แม้ว่าจะเป็นการ “มองผ่านแว่นอเมริกา” ทว่า Series ชุด History 101 มีความน่าสนใจมาก
การตั้งชื่ออะไรก็ตามว่า “101” ความหมายก็คือ การเลียนแบบหนังสือเรียน “วิชาพื้นฐาน”
ที่ต้องเริ่มด้วยรหัส “101” ก่อนจะไป “102” และเลขรหัสที่มากขึ้นตามความยากของเนื้อหา และชั้นปี
History 101 เป็น Series ของ Netflix ที่เพิ่งนำออกฉายเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ

ใน “Season แรก” ที่เพิ่งออกอากาศไป มีทั้งสิ้น 10 ตอน ตอนละประมาณ 20 นาที เนื้อหามีดังนี้ครับ
- 1. ฟาสต์ฟู้ด
- 2. การแข่งขันพิชิตอวกาศ
- 3. จีนผงาด
- 4. พลาสติก
- 5. น้ำมัน และภูมิภาคตะวันออกกลาง
- 6. หุ่นยนต์
- 7. สตรีนิยม
- 8. พลังงานนิวเคลียร์
- 9. เอดส์
- 10. พันธุศาสตร์
หากดูจาก “ชื่อตอน” จะเห็นได้ว่า ทุกบท “เป็นเรื่องพื้นๆ” สำหรับคนที่ติดตามประวัติศาสตร์ หรืออ่านข่าวสารมาอย่างยาวนาน
ทว่า จุดเด่นของ Series ชุด History 101 ก็คือ ลีลาการเล่าเรื่องที่กระชับ ฉับไว ได้ใจความ
คือเป็น “ความกระชับ” ที่อัดแน่นด้วย “ข้อมูลที่ต้องรู้” อย่างครบถ้วน
ผนวกกับ “ลูกเล่นการตัดต่อ” ที่ฉับไว ทำให้การดูสารคดี เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ เหมือนสารคดีจำนวนมาก
และที่สำคัญก็คือ “ความสั้น” เพียง 20 นาที แต่ “ได้ในความ” ครบถ้วน ซึ่งหมายถึงการนำเสนอ “องค์ความรู้พื้นฐาน” เท่าที่ควรรู้ในประเด็นนั้นๆ
ผมคิดว่า “ตัวชูโรง” หนึ่ง ของ Series ชุด History 101 ก็คือ Infographics ครับ!
การนำเสนอ Infographics ของ History 101 จะว่าไป ก็เป็นลีลาเดียวกันกับ An Inconvenient Truth ที่โด่งดังจาก การทำ Infographics
แน่นอนว่า “ประเด็นโลกร้อน” คือ Theme หลักของ An Inconvenient Truth แต่จะว่าไป การดูสารคดีที่ไม่น่าเบื่อ ต้องประกอบสร้างจาก “ลูกเล่นที่แพรวพราว”
การที่ An Inconvenient Truth ประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นภาพยนตร์สารคดีหมายเลข 1 ของโลกยุคนี้
เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการจุดประเด็น “โลกร้อน” กับแง่มุมการนำเสนอผ่าน Infographics
ที่เป็นการ “นำข้อมูลจำนวนมาก” มาย่อย และ “จัดเรียงใหม่” ให้ “ดูง่าย” ผ่าน Graph หลากหลายชนิด
ใช้ “ตัวหนังสือ” และ “ตัวเลข” ขนาดใหญ่ ใช้ 1 ภาพ ต่อ 1 หน้าจอ หรือ 1 ประเด็น ทำให้ข้อมูลที่นำเสนอ “ไม่ดูรก”
หลักการนี้ คุ้นๆ มั้ยครับ
ใช่แล้วครับ ผมเคยเขียน “กลวิธีการนำเสนอ” แบบนี้มาแล้ว ใน SALIKA ของเราแห่งนี้
ชื่อตอนว่า “พรี “เซน” เตชั่น นำเสนอ PowerPoint “เรียบง่าย” แต่ “ทรงพลัง”
ที่ผมนำแนวคิดมาจากหนังสือ Presentation Zen Design ของ Garr Reynolds อีกเล่มหนึ่งก็คือ slide:ology ผลงานการเขียนของ Nancy Duarte

และก็เป็น Nancy Duarte คนนี้นี่เอง ที่เป็นผู้สร้างสรรค์งานนำเสนอแก่ภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Truth
Nancy Duarte คือคนที่คิด “วิธีเรียงลำดับ” การนำเสนอข้อมูลในฉากต่างๆ ของ An Inconvenient Truth
คือเป็นการ “นำข้อมูลจำนวนมาก” มาย่อย และ “จัดเรียงใหม่” ให้ “ดูง่าย” ผ่าน Graph หลากหลายชนิด
ใช้ “ตัวหนังสือ และ “ตัวเลข” ขนาดใหญ่ ใช้ 1 ภาพ ต่อ 1 หน้าจอ หรือ 1 ประเด็น ทำให้ข้อมูลที่นำเสนอ “ไม่ดูรก”
กฎมีข้อเดียวคือ “การนำเสนอ” นั้น “ต้องเรียบง่าย!”
โดยใช้ “สีอ่อน” เป็น “สีพื้น”
ส่วน “ตัวอักษร” ต้องใช้ “สีเข้ม” และ “ขนาดตัวอักษร” ต้อง “ใหญ่พอ” สำหรับการ “มองเห็นได้ครบ” และ “อ่านได้เข้าใจในครั้งเดียว”
“ข้อความ” ต้องตรงประเด็น ใช้จำนวนหน้าเท่าที่จำเป็น เพราะการ “มีหน้าเยอะ” ไม่ได้แปลว่าเก่ง
“การสื่อความหมาย” ให้ผู้ชม “รู้เรื่อง” ต่างหากคือ “หัวใจ” ของ Infographics
Infographics หนึ่งหน้า ใช้รูปหนึ่งรูป นี่คือสิ่งสำคัญครับ!

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีอยู่ใน Series ชุด History 101 ของ Netflix ทั้ง 10 ตอน ใน Season แรก
ที่นอกจากจะ “เดินรอยตาม” An Inconvenient Truth ทุกฝีก้าวแล้ว “ความยาว” ที่หลายคนเคยมองว่าเป็น “ปัญหา” ของ An Inconvenient Truth
ได้ถูกขจัดปัดเป่าไปเสียหมดสิ้นใน History 101
ดังนั้น เราจึงได้เห็น ลีลาการเล่าเรื่องที่กระชับ ฉับไว ได้ใจความ
คือเป็น “ความกระชับ” ที่อัดแน่นด้วย “ข้อมูลที่ต้องรู้” อย่างครบถ้วน
ผนวกกับ “ลูกเล่นการตัดต่อ” ที่ฉับไว ทำให้การดูสารคดี เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ เหมือนสารคดีจำนวนมาก
และที่สำคัญก็คือ “ความสั้น” เพียง 20 นาที แต่ “ได้ใจความ” ครบถ้วน ซึ่งหมายถึงการนำเสนอ “องค์ความรู้พื้นฐาน” เท่าที่ควรรู้ในประเด็นนั้นๆ
และผมคิดว่า “ตัวชูโรง” หนึ่ง ของ Series ชุด History 101 ก็คือ Infographics นั่นเองครับ!













