สมานแผลท่องเที่ยว Travel Bubbles เยียวยาอุตสาหกรรมทัวร์

อันที่จริงแนวคิด Travel Bubbles ไม่ใช่เรื่องใหม่ในยุค COVID นะครับ

เพราะนอกจาก Travel Bubbles แล้ว ยังมีศัพท์ที่ใช้แทนนัยเดียวกันมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Green Zones, Air Bridges หรือ Green Lanes
ในแวดวงทัวร์แล้ว Travel Bubbles หมายถึง “ระเบียงท่องเที่ยว” ครับ
เป็น Trend การทัวร์ระหว่างประเทศในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะในยุค COVID
ที่หลายชาติประกาศปิดประเทศ ปิดน่านฟ้า ปิดสนามบินนานาชาติ ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทรุดหนักทั่วทุกมุมโลก
ที่มีการคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้หายไปมากถึง 80% และผู้คนในอุตสาหกรรมทัวร์ตกงานอย่างน้อย 100 ล้านคน!
การเกิดขึ้นของ Travel Bubbles คือรูปแบบการเดินทางระหว่าง “ประเทศที่มีความปลอดภัยจากภัย COVID” อย่างน้อยก็ในช่วงนี้
อาทิ ไทยเราเอง ที่มาตรการคลาย Lockdown ระยะที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา การผ่อนปรนให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้
หรือ จีน ที่อนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวกันภายในประเทศมาเกือบเดือนแล้ว
ส่วนมาตรการ Travel Bubbles ซึ่งโด่งดังที่สุด ก็เห็นจะเป็นการประสานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มประเทศบอลติก อันประกอบไปด้วย เอสโตเนีย, ลัตเวีย และลิทัวเนีย
ที่ประกาศให้ประชาชนจาก 3 ประเทศดังกล่าว สามารถท่องเที่ยวได้อย่างครอบคลุม
ตามมาด้วย กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ไม่ว่าจะเป็น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ ก็ให้ความสนใจนโยบาย Travel Bubbles
ล่าสุดญี่ปุ่น แถลงนโยบายคลายล็อคการท่องเที่ยวแล้วเช่นกัน
และจะตามมาติดๆ ด้วย แคนาดา สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน เวียดนาม และเกาหลีใต้
โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ที่ได้ลงนาม Travel Bubbles กับจีน เพื่อเปิดให้นักธุรกิจสามารถเดินทางระหว่างเกาหลีใต้กับ 10 ภูมิภาคของจีนได้อย่างสะดวก
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ กำลังเร่งดำเนินการเจรจา Travel Bubbles กับเวียดนาม ฮังการี โปแลนด์ และคูเวต
รวมถึง การทำ Travel Bubbles ระหว่าง สิงคโปร์ ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์อีกด้วยครับ!

สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเอเชีย-แปซิฟิก (PATA) เผยว่า ขณะนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 60% มีแผนท่องเที่ยวในปีนี้ โดย 35% เลือกไปยังประเทศที่สามารถควบคุม COVID ได้ดี
โดยเฉพาะไทยครับ!
นอกจากไทย นักท่องเที่ยวจีน ยังเล็งไปที่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มัลดีฟ และยุโรป อีกด้วย
Dr. Mario Hardy CEO ของ PATA เผยว่า ขณะนี้ เวียดนาม กับไทย ก็กำลังเปิดจรจาเพื่อทำ “ระเบียงท่องเที่ยว” หรือ Travel Bubbles ภายใน 2 เดือนนี้
นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่า สมาคมท่องเที่ยวทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ ก็กำลังจะทำข้อตกลง Travel Bubbles เช่นกัน
การเกิดขึ้นของ Travel Bubbles ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญคือ เมื่อเกิดการจับคู่ ระหว่างประเทศเพื่อทำ “ระเบียงท่องเที่ยว” ขึ้น
จะต้องพิจารณาข้อควรระวังดังนี้ครับ
  • อย่างน้อย ประเทศควรอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน
  • ชาติที่จะทำ “ระเบียงท่องเที่ยว” จะต้องมีความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID ได้
  • มีสถิติสาธารณสุขเกี่ยวกับ COVID ที่น่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ
อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ Travel Bubble ยังถือเป็นแนวคิดที่ใหม่มากสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับสากล
มีความกังวลจากหน่วยงานด้านการสาธารณสุขว่า Travel Bubble อาจก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยง เพราะหกถ้าประเทศใดประเทศหนึ่ง มีการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 หรือ 3
“ระเบียงท่องเที่ยว” ก็อาจต้องปิดตัวลง!
และคราวนี้ มาตรการอะไรก็คงจะมาเยียวยาได้ยากครับ!
แต่ก่อนจะถึงวันนั้น Travel Bubble น่าจะเป็นความหวังใหม่ของใครหลายคน
ที่คาดหวังให้ “ระเบียงท่องเที่ยว” เป็น “ยาสมานแผล” การท่องเที่ยว โดยใช้โมเดล Travel Bubbles เข้ามาช่วยเยียวยาอุตสาหกรรมทัวร์ครับ!

เผยความพร้อมและไม่พร้อมอันเกิดจากการตอบสนองต่อโควิด-19

ทำไม Work from Home และ e-Learning แบบไทยไทย จึงไม่เจริญ?

“ความรู้คู่ความสุข” เปิดใจ “คุณแม่ Homeschool” ครอบครัว “นักเขียนดัง” ปลดล็อคเพื่อ “ความสุขลูก”

Next Normal อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ค่ายยักษ์ จับหนังใหม่ใส่ Streaming มองข้าม Shot ยุคหลัง COVID-19