Saturday, August 29, 2026

COVID-19 Global Report Vol.59

พิพิธภัณ์และหอศิลป์ในอิตาลี ให้ผู้เข้าชมสวมใส่ข้อมืออิเล็กทรอนิกส์
เตือนให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1.5 เมตร

เพราะธรรมชาติของคนเราเมื่อต้องปรับพฤติกรรมเพื่อใช้ชีวิตแบบความปกติใหม่หรือฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) อาจจะทำให้เผลอเรอ หรืออยู่ใกล้ชิดกันโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะขณะทำกิจกรรมภายในสถานที่ปิด ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ดังนั้น Accademia Carrara หอศิลป์และสถาบันวิจิตรศิลป์ ในเมืองแบร์กาโม ประเทศอิตาลี ซึ่งได้กลับมาเปิดใหม่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม หลังจากปิดนานกว่า 10 สัปดาห์ ได้ขอให้ผู้เข้าชมใส่ข้อมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาอยู่ห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1.5 เมตร ในขณะที่กำลังเที่ยวชมและเสพงานศิลป์ต่างๆ

ข้อมืออิเล็กทรอนิกส์นี้มีชื่อว่า Fidelitas Distance จะส่งสัญญาณเตือนในรูปแบบการสั่นสะเทือนและไฟ LED เพื่อให้ผู้สวมใส่รับรู้ว่าพวกเขาอยู่ใกล้กับผู้เข้าชมรายอื่นมากเกินไป โดยหวังว่าจะช่วยควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

นอกจากนี้ Academia Carrara ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1796 หรือเมื่อ 224 ปีที่แล้ว ยังได้ขอให้ผู้เยี่ยมชมทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าที่ปิดบังจมูกและปากของตัวเอง รวมทั้งยังจำกัดจำนวนผู้ที่อยู่ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์อีกด้วย ไม่ให้หนาแน่นหรือคลาคล่ำจนเกินไป ขณะเดียวกันก็มีเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรควางตามจุดต่าง ๆ ทั่วพิพิธภัณฑ์

ข้อปฏิบัติอื่น ๆ คือ ผู้เข้าชมยังจะต้องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ และจะต้องวางสิ่งของไว้ในกระเป๋าซึ่งจะถูกเก็บไว้ในตู้ล็อกเกอร์ที่พิพิธภัณฑ์ด้วย โดยอนุญาตให้เฉพาะผู้พิการและผู้มีปัญหาการเดินเท่านั้นที่จะสามารถใช้ลิฟต์ของอาคารได้   โดยกฎใหม่นี้ยังจะใช้กับพิพิธภัณฑ์วาติกัน ณ นครวาติกัน ซึ่งเตรียมเปิดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้

สถิติ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2020 อิตาลีมีผู้ติดเชื่้อมากที่สุดอันดับ 6 โลก ด้วยจำนวนทั้งหมด 229,858 ราย เสียชีวิต 32,785 ราย และรักษาหาย 140,479 ราย

‘สเปน’ เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก.ค.นี้

แม้สเปนจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก COVID-19 โดยสถิติ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2020 มีผู้ติดเชื้อ 282,852 ราย และเสียชีวิต 28,752 ราย แต่ Pedro Sanchez นายกรัฐมนตรีสเปน ยืนยันพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่กรกฎาคม 2020 หลังจากที่ประกาศใช้มาตรการปิดเมืองอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม เนื่องจากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษญกิจสเปน โดยเฉลี่ยแล้วมีนักท่องเที่ยวต่างมาเยือนมากถึงปีละ 80 ล้านคน 

การที่บาร์เซโลนา เปิดชายหาดอีกครั้งให้กับผู้ที่่อยู่อาศัยในเมืองนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการก้าวไปสู่การเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ ในระยะต่อไป กระนั้นในระหว่างนี้สเปนได้ขยายระยะเวลาบังคับใช้พระราชกฤษฎีกา State of Alarm ทั่วประเทศ ออกไป ถึงเวลา 00.00 น. ของวันที่ 7 มิถุนายน 2020

นอกเหนือจากนี้ ยังมีข่าวดีสำหรับคอฟุตบอล เมื่อลา ลีกา ลีก จะได้รับอนุญาตให้กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งในวันที่ 8 มิถุนายน เป็นต้นไป หลังจากการฟาดแข้งได้ยุติลงตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม

‘ศรีลังกา’ พร้อมรับสายการบินทั่วโลก ภายใต้มาตรการเข้มงวด

หลังจากศรีลังกาได้สั่งปิดสนามบินนานาชาติส่วนของผู้โดยสารขาเข้าเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของCOVID-19สำนักงานการบินพลเรือนของศรีลังกา (CAASL) อนุมัติให้ท่าอากาศยานนานาชาติมัตตลา (Mattala) และสนามบินรัตมาลานา (Ratmalana) เปิดให้บริการแก่สายการบินระหว่างประเทศและบริษัทเครื่องบิน เพื่อการลงจอดทางเทคนิค การเติมเชื้อเพลิงและการแวะพักของลูกเรือ เนื่องจากสายการบินทั่วโลกได้มองหาโอกาสกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

Upul Dharmadasa ประธานสำนักงานการบินพลเรือนของศรีลังกากล่าวว่า ลูกเรือที่ต้องการพักแรมชั่วคราวสามารถทำได้ที่โรงแรมที่ใกล้ที่สุดจากสนามบินที่ลงจอด ซึ่งได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว และจะต้องกักกันตัวเองในโรงแรมที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขภาพหลายข้อ รวมถึงการตรวจวัดอุณหภูมิที่สนามบิน การกักกันตนอย่างเข้มงวด และการรับประทานอาหารเฉพาะในห้องพักที่โรงแรมเท่านั้น จนกว่าจะถึงเวลาที่ลูกเรือต้องไปปฏิบัติงานในเที่ยวบินถัดไป ขณะเดียวกันลูกเรือจะได้รับคำแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าสู่สนามบิน และเมื่อต้องติดต่อกับผู้อื่นขณะอยู่ในศรีลังกา

สถิติ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม ศรีลังกามียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 1,182 ราย เสียชีวิต 10 ราย และรักษาหาย 695 ราย

‘สวีเดน’ ชี้ระบบการดูแลผู้สูงอายุมีปัญหามานาน ก่อน COVID-19 ระบาด

ประกาศจากถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ระบุว่าท่ามกลางคำวิพากษ์วิจารณ์ในมาตรการของสวีเดนต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สวีเดนมีจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นผู้สูงอายุในบ้านพักคนชราจำนวนมาก Anders Tegnell นักระบาดวิทยาแห่งรัฐ สาธารณสุขสวีเดน กล่าวว่า การที่สวีเดนมีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ในสวีเดนเป็นผู้สูงอายุจำนวนมากนั้นเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ตนไม่เชื่อว่า การล็อคดาวน์จะทำให้สถานกาณ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากปัญหาของระบบการดูแลผู้สูงอายุซึ่งเป็นประเด็นที่มีมานานแล้วก่อนหน้าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะเกิดขึ้น และอยู่ระหว่างการรอปฏิรูป

ล่าสุด ผลสำรวจจากการส่งแบบสอบถามไปยังบ้านพักคนชราในเขตสตอกโฮห์ม และเขตโซเดอร์แมนแลนด์ ซึ่งเป็น 2 เขตที่มีจานวนผ้เูสียชีวิตในบ้านพกัคนชราสูงที่สุดของสวีเดน พบวา่1ใน4ของบ้านพักคนชราทั้งหมดมีปัญหาแยกคนชราที่เป็นโรคความจำเสื่อมออกจากคนชราทั่วไปในบ้านพัก เนื่องจากคนชรากลุ่มดังกล่าว มักจะต้องการออกมานอกห้องพักของตนเอง และต้องการใกล้ชิดกับผู้อื่นโดยไม่ตระหนักถึงสถานการณ์แพร่ระบาดในปัจจุบัน เนื่องจากความจำเสื่อม จึงมีความจำเป็นที่จะต้องแยกทั้งคนชราที่เป็นโรคความจำเสื่อมและผู้ดูแลคนชรากลุ่มดังกล่าวออกจากกลุ่มอื่นๆ อย่างชัดเจนเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด

ส่วนในกรณีที่สวีเดนมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบนอร์ดิก Tegnell เห็นว่า ก็เป็นสถานการณ์ที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดี สถานการณ์ของโรคอุบัติใหม่นี้ในสวีเดนก็ดีขึ้นโดยเฉพาะอัตราแพร่ระบาดในเขตสตอกโฮล์มที่ลดลง พร้อมกล่าวว่า สิ่งที่สวีเดนต้องทำตอนนี้คือการป้องกันไม่ให้เขตอื่นๆ นอกสตอกโฮล์มมีอัตราการแพร่ระบาดที่สูงขึ้น

สถิติ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม สวีเดน มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 33,843 ราย เสียชีวิต 4,029 ราย และรักษาหาย 4,971 ราย

แม้ ‘แอฟริกาใต้’ จะลดระดับการปิดเมือง
แต่ยังห้ามจำหน่ายบุหรี่

ประกาศจาก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย รายงานว่าประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ประกาศผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองลงจากระดับ 4 เป็นระดับ 3 ทั่วประเทศ ตั้งเเต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป แต่ในพื้นที่ที่มีอัตราการติดเชื้อสูง จะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สำคัญและต้องจับตามองเป็นพิเศษ โดยรัฐบาลจะมีเเนวทางการจัดการสถานการณ์ที่เเตกต่างไป อาทิ เขต Tshwane (กรุงพริทอเรีย) นครโจฮันเนสเบิร์ก เเละหลายพื้นที่ในมลรัฐ Western Cape ซึ่งรวมถึงเมืองเคปทาวน์ซึ่งมีอัตราติดเชื้อสูงสุด

ภายใต้มาตรการปิดเมืองระดับ 3 หน่วยงานราชการจะกลับมาให้บริการตามปกติ ธุรกิจ และการค้าหลายประเภทสามารถดำเนินการได้ ยกเว้นประเภทที่ยังประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง อาทิ ร้านอาหาร (ยกเว้น บริการเดลิเวอรี่เเละซื้อกลับบ้าน สามารถทำได้) สถานบันเทิง ธุรกิจเสริมความงาม ร้านตัดผม สถานออกกำลังกาย สถานที่ทำงานต้องมีเเนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการเเพร่ระบาดที่ชัดเจน มีการคัดกรอง เเละอุปกรณ์ป้องกันรองรับ แต่เตือนว่าลูกจ้างที่อายุเกินกว่า 60 ปีขึ้นไป หรือ ผู้มีโรคประจำตัว/ โรคเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงการกลับไปปฏิบัติงาน

ขณะที่ ประชาชนสามารถออกกำลังกายในที่เเจ้งได้( ที่ไม่ใช่การออกกำลังกายแบบกลุ่ม) โดยไม่จำกัดเวลา อย่างไรก็ตามศูนย์กีฬา เเหล่งวัฒนธรรม ยังคงปิดบริการ ส่วนการรวมกลุ่มชุมนุมยังไม่สามารถทำได้ ยกเว้นพิธีศพที่มีผู้ร่วมไม่เกิน 50 คน

ด้านการเดินทาง โดยเฉพาะทางอากาศภายในประเทศจะเริ่มทยอยกลับมาให้บริการ เเต่จำกัด เเละยังคงปิดพรมเเดนระหว่างประเทศ ยกเว้นการขนส่งสินค้า เเละการอพยพกลับของพลเมือง ขณะเดียวกันรัฐบาลอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ได้ในวันเเละเวลาจำกัด เพื่อการบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังห้ามจำหน่ายบุหรี่ต่อไป ขณะที่ Soweto Business Access (SBA) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่เสียที เนื่องจากมาตรการนี้นอกจากจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากภาษี และสินค้าในตลาดมืดราคาสูงขึ้นหลายเท่าแล้ว จะยิ่งส่งผลทำให้้เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 มากกว่าเดิม เพราะเมื่อบุหรี่ขาดแคลน ยิ่งทำให้เกิดการสูบบุหรี่มวนเดียวกันมากขึ้น มิหนำซ้ำยังส่งเสริมให้ทำผิดกฎ Social Distancing เพราะสิงห์อมควันจะต้องยืนใกล้ชิดกันขณะสูบบุหรี่ร่วมกันด้วย

สำหรับโรงเรียนเเละสถาบันอุดมศึกษาจะทยอยกลับมาเปิดการเรียนการสอนตั้งเเต่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป และนอกจากนี้ รัฐบาลจะหารือเพิ่มเติมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในกิจกรรม และธุรกิจบางสาขาเพื่อหาข้อสรุปถึงเเนวทางผ่อนปรนต่อไป เช่น กิจกรรมทางศาสนา ธุรกิจท่องเที่ยว ภาคบริการ เเละจะทบทวนการปรับระดับมาตรการปิดเมือง ทุก 2 สัปดาห์

สถิติ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม แอฟริกาใต้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 22,583 ราย เสียชีวิต 429 ราย และรักษาหาย 11,100 ราย