำไปปรับใช้กับโลกในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”
วายบี ดาโต๊ะ ไซฟุดดิน อับดุลละห์ ยังบอกด้วยว่า เขาหวังให้ทั้งสองฝ่ายประสบความสำเร็จจากความร่วมมือต่างๆ อีกมากมายในภายภาคหน้า เพื่อผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง

ในด้านสายสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียและหัวเว่ยนั้น เริ่มต้นขึ้นเกือบ 20 ปีที่แล้ว โดยกระทรวงการสื่อสารและมัลติมีเดีย (Ministry of Communications and Multimedia – KKMM) ประเทศมาเลเซีย และหัวเว่ย สานสัมพันธ์และร่วมงานด้าน ICT กันมา ตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัท หัวเว่ย มาเลเซีย ขึ้นในปี พ.ศ. 2544
โครงการนี้จะส่งมอบวิธีการที่ครอบคลุมสำหรับการพัฒนาระบบนิเวศด้าน ICT ของประเทศ โดยจะนำวิธีการเรียนการสอนที่หลากหลายมาปรับใช้ อาทิ การฝึกอบรมโดยอิงพื้นฐานจากสถานการณ์จริงและจากการถ่ายทอดสดในรูปแบบออนไลน์ รวมถึงการไปทัศนศึกษาต่างประเทศ โดยโปรแกรมการฝึกอบรมด้าน ICT นั้น รวมคอร์สต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- หน่วยงานภาครัฐ
- ผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม
- นักศึกษามหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ ศูนย์ฝึกอบรมดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการส่งมอบโซลูชันหลากมิติสำหรับทักษะที่แตกต่างและความต้องการที่มีหลายระดับ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโซลูชันเหล่านี้จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการทักษะที่ยังขาดแคลนในกลุ่มองค์กร (Enterprises) ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในงานเปิดตัว ASEAN Academy ไมเคิล หยวน ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย มาเลเซีย กล่าวว่า
“ในขณะที่เรากำลังปรับตัวเข้าสู่การเว้นระยะห่างทางสังคมในฐานวิถีชีวิตใหม่ (new normal) โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายดิจิทัลที่แข็งแกร่งมีความสำคัญมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยหัวใจสำคัญที่จะส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายดิจิทัลที่เข้มแข็งนั้นยังคงอยู่ที่บุคลากรผู้สร้างและดูแลการบริการต่างๆ เหล่านี้เพื่อชาวมาเลเซีย การอบรมทักษะและโปรแกรมต่างๆ จากศูนย์ฝึกอบรม ASEAN academy จะเสริมศักยภาพของบุคลากรในท้องถิ่นให้มีความพร้อมต่ออนาคตและสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนดิจิทัลทรานสฟอร์เมชันของประเทศได้”
หัวเว่ยเน้นย้ำว่า ศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้มุ่งวางรากฐานด้าน เศรษฐกิจดิจิทัล ของประเทศมาเลเซียให้แข็งแกร่ง จึงนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเสริมทักษะและพัฒนาบุคลากรเป็นสำคัญ และหากอ้างอิงจากความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ศูนย์ดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านบุคลากรของประเทศมาเลเซียผ่าน 3 แนวทางหลัก นั่นคือ
- การแนะแนวทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
- การเสริมศักยภาพบุคลากรในระบบนิเวศดิจิทัล
- การพัฒนาทักษะอื่นๆ
ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลก หัวเว่ย ยังมุ่งสนับสนุนให้เกิดอีโคซิสเต็มของบุคลากรด้าน ICT ที่เปิดกว้างและแบ่งปันข้อมูลที่จะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย โดยในงานประชุม Huawei Global Analyst Summit (HAS) 2020 ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กัว ผิง ประธานกรรมการบริหารหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวถึงความสำคัญของ ICT บนเวที HAS ไว้ตอนหนึ่งว่า

“โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) คือรากฐานของโลกอัจฉริยะ ซึ่งภายในปี พ.ศ. 2568 เศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ากว่า 23 ล้านล้านดอลลาร์ จึงถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพอย่างมาก และนับเป็นส่วนสำคัญที่จะนำไปสู่ ‘การก้าวสู่โลกอัจฉริยะ’ ที่เปี่ยมไปด้วยโอกาสซึ่งเหนือกว่าความท้าทายอีกมากมาย”
การจัดตั้ง Huawei ASEAN Academy จึงแสดงให้เห็นอีกความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT และการร่วมขับเคลื่อนประเทศมาเลเซียให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
:: SALIKA’s Say ::
ด้วยความสงสัยใครรู้ว่า Huawei Academy มีที่ไหนอีกบ้าง มีผลกระทบเชิงบวกในด้านอื่นๆ อีกหรือไม่ เผื่อว่าจะเป็นโมเดลให้คนไทยได้ศึกษาติดตาม จึงค้นหาคำตอบและพบไฟล์ดิจิทัล Huawei Authorized Information and Network Academy (HAINA Brochure) ซึ่งคาดว่าจะเป็นเครื่องมืออธิบายโครงการและแนวทางการดำเนินงานที่เผยแพร่มาพักใหญ่แล้ว โดยในไฟล์ดังกล่าวให้ข้อมูลว่า
Huawei Academy เป็นโครงการไม่แสวงผลกำไรที่เน้นสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียน เพื่อส่งต่อความรู้ด้าน ICT ให้แก่นักเรียน นักศึกษาในยุคดิจิทัล โดยผู้เรียนที่ผ่านการอบรมจากหลักสูตรในโครงการจะได้รับการรับรองว่า มีทักษะดิจิทัลที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีประโยชน์ทางตรงในด้าน ‘เพิ่มโอกาสการจ้างงานให้แก่ผู้เรียน’ และ ‘ลดช่องว่างด้านทักษะดิจิทัลให้แก่บุคลากรในประเทศต่างๆ’ ได้


เนื่องจากเทคโนโลยีไม่หยุดอยู่กับที่ การเรียนรู้ก็ยากจะสิ้นสุด เมื่อค้นหาข้อมูลอัปเดตก็พบ Huawei ICT Academy ที่หัวเว่ยใช้เป็นสะพานเชื่อมแหล่งเรียนรู้กับโลกอุตสาหกรรม ซึ่งมีสารพันหลักสูตร ICT ให้นักศึกษาที่สมัครและได้รับการอนุมัติเข้าไปเรียนรู้ โดยบนเว็บไซต์ Huawei ICT Academy แสดงข้อมูลด้วยว่า มีผู้เรียนมากกว่าปีละ 45,000 คน มีผู้อบรมมากกว่า 1,500 คน สร้างความร่วมมือกับสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยรวมแล้วมากกว่า 900 แห่ง และครอบคลุมกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

ปิดท้ายในช่วงโควิด-19 ระบาด ประชากรหลายประเทศถูกล็อกดาวน์ Huawei ICT Academy จึงเปิดให้นักศึกษาเรียนออนไลน์ผ่านแคมเปญ #LearnOn เช่น นักศึกษาในสหราชอาณาจักร นักศึกษาในอิรัก นักศึกษาจาก 13 ประเทศในแอฟริกาใต้
เป็นการนำความพร้อมด้าน ICT มาใช้กระจายความรู้ สร้างประโยชน์และเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญสถานการณ์วิกฤต
ที่มา :
- Huawei Launches ASEAN Academy to Empower Digital Talent and Nurture Malaysia’s Digital Ecosystem
- Huawei Global Analyst Summit (HAS) 2020
- Huawei empowers Malaysian talent with new ICT academy
- Huawei Authorized Information and Network Academy
พิจารณาดูแล้ว EEC HDC ก็กำลังทำในสิ่งที่สอดคล้องกับที่ Huawei Academy ทำ นั่นคือ การพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีทักษะดิจิทัลที่พร้อมตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดังบทความที่ SALIKA นำเสนอไปก่อนหน้านี้
EEC HDC พลิกขั้วการศึกษาไทย เด็กอาชีวะจบใหม่เงินเดือนแซงหน้าปริญญา
EEC HDC กับภารกิจปั้นบุคลากร 500,000 ตำแหน่ง ‘ดิจิทัล หุ่นยนต์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์’ มาแรง!!!










