ผ่าวิชั่น “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” กลยุทธ์ขับเคลื่อน ปตท. หลังโควิด-19

การบริหารธุรกิจแสนล้านอย่าง ปตท. ถือเป็นงานยากและท้าท้ายอย่างยิ่งสำหรับ ‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ ที่ก้าวเข้ามารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คนที่ 10 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา

เป็นการเข้ามารับตำแหน่งในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อวิกฤตน้ำมันและการลงทุนกระทั่งต้องปรับแผนงานใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
นั่นทำให้ภารกิจที่ยากอยู่แล้ว ยากยิ่งขึ้นไปอีก การแสดงวิสัยทัศน์ PTT by PTT เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 63 จึงเป็นเวทีที่ถูกจับตามองว่าก้าวย่างต่อไปของ ปตท. จะเป็นเช่นใด

มุมมองต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

ซีอีโอป้ายแดง ปตท. ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคม ธุรกิจ พฤติกรรมของผู้บริโภค สู่บริบทใหม่หรือ new normal ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่งของประเทศไทย รวมถึง กลุ่ม ปตท. ด้วย ดังนั้น ภารกิจ ปตท. จะต้องรักษาความเข้มแข็งของธุรกิจหลักและสร้างธุรกิจใหม่แทนที่การเติบโตในรูปแบบเดิม โดยมุ่งหวังที่จะให้กลุ่ม ปตท. เป็นองค์กรด้านพลังงานของประเทศ และเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ทุกภาคส่วน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พร้อมพัฒนาสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ตามแนวคิดที่เรียกว่า PTT หรือ Powering Thailand’s Transformation

จุดเด่นของกลยุทธ์ PTT

กลยุทธ์นี้เป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในผสานด้วยการเปิดกว้างทางความคิด ด้วยการรับบริบทจากภายนอก (inside-out & outside-in) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย เป็นการนำกลยุทธ์ PTT มาร่วมกับแนวคิด PTT ที่เราเรียกว่า “PTT by PTT” ประกอบด้วย
P artnership and Platform เน้นการดำเนินธุรกิจด้วยการสร้างพันธมิตรและพัฒนาธุรกิจของ ปตท. ให้มีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มมากกว่าเป็นแค่ผู้ผลิตสินค้าและจำหน่าย โดย ปตท. จะดึงดูดพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับทั้งรัฐวิสาหกิจ เอกชน ผู้ประกอบการไทย และ SMEs ในการขับเคลื่อนคุณค่าจากมือพันธมิตรสู่มือผู้บริโภค เป็นการร่วมกันสร้าง New business model และ New ecosystem
T echnology for All เทคโนโลยีที่เกิดจากการผสมผสานด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม และดิจิทัล โดยจะใช้ในทุกมิติของกระบวนการดำเนินงาน ทั้งการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ และใช้บริหารจัดการองค์กร รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่ภายนอก เป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม
T ransparency and Sustainability สร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ เน้นให้พนักงานผู้ปฏิบัติมีความเข้าใจเรื่องการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การประเมินความเสี่ยงอย่างเหมาะสม (Governance, Risk และ Compliance หรือ GRC) พร้อมกับพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืนทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การขับเคลื่อน ปตท. หลังโควิด-19

นอกจากแนวคิดกลยุทธ์ PTT by PTT แล้ว เพื่อเป็นการรองรับวิกฤตและลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงเวลานี้ กลุ่ม ปตท. ได้นำแนวคิด 4R’s มาประยุกต์ใช้บริหารจัดการ เริ่มตั้งแต่ Resilience สร้างความยืดหยุ่นพร้อมดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สร้างความปลอดภัยให้พนักงาน ประเมินสุขภาพองค์กร ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น จัดความสำคัญของโครงการลงทุน ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และรักษาสภาพคล่อง Restart เตรียมความพร้อมในการนำธุรกิจ พนักงาน ลูกค้าและคู่ค้า กลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุดและรักษาความสามารถทางการแข่งขัน Re-imagination ในขณะเดียวกันต้องเตรียมออกแบบธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดเป็น Next normal ทั้งธุรกิจเดิม New S-Curve และ Reform พร้อมปฏิรูป จัดโครงสร้างองค์กรและธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางในอนาคต และพร้อมรองรับทุกสถานการณ์อันไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้อีกทุกเมื่อ

โควิด-19 สร้างผลกระทบกับ ปตท. อย่างไร

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ปตท. ยังได้ควบคุมค่าใช้จ่ายตามนโยบาย “ลด ละ เลื่อน” กันอย่างจริงจัง โดยลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ช่วยกันบริหารจัดการการทำธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ บริหารความเสี่ยงด้านราคา อุปสงค์ อุปทาน สินค้าคงคลัง รวมถึงบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและงบประมาณองค์กรเพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ในส่วนของการร่วมพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของคนไทยนั้น ปตท. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยยกระดับการทำงานผ่านกลยุทธ์ PTT เช่นเดียวกัน ซึ่งจะให้ความสำคัญกับพันธมิตร ผู้มีส่วนได้เสีย และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. ให้ร่วมกันใช้ความเชี่ยวชาญ นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป
วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีนับจากนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับซีอีโอคนใหม่ในการนำพา ปตท. และบริษัทในกลุ่มให้เติบโตอย่างเข้มแข็งในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ