สองสตาร์ทอัพไทยที่โตได้โตดีและโดดเด่นในช่วง Work from Home

Work From Home ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน การเว้นระยะห่างทางกายภาพ การพกพาเจลแอลกอฮอล์ ผู้คนอยู่ติดบ้านมากขึ้น ประหยัดขึ้น ใช้จ่ายน้อยลง ฯลฯ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้กระเทือนต่อระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ สิ่งทอ ฯลฯ แต่ในขณะเดียวกัน มี 2 สตาร์ทอัพด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้การตอบรับเป็นอย่างดี ในช่วงที่แบรนด์อสังหาฯ ต่างบาดเจ็บจากพิษโควิด นั่นคือ ZmyHome และ 24 FIX

ZmyHome : แพลตฟอร์มที่เจ้าของขาย & ให้เช่าที่อยู่อาศัยได้เอง ไม่ต้องเกรงค่านายหน้า

ปลายปี 2019 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มเกิดภาวะฟองสบู่ ราคาคอนโดก็ลดลงมาก บวกกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสยิ่งทำให้ Demand ด้านที่อยู่อาศัยลดลงไปอีก แต่ ZmyHome (ซีมายโฮม) แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-ให้เช่าบ้านและคอนโด ที่เจ้าของสามารถประกาศขายได้เอง ซึ่งก่อตั้งในปี 2015 มีเป้าหมายชัดเจนที่จะแก้ปัญหาเรื่องความล่าช้าในการซื้อ-เช่าที่อยู่อาศัยให้แก่คนไทย เนื่องจากเว็บไซต์ที่ให้ลงประกาศซื้อ-ขายอสังหาฯ โดยทั่วไปมักตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง ต้องใช้เวลานาน และมีค่านายหน้า ZmyHome จึงโฟกัสที่จะใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วยให้เจ้าของขายบ้านหรือคอนโดได้ภายใน 3 เดือน โดยไม่มีค่านายหน้า

เมื่อเจ้าของบ้านและคอนโดสามารถประกาศขายได้เอง ลงขายด้วยราคาจริง อัปเดตข้อมูลได้ตลอด และไม่ต้องจ่ายค่านายหน้า ผู้ซื้อและผู้เช่าค้นเจออสังหาฯ ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและทันที เรียกว่ามีศักยภาพในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ-ผู้เช่า-ผู้ขาย จึงได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ KK Fund (Venture Capital จากสิงคโปร์) ในปี 2018

ZmyHome มีรายได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ การขายแพ็กเกจโฆษณา, บริการ Z Ad, บริการถ่ายภาพห้องให้สวยอย่างมืออาชีพ และบริการด้านการทำสัญญาด้วยทนาย

 

ปัจจุบัน ZmyHome มีประกาศบนเว็บร่วม 100,000 รายการ มีผู้เข้าใช้มากกว่าเดือนละ 1,000,000 ครั้ง และมียอดขาย-เช่าสำเร็จแล้ว 26,521 รายการ

ณัฐพล อัศว์วิเศษศิวะกุล
ณัฐพล อัศว์วิเศษศิวะกุล ผู้ก่อตั้งและ CEO ของสตาร์ทอัพด้านอสังหาริมทรัพย์ ZmyHome  (หนึ่งในสตาร์ตอัพที่เข้ารอบสุดท้ายของโครงการ dtac Accelerate 2015) พัฒนาระบบการตลาดเชิงรุกเรื่อยมา เช่น ช่วยให้เจ้าของที่อยู่อาศัยเห็น Users ที่กำลังต้องการซื้อ-เช่าคอนโดในพื้นที่ มีระบบส่งข้อความไปยัง Users นั้นๆ ได้ จนถึงขั้นที่ Users โทรสายตรงหาเจ้าของที่อยู่อาศัยได้เลย
เดือนเมษายนที่ผ่านมา ช่วงที่โรคโควิดยังระบาดในบ้านเรา ZmyHome ทดลองให้บริการ อยู่เย็น ธุรกิจตัวแทนอสังหาฯ (Property Agent) ซึ่งใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายตัวแทนให้ข้อมูลห้องชุดรอบ MRT พระราม 9 ข้อมูลค่าเช่า ราคาในอดีต ฯลฯ เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้เช่ามั่นใจว่า จะได้ที่อยู่อาศัยที่ดีและคุ้มค่าที่สุดบริเวณแยกพระราม 9 ปรากฏว่า มีลูกค้าติดต่อเพื่อซื้อและเช่า 100 รายภายในเดือนเดียว 
ระบบที่มีข้อมูลถูกต้องชัดเจนและความสำเร็จของ ZmyHome จึงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน โดยล่าสุดได้รับเงินลงทุนจาก Bon Angel Venture Partner (Venture Capital รายใหญ่จากเกาหลีใต้) และ KK Fund รวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 30.97 ล้านบาท) เพื่อนำไปต่อยอดแพลตฟอร์มและเร่งการเติบโตด้านการซื้อ-ขายอสังหาฯ ในประเทศไทยให้เร็วยิ่งขึ้น

24 FIX : โซลูชันส์เพื่อการซ่อม-สร้าง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับบ้าน

หลายคนเปลี่ยนบ้านหรือห้องเป็นออฟฟิศส่วนตัว คนที่เริ่มดูแลบ้านอย่างจริงจัง ทั้งการปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้รองรับการทำงานจากที่บ้านมากขึ้น มองหาช่างซ่อมสิ่งที่ชำรุดทรุดโทรมภายในบ้าน 24 FIX ผู้ให้บริการด้านการซ่อมแซมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งก่อตั้งในปี 2015 จึงเข้ามาแก้ไขปัญหา (pain point) และนำเสนอบริการได้มากขึ้นในจังหวะนี้

24 FIX หรือ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ฟิกซ์ จำกัด  ให้บริการเรียกช่างที่มีความชำนาญด้านต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มแบบ End to End Service โดยบริการทั้งด้านระบบไฟฟ้า ประปา แอร์ งานซ่อมแซมต่อเติม งานหลังคา งานเพดาน-ผนัง-พื้น งานทาสี งานเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงงานตรวจบ้านก่อนโอน ทั้งหมดนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการซ่อมแซมในประเทศไทย ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการ ‘บริการแบบเฉพาะทาง’ และตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้แบบครบวงจร
สำหรับช่างที่อยู่ในระบบของ 24 FIX ทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวบุคคล ประวัติอาชญากรรม และผ่านการทดสอบเบื้องต้นด้านฝีมือช่าง ดังนั้น นอกจากบริษัทมีทีมวิศวกรมากประสบการณ์และช่างผู้ชำนาญการคอยให้บริการ มีบริการแบบเฉพาะทาง เมื่อเกิดสถานการณ์ COVID-19 หลายคนจึงหันมาพึ่งพาบริการออนไลน์มากขึ้น 

โพสต์โดย 24 FIX เมื่อ วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2020

คณิศร มีพงษ์ // mgronline.com
ปกติแล้ว บริการของ 24 FIX จะมีช่างให้บริการแบบเข้าถึงตัวลูกค้าโดยตรง แต่ในสถานการณ์โรคระบาด ทุกคนทุกภาคส่วนต้องปรับตัวเข้าสู่ New Normal คณิศร มีพงษ์ ผู้บริหารของ 24 FIX จึงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการโดยเพิ่มบริการพ่นฆ่าเชื้อโรค และเน้นย้ำถึงการรักษาความสะอาดของพนักงานและช่างผู้ให้บริการทุกคน เพื่อแสดงถึงความผิดชอบต่อส่วนรวม 
เหตุผลที่ 24 FIX แตกต่างจากผู้ให้บริการเจ้าอื่น นอกจากเป็นการให้บริการที่เข้ากับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแล้ว ยังตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องความปลอดภัย และมีทีมผู้ให้บริการที่มากด้วยประสบการณ์ เข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างถูกต้อง ตรงจุด และเฉพาะบุคคลมากขึ้น” คณิศรกล่าว

จากผลประกอบการในปี 2019 ที่ผ่านมา 24 FIX มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเมื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง (MoM) อยู่ที่ 37% มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมกว่า 45 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร (อาทิ ราชเทวี ดินแดง วัฒนา สาทร ป้อมปราบศัตรูพ่าย คลองสาน ลาดพร้าว บางกะปิ บางนา บางซื่อ) และมีผู้ใช้บริการแล้วนับหมื่นครั้ง ปัจจุบันกำลังขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และตั้งเป้าที่จะให้ธุรกิจบริการด้านการซ่อมแซมนี้ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ในปีนี้บริษัทของเรายังคงเติบโตต่อไปในทิศทางที่คาดหวังไว้ ปัจจุบันตลาดอาจค่อนข้างชะลอตัวจากสถานการณ์ COVID-19 ไปบ้าง แต่ธุรกิจสำหรับที่อยู่อาศัยยังคงมีความสำคัญอันดับต้นๆ เพราะเป็น 1 ในปัจจัย 4 ฉะนั้น เมื่อเกิดปัญหาต้องซ่อมบำรุงที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ตลาดยังคงเติบโตอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ และเราหวังว่าแนวโน้มของตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้” 
ในฐานะที่ 24 FIX เป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่และทีมงานเองก็เป็นคนรุ่นใหม่ คณิศรกล่าวถึงการบริหารธุรกิจบริการว่า
การทำ Startup แตกต่างกับการทำธุรกิจทั่วไปตรงที่ เราต้องการการเติบโตแบบก้าวกระโดด และพัฒนาบุคลากรให้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นความท้าทายในด้านการบริหารงานและบริหารคนรุ่นใหม่เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังต้องเข้าใจธุรกิจและตลาดอย่างลึกซึ้งเพื่อพัฒนาบริษัทให้ไปถึงตามเป้าหมายที่จะพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง” 

ที่มา  :