อายุเฉลี่ยของนักฟุตบอลอาชีพ ที่สามารถโลดแล่นบทเวทีค้าแข้งระดับโลกได้นั้น ว่ากันว่า ตัวเลข 28 คือความเหมาะสมที่สุด
เป็นวัยที่สมรรถภาพร่างกายพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด อีกทั้งชั่วโมงบินที่สั่งสมประสบการณ์บนสนามหญ้ามาอย่างน้อยก็ 10 ปี
เพราะหากนับอายุที่สังเวียนแข้งอนุญาตให้นักบอลลงสนามในทีมชุดใหญ่ในระบบลีกอาชีพได้ เริ่มที่ 17 ปีขึ้นไป และไม่มีสิ้นสุด
แม้ว่า เป็นที่รู้กันในวงการฟุตบอล ว่านักเตะที่มีอายุ 33 ปีขึ้นไป หลายคนก็มักจะเริ่มปรากฏสัญญาณแห่งความโรยรามาเยี่ยมเยือน
17-18 ปี อาจถูกมองว่า “กระดูกยังอ่อน” 19-20 ก็ “เพดานบินยังต่ำ” นักบอลอายุ 21-30 คือช่วงชีวิต 10 ปี ที่จะโกยเงินโกยความสำเร็จ
และหากแตะเข้าเลข 3 ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปจนถึงราวๆ 33 ดังที่กล่าวไป อาจมีบางคน 34 35 36 ยังเล่นอยู่ หรือบางคนก็ 37-40 แต่ก็เป็นส่วนน้อย

ตัวอย่างเช่น James Milner นักเตะสารพัดประโยชน์ของสโมสร Liverpool แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษปีล่าสุด ที่ปีนี้อายุ 34 ย่าง 35 เข้าไปแล้ว
แต่ก็ดูเหมือนว่า เขายังมี “ความฟิต” ที่คาดการณ์กันว่า สามารถโลดแล่นบนทุ่งหญ้าแห่งความฝันได้ต่อไปอีกอย่างน้อยก็ปี-สองปีเลยทีเดียว

กรณีนี้มีข้อยกเว้น เช่น Claudio Pizarro แห่งสโมสรแวร์เดอร์เบรเมน แห่งศึกบุนเดสลีกาเยอรมนี ที่ปีนี้อายุปาไป 41 ปีย่าง 42 เข้าไปแล้ว
หรือจะเป็น “คิงคาซู” หรือ Kazuyoshi Miura ที่ปัจจุบันอายุมากถึง 53 ปี แต่ก็ยังคงลงโม่แข้งอยู่ในลีกอาชีพของญี่ปุ่นกับสโมสรโยโกฮามา
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะ James Milner (34 ปี) Claudio Pizarro (41 ปี) หรือ Kazuyoshi Miura (53 ปี) ทั้งหมดต้องผ่านการ “ทดสอบความฟิต”
ตามกฎของ FIFA และกฎที่ลีกสโมสรฟุตบอลอาชีพของแต่ละประเทศใช้ตาม FIFA ที่ผู้เล่นทุกคนก่อนลงสนามจะต้องผ่านการ “ทดสอบความฟิต”
นอกจากจะเป็นการยืนยันว่า สภาพร่างกายมีความสดชื่น พร้อมบรรเลงเพลงแข้งกำนัลแด่แฟนบอลที่ตีตั๋วเข้ามารับชมความสนุกในสนามแล้ว
ยังเป็นการป้องกันกล้ามเนื้อของนักกีฬาให้มีความสมบูรณ์พร้อมรองรับแรงปะทะซึ่งจะช่วยลดอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบหายใจ
เพราะมีนักฟุตบอลจำนวนไม่น้อย ที่เล่นๆ ไปมีอาการหัวใจวายตาคาสนาม เนื่องจากระบบหายใจมีปัญหา และได้ลามไปถึงระบบสูบฉีดโลหิต
อีกทั้งอวัยวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะเส้นเอ็น ข้อต่อต่างๆ รวมไปถึงกระดูก ที่ถ้า “ฟิตไม่ถึง” อาการบาดเจ็บจะมาเล่นงานได้ง่ายๆ

โดยแฟนบอลหลายคนคงได้เห็นกันมาหลายครั้ง ทั้งผ่านการถ่ายทอดสด หรือการดูในสนาม ว่าหากนักบอลคนไหน “ฟิต” ถ้าเจ็บก็จะหายได้เร็ว
เผลอๆ ปะทะกันในสนาม “เจ็บเพียงเล็กน้อย” แต่ร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อจะสามารถฟื้นฟูได้รวดเร็วมากอย่างน่าอัศจรรย์ใจในทันที
อย่างไรก็ ไม่ว่าจะแก่หรือจะหนุ่ม จะอายุ 17 หรืออายุ 53 นักบอลสามารถลงแข่งในเวทีอาชีพได้ทุกคน หากว่าผ่านการ “ทดสอบความฟิต”
แล้วการ “ทดสอบความฟิต” มีขั้นตอนอะไรบ้าง? คำถามนี้ “คาใจมานาน” หลายคนอยากรู้ ว่านักบอลพรีเมียร์ลีก “ทดสอบความฟิต” อย่างไร?
1. วิ่งวัดระยะทาง
ให้นักเตะเข้า “ทดสอบความฟิต” จำนวน 2 ชุด โดยให้ Sprint ระยะ 100 เมตร จาก “เส้นหลังประตูฟากหนึ่ง” ไปถึง “เส้นหลังประตูอีกฝั่งหนึ่ง” ภายในเวลา 4 นาที จะวิ่งกี่รอบก็ได้ แต่ต้องพัก 2 นาที เมื่อครบ 2 ชุด ให้นำระยะทางทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย โดยนักบอลพรีเมียร์ลีกจะต้องวิ่งได้เกิน 1,300 เมตรขึ้นไป

2. วิ่งวัดระยะเวลา
ให้นักเตะเข้า “ทดสอบความฟิต” จำนวน 8 ชุด โดยให้ Sprint ระยะ 100 เมตร พักชุดละ 40 วินาที ครบแล้วให้นำเวลาที่ได้มาหาเวลาเฉลี่ย โดยนักบอลพรีเมียร์ลีกจะต้องวิ่งได้ 12 วินาที ต่อ 100 เมตร
3. วิ่งวัดความอึด
ให้นักเตะเข้า “ทดสอบความฟิต” จำนวน 6 ชุด โดยให้ Sprint ระยะ 25 เมตร จาก “จุดวางกรวยยาง” ที่ตั้งระยะห่างกัน 5 เมตร ให้วิ่งจากจุด Start ไปที่กรวยแรกแล้ววิ่งกลับ-ไปกรวยที่สองแล้ววิ่งกลับอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลา 30 วินาทีต่อชุดโดยพัก 30 วินาที จนครบ 6 ชุด ครบแล้วให้นำเวลาที่ได้มาหาเวลาเฉลี่ย โดยนักบอลพรีเมียร์ลีกจะต้องวิ่งได้ระยะทางเฉลี่ย 125 เมตร
โดยส่วนตัว ตอนที่เป็นนักบอลสมัยมัธยม ผมเคยฝึกแบบนี้มาแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงการ “วิ่งลากยาง” ซึ่งโหดหินมากๆ และไม่มีทางที่จะทำได้ถึงระดับค่าเฉลี่ยของนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกตามโปรแกรม “ทดสอบความฟิต” ที่เขียนมา ต้องระดับ “นักบอลอาชีพ” เท่านั้นครับถึงจะทำได้
เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม James Milner จริงๆ ในวัย 34 ปีที่ยังผ่านการ “ทดสอบความฟิต” ได้ตลอดหลายฤดูกาลหลังกับวัยที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ยังไม่นับที่ต้องชื่นชมที่เขาอุทิศตนให้กับสโมสร Liverpool ไม่ว่าโค้ช Jürgen Klopp จะสั่งให้เขาลงเล่นตำแหน่งไหน เขาไม่เคยปฏิเสธ!












