รีวิว แพลตฟอร์ม ‘นวัตกรรมเพื่อสังคม’ ผลพลอยได้จากการช่วยเหลือกันในวิกฤต สร้างรายได้ให้คนในสังคมอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา สังคมไทยทุกภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า แต่ในยามยากแบบนี้นี่เอง ที่เรามักจะได้เห็นน้ำใจที่ต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับคนในสังคม โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม ถูกใช้เป็นทางออกหรือทางรอดของทุกปัญหา นวัตกรรมเพื่อสังคม รูปแบบใหม่จึงเกิดขึ้นมากมาย ทว่า เมื่อวิกฤตคลี่คลายไป ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่านวัตกรรมเหล่านี้จะยังสามารถนำไปต่อยอดสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคนในสังคมได้อย่างยั่งยืนต่อไปไหม เป็นสิ่งที่ต้องไปหาคำตอบกัน


หลักการสร้าง นวัตกรรมเพื่อสังคม ที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้ผู้คนในสังคมได้อย่างยั่งยืน ควรเป็นอย่างไร

“คำว่านวัตกรรม คนมักนึกถึงการคิดหรือประดิษฐ์อะไรใหม่ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่การจะแก้ไขปัญหาและพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศได้อย่างแท้จริง ขึ้นอยู่กับการจัดองค์กรและการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมอยู่มาก ดังนั้น คำว่านวัตกรรมสังคม จึงสำคัญไม่น้อยไปกว่านวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

คำอธิบายที่ รศ.วิทยากร เชียงกูล อาจารย์พิเศษ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เคยกล่าวไว้เมื่อปี 2556 ช่วยทำให้เราได้เห็นภาพบทบาทของ นวัตกรรมเพื่อสังคม ที่มีความสำคัญไปไม่น้อยกว่า นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ยิ่งพอมาในยุคนี้ เมื่อ แนวคิดการแก้ปัญหาทางสังคมที่ถือเป็นแนวคิดทางนวัตกรรม ได้ถูกนำมาบูรณาการเข้ากับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วยแล้ว ก็ยิ่งก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อสังคมได้มากเป็นเท่าทวีคูณ
ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้เกิดแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ๆขึ้นมากมาย ทั้งในรูปแบบของเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ไปจนถึง โซเชียลมีเดีย ต่างๆ ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงคนขายกับคนซื้อเข้าด้วยกัน
ส่วน นวัตกรรมทางสังคม ที่ดี ควรต้องประกอบด้วยองค์ประกอบอะไรบ้างนั้น Facebook ของ NIA : National Innovation Agency, Thailand ให้คำตอบไว้ว่า

“นวัตกรรมเพื่อสังคม ต้องประกอบไปด้วย “กลไกสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อสังคม” ที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลไกพัฒนาโจทย์สังคม แผนธุรกิจเพื่อสังคม ที่ช่วยสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาทางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการจัดการเชื่อมโยงองค์ความรู้ รวมถึงพัฒนาแนวคิดสู่ต้นแบบ หรือโครงการนำร่องเพื่อทดลอง และปรับปรุงในการจัดตั้งธุรกิจ หรือแม้แต่กลไกสำหรับผู้ประกอบการ ที่สามารถแปลงเทคโนโลยีเป็นทุน เป็นต้น”


เรียนรู้จากต้นแบบ นวัตกรรมเพื่อสังคม เกิดใหม่ ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 พร้อมต่อยอดสู่ช่องทางที่ยั่งยืน

เพื่อให้เห็นภาพและตอกย้ำว่าในห้วงเวลาแห่งวิกฤตนี่เอง ที่ก่อให้เกิด นวัตกรรมเพื่อสังคม มากมายหลายรูปแบบ ที่มีส่วนคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนได้จริง ขอยกตัวอย่างแพลตฟอร์มออนไลน์หลากรูปแบบ ซึ่งทางรายการ โควิด-19 สู้ไปด้วยกัน ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส ในหัวข้อ นวัตกรรมสังคม New Normal เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 63 ได้หยิบยกมาบอกเล่า โดยเริ่มจากการสำรวจ นวัตกรรมเพื่อสังคม เกิดใหม่ ในช่วงวิกฤตโควิด-19 กันก่อน

  • LINE : audnunkan “อุดหนุนกัน”
ผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบในตลาดสันติสุขและตลาดกิมหยง จ.สงขลา ได้จับมือกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดแพลตฟอร์มกรุ๊ปไลน์ เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบในตลาด ในชื่อ LINE : audnunkan “อุดหนุนกัน” โดยในช่วงเริ่มต้นได้เชิญชวนผู้ประกอบการในทั้ง 2 ตลาด เข้าร่วมกรุ๊ปไลน์ที่ตั้งขึ้นใหม่นี้
จากนั้น ก็ให้พื้นที่ในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นสินค้าที่วางขายที่ตลาดทั้งสองแห่งนี้ ด้วยการเชื่อมความต้องการซื้อและความต้องการขายสินค้าเหล่านี้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยมีกฎเกณฑ์ที่ผู้เข้าร่วมกรุ๊ปนี้อยู่ในหลัก 5ส.
สะดวก ต้นหาสินค้าได้ตามหมวดหมู่ สบายใจ ผู้ขายทุกคนผ่านการลงทะเบียน มีตัวตนจริง 100 เปอร์เซ็นต์ สบายกระเป๋า มีโปรโมชันสุดพิเศษ เฉพาะสมาชิก “อุดหนุนกัน” เท่านั้น สะอาดตา ไม่มีข้อความเสนอขายเยอะแยะกวนใจเหมือนห้องซื้อขายทั่วไป สนับสนุน สามารถเลือกอุดหนุนได้ตามรายชื่อของชุมชนที่ต้องการ ไปจนถึงการเปิดกว้างอุดหนุนจากชุมชนทั่วประเทศ

  • Facebook : ตลาดนัดองค์กรชุมชน
เพจ “ตลาดนัดองค์กรชุมชน” เปิดขึ้นด้วยจุดประสงค์ในการขายสินค้าทางออนไลน์ เพื่อช่วยพี่น้ององค์กรชุมชนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นผู้ริเริ่มออกไอเดียให้จัดทำเพจนี้ขึ้น โดยจะรับสินค้าจากสมาชิกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ทั้งประเทศ เริ่มตั้งแต่การขายอาหารทะเลแปรรูป สะตอ น้ำผึ้ง รวงผึ้ง ไปจนถึงสินค้าชุมชนอย่างชะลอม
เรียกว่า ขายทุกอย่างที่ชุมชนมี ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นช่องทางช่วยระบายสินค้า แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่จะเสียไปในการหาช่องทางตลาดของทุกองค์กรชุมชนและวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศในช่วงเวลาวิกฤตนี้

เกาะกระแสธุรกิจดิลิเวอรี่ สร้างแพลตฟอร์มโลคอล ช่วยคนในชุมชน

  • แพลตฟอร์ม โควิดไรเดอร์
แพลตฟอร์มที่รวบรวมคนจากหลากหลายสาขาอาชีพมาบริการวิ่งเหมาส่งอาหารในกรุงเทพฯ ที่ไม่ต้องการพึ่งพาแพลตฟอร์มส่งอาหารต่างชาติที่คิดราคาแพง ก่อตั้งโดยเจ้าของร้านกาแฟที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ธนกร ดำรงวิริยาเวทย์ ผู้ก่อตั้ง โควิด ไรเดอร์ ซึ่งกล่าวถึงประเด็นที่ทำให้เกิดแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมาว่า

“ที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม โควิด ไรเดอร์ มีส่วนช่วยประคับประคองทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารเองและตัวไรเดอร์ หรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งอาหาร ที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับเงินค่าอาหาร และ ค่าส่ง แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่โดนหักค่าหัวคิวอย่างที่แพลตฟอร์มดิลิเวอรี่ต่างชาติทำอยู่ในตอนนี้”

โดยหลักเกณฑ์การคิดค่าส่งอาหารจะไม่ได้คิดตามระยะทาง แต่คิดตามอัตราเหมาจ่าย จุดละ 75 บาท แต่ในเบื้องต้นจะมีการคิด ค่าเปิดโซน 120 บาท ครอบคลุมระยะการส่ง 15 กิโลเมตร ในการสื่อสารนัดหมายมารับของ ทางแอดมิน จะแจ้งผ่านไลน์ พร้อมแจ้งพิกัดต้นทางและปลายทาง
ฟีดแบกจากไรเดอร์ผู้ขับขี่ของ โควิดไรเดอร์ ก็ทีความพึงพอใจ โดยเล่าว่า วันนึ่งพวกเขาได้เงินค่าส่งอย่างน้อยก็ 500 บาท ตีไปเดือนหนึ่งก็ประมาณ 15,000 บาท ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัวได้แบบพอกินพอใช้

ด้านเจ้าของร้านอาหาร ได้แชร์ให้ฟังถึงปัญหาการโดนหักค่า GP จากแพลตฟอร์มต่างชาติประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ต่อการสั่งหนึ่งครั้ง ซึ่งในระยะยาวเขารู้สึกว่าไม่โอเค แต่พอมาใช้บริการ โควิดไรเดอร์ จะเสียค่าบริการแค่ 10 เปอร์เซ็นต์จากราคาอาหารที่จะได้เท่านั้น
  • แพลตฟอร์มดิลิเวอรี่อาหาร ไดโน เดลิเวอรี่ @ ขอนแก่น
แพลตฟอร์มส่งอาหารของจังหวัดขอนแก่น ที่เปิดมา 2 ปีแล้ว แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ขึ้น ก็ได้ขยายทีมงานมาดูแลไรเดอร์และร้านค้าริมทาง รถเข็น หรือผู้ประกอบอาหารที่ไม่มีหน้าร้านขึ้น โดยลงทะเบียนกันมามากถึง 1,000 กว่าร้านค้า และจนถึงตอนนี้เปิดออนไลน์ไปแล้วกว่า 400 ร้านค้า
ที่ผ่านมา ได้แบ่งประเภทอาหารออกเป็น สตรีทฟู้ด อาหารตามสั่ง และเครื่องดื่ม ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นร้านค้าริมทาง รถเข็น หรือร้านที่มีหน้าร้านแต่ไม่มีแอร์ ไปจนถึงกลุ่มที่ทำอาหารที่บ้านและต้องการทำเพื่อจำหน่าย แต่ไม่มีหน้าร้าน

โดยอัตราค่าบริการที่ทางแพลตฟอร์มนี้หักจากค่าอาหารที่ร้านจะได้คือ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางร้านค้าที่เข้าร่วมก็ตอบรับมาว่ารับได้กับอัตรานี้ ด้านไรเดอร์ ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ส่งอาหาร จะได้รับค่าจ้างวันละ 320 บาท และมีส่วนแบ่งจากการวิ่งแต่ละเที่ยวก็คิดตามระยะทาง
นอกจากนั้น ทางไดโน ดิลิเวอรี่ ยังได้ผุดโปรเจกต์ใหม่ในช่วงวิกฤตโควิดนี้ คือการไปจับมือกับกลุ่มเกษตรกผู้ปลูกผัก ผลไม้ ที่สามารถส่งแบรนด์ของเขาเข้ามาขายในช่องทางของไดโนฯได้

ด้าน ชัยวัฒน์ ชยพาณิชย์กุล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิสาน สตูดิโอ จำกัด ผู้ดูแลแพลตฟอร์ม ไดโน ดิลิเวอรี่ มองว่า “ในยุคที่มีการแข่งขันอย่างมากในธุรกิจดิลิเวอรี่ แบรนด์โลคอลอาจจะมีสายป่านยาว สู้ไม่ได้ก็จริง แต่ช่องทางการทำตลาดก็ยังมี โดยต้องพยายามสร้างจุดแข็งในการเข้าถึงคอนเนคชั่นพ่อค้าแม่ขายซึ่งเป็นคนในพื้นที่ นี่เป็นจุดแข็งที่แบรนด์อินเตอร์ ยังสู้ไม่ได้”
  • แพลตฟอร์มส่งอาหาร เพนกวิน เดลิเวอรี่ และ คัดสรร เดลิเวอรี่ @ ระนอง
จากความตั้งใจดีในการพัฒนาการตลาดของจังหวัดบ้านเกิด และช่วยให้นักท่องเที่ยวรู้จักร้านอาหารในจังหวัดมากขึ้น สานต่อมาสู่การพลิกวิกฤตโควิด-19 ที่ผู้คนไม่อยากออกจากบ้าน หันมาสั่งอาหารดิลิเวอรี่มากขึ้น จึงเป็นพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่จังหวัดระนอง หันมาจับธุรกิจมาแรงนี้
ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มทางสื่อโซเชียล เพื่อเป็นคนกลางให้กับลูกค้าและไรเดอร์ ผู้ขับขี่รถส่งอาหารได้เจอกัน โดยแพลตฟอร์มแรก คือ คัดสรร เดลิเวอรี่ ที่แรกเริ่มมีทีมงานเพียง 4 คน กระจายอยู่ในเขตเมือง โดยลูกค้าจะสั่งทางไลน์หรือกล่องข้อความในเฟซบุ๊กก็ได้ อัตราค่าบริการก็คิด 4 กิโลเมตรแรก 19 บาท กิโลเมตรต่อไปก็เพิ่ม 10 บาท

โดย ทวีโชค เอี่ยมโสภณ ผู้ประกอบการธุรกิจดิลิเวอรี่รุ่นใหม่ จ.ระนอง ผู้ก่อตั้ง คัดสรร เดลิเวอรี่ จะไปขออนุญาตทางร้าน ดึงรูปหน้าร้าน ถ่ายรูปร้านอาหาร อาหารเมนูต่างๆ และถ่ายรูปให้สวยเพื่อนำไปโฆษณาในเพจให้ และไม่ใช่แค่ดิลิเวอรี่อาหาร เพราะทวีโชคและเพื่อน ยังรับหน้าที่เป็นไรเดอร์รับส่งผู้โดยสาร เช่น เด็กนักเรียน ที่ทางพ่อแม่ไม่ว่างไปรับไปส่งให้กลับถึงบ้านโดยปลอดภัยด้วย
ส่วน เพนกวิน เดลิเวอรี่ เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มส่งอาหารที่ริเริ่มขึ้นโดยคนรุ่นใหม่ชาวระนองเช่นกัน ที่เล็งเห็นถึงช่องทางการสร้าง นวัตกรรมเพื่อสังคม ช่วยทั้งตนเอง ไรเดอร์ และร้านอาหาร ให้รอดจากวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
พงค์พิพัฒน์ กังวาน อีกหนึ่งผู้ประกอบการธุรกิจดิลิเวอรี่รุ่นใหม่ จ.ระนอง ผู้ก่อตั้ง เพนกวิน เดลิเวอรี่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนเริ่มเดินหน้าธุรกิจนี้ เขาได้ไปสำรวจก่อนว่า ร้านอาหารไหนที่คนระนองชอบที่จะเดินทางไปกิน หาร้านอาหารให้มากที่สุด แล้วใส่รายชื่อร้านอาหารให้เป็นตัวเลือกกับลูกค้าที่จะมาใช้บริการ
ทาง เพนกวิน เดลิเวอรี่ ไม่ได้ต้องการแค่เป็นแพลตฟอร์มสั่งอาหารเท่านั้น แต่การรวบรวมร้านอาหารก็เพื่อเอื้อกับการที่ผู้คนที่มาเที่ยวระนอง ก็สามารถเข้าไปในเพจเพื่อดูรายชื่อร้านอาหารและหน้าตาอาหาร ก่อนตัดสินใจเดินทางไปกินด้วย ซึ่งเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในบ้านเกิดของ พงค์พิพัฒน์ ได้อีกทางหนึ่ง

ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ สร้างงาน สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

  • แพลตฟอร์ม “What the Fruit?” และ “Hope Loop” นวัตกรรม #saveชาวสวน #saveคนรับจ้างรายวัน
“ให้ชาวสวนมีที่ระบายสินค้าล้นตลาด พี่วินมีงานรับส่งผลไม้ แรงงานนอกระบบในชุมชนมีงานทำประคองชีวิตรายวัน” นี่คือ นวัตกรรมที่สร้างสถานะ Win : Win : Win ให้กับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ผ่านแพลตฟอร์ม “What the Fruit?” และ “Hope Loop”
โดยนวัตกรรมนี้ไม่ได้ทำแค่เป็นสื่อกลางระหว่างเกษตรกรชาวสวนกับลูกค้าอย่างที่หลายคนคิดเท่านั้น แต่ยังเข้าไปมีบทบาทในการให้ความรู้ชาวสวนในการแปรรูปผลผลิตเพิ่มมูลค่าด้วย อย่าง การออกไอเดียให้นำเงาะสดจากชุมชน มาคว้านเมล็ด บรรจุใส่กล่องพร้อมรับประทาน และจัดส่งให้ลูกค้า เป็นต้น
นัททินี แซ่โฮ ผู้ก่อตั้ง Thrive Venture Builder เจ้าของไอเดีย “What the fruit & Hope Loop” ได้ต่อยอดแพลตฟอร์ม What the fruit กล่องส่งผลไม้ที่ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่มีผลผลิตล้นตลาด และจัดส่งกล่องผลไม้ถึงหน้าบ้านโดยพี่ๆวินมอเตอร์ไซค์แถวบ้าน มาเป็นอีกหนึ่งช่องทาง Hope Loop ที่ช่วยมาเสริมเพิ่มโอกาสให้กับหลายฝ่ายมากขึ้น
ทั้งนี้ ไอเดียที่น่าชื่นชมของ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ท่านนี้ ยังเป็นการออกแบบ กล่องผลไม้ที่บรรจุเอาผลไม้ตามฤดูกาลหลากหลายชนิดลงในกล่อง ที่ทำให้ผู้รับได้รับความรู้สึกเหมือนได้เล่นเกม ลุ้นว่าในกล่องผลไม้นั้นจะมีผลไม้อะไรบ้าง
และจากไอเดียนี้เอง ที่ต่อยอดเป็นโครงการ Hope Loop สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนที่เธออยู่ ด้วยทักษะที่ตนเองมี กับการนำผลไม้จากโครงการ What the fruit มาทำเป็น เงาะคว้านเมล็ด บรรจุกล่อง และแยมผลไม้
ทั้งนี้จากการที่ นันทินี ได้แพลตฟอร์มนี้มาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เธอได้รับรู้อย่างชัดเจนถึงบทเรียนที่วิกฤตนี้มอบให้สังคม

“ผู้คนต้องหันมาตระหนักถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม และไม่นิ่งนอนใจ ยื่นมือเข้าไปช่วยเท่าที่จะทำได้ อย่างแพลตฟอร์ม Hope Loop มันเกิดขึ้นมาจากการที่เราไม่นิ่งนอนใจ เห็นพี่วินมอเตอร์ไซค์ต้องจอดรถนิ่งเพราะไม่มีผู้โดยสาร หรือ คนในชุมชนที่เป็นลูกจ้างรายวันต้องขาดรายได้ไปในช่วงนี้ ไปจนถึง เกษตรกรชาวสวนที่ขายผลผลิตไม่ได้ เราอยากทำอะไรเพื่อช่วยเหลือคนเหล่านี้ให้เดินฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกันแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”


ที่มา : รายการ โควิด-19 สู้ไปด้วยกัน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส หัวข้อ นวัตกรรมสังคม New Normal วันที่ 4 มิ.ย. 63


มีเรื่องราวดีๆ และโอกาสดีๆเกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลาแห่งวิกฤต สร้างการเรียนรู้พร้อมนำไปปรับใช้อย่างเหมาะสม

4 ทักษะ 6 ปัจจัย ปรับ แนวคิด Digital Transformation ติดสปีดองค์กรให้ฟื้นตัวจากวิกฤตได้เร็วขึ้น

บูรณาการองค์ความรู้ด้วย ‘โซลูชันที่ Collaborate กันได้’ คือวิถี New Normal ที่เวิร์ค

เปิดกลยุทธ์สู้ไม่ถอย ของ ‘กัมพล ตันสัจจา’ พา ‘สวนนงนุช พัทยา’ ฝ่าวิกฤต พร้อมเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง