Saturday, August 29, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.176

‘คลัง’ ปลื้ม! เปิดขายพันธบัตรดิจิทัล 1 บาท/หน่วย หมดภายใน 2 นาที

ภายหลังจากที่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงการเปิดตัววอลเล็ต สบม. (วอลเล็ตสะสมบอนด์มั่งคั่ง) เพื่อรองรับการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในรูปแบบดิจิทัลเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่พลิกรูปแบบการซื้อขายพันธบัตรไปอย่างสิ้นเชิง ช่วยให้การจำหน่ายพันธบัตรสอดคล้องกับโลกอนาคตที่ต้องการประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือ ความรวดเร็ว ความโปร่งใส และมีโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำ ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน นำร่องพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นวอลเล็ต สบม. ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ 2563 แบบไร้ใบตราสาร รุ่นอายุ 3 ปี วงเงินรวมไม่เกิน 200 ล้านบาท โดยพันธบัตรออมทรัพย์มีหน่วยลงทุนขนาดเล็กเพียงหน่วยละ 1 บาท ลงทุนขั้นต่ำ 100 บาท และเพิ่มขึ้นครั้งละ 100 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท จำหน่ายให้แก่บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออมสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ สามารถซื้อขายพันธบัตรด้วยตนเองบนวอลเล็ต สบม. ลดความยุ่งยากในการติดต่อกับตัวแทนจำหน่ายและการเก็บรักษาใบพันธบัตร ตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อให้บริการเข้าถึงมือประชาชนได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุม เมื่อเปิดจำหน่ายวันที่ 23 มิถุนายนผ่านระบบบล็อกเชนของธนาคารกรุงไทย​ จำกัด (มหาชน)​ สามารถขายได้หมดเพียง​ 2 นาทีแรก โดยเร็วๆนี้​ กระทรวงการคลังโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)จะออกพันธบัตรที่เรียกว่า GREEN Bond วงเงิน​ 2 หมื่นล้านบาทเพื่อระดมทุนในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม​

‘ทีเคเค’ ผุดหุ่นยนต์ AGV และ AMR หนุน ‘การแพทย์-อุตสาหกรรม’ ถูกกว่านำเข้าเท่าตัว

นางกัลยาณี คงสมจิตร ประธานกรรมการบริษัททีเคเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม อุปกรณ์เครื่องจักรขนาดใหญ่ และให้คำปรึกษาด้านการดูแลและซ่อมบำรุงภายใต้แนวคิด ‘Number 1 F.A. Solutions Provider in Thailand’ เปิดเผยว่า บริษัทฯเล็งเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (เมดิคอลฮับ) ของภูมิภาคอาเซียน หลังจากสามารถบริหารจัดการและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก รวมถึงมีอัตราผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตในระดับต่ำ จึงมองว่าการนำนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาแบ่งเบาภาระของทีมแพทย์และพยาบาลนั้นมีความจำเป็นและช่วยลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทฯ จึงร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) พัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ ‘AGV Hospital Cart Transport System’ ที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่บนแถบแม่เหล็กนำทางได้เองโดยไม่ต้องควบคุมสั่งการ เพื่อเป็นผู้ช่วยในการขนส่งยา อาหารและอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ สามารถสื่อสารกับคนไข้ผ่านหน้าจอของหุ่นยนต์และหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้เองด้วยระบบเซ็นเซอร์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ โดยสามารถผลิตหุ่นยนต์ได้ด้วยต้นทุนต่ำเพียงตัวละประมาณ 4 แสนบาท มีคุณภาพมาตรฐานเทียบกับหุ่นยนต์ AGV นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาอยู่ที่ตัวละ 8 แสน – 1.2 ล้านบาท   ล่าสุดได้ยกระดับการพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์แบบ  Automated Mobile Robots หรือ AMR ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม สามารถเคลื่อนที่ไปยังจุดหมายปลายทางได้โดยไม่ต้องใช้เส้นแถบแม่เหล็ก โดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สแกนเนอร์และระบบ GPS ในการกำหนดพิกัด เพียงมี Floor plan ของอาคารสถานที่และใช้ระบบ 5G เป็นตัวเชื่อมสัญญาณ ถือเทคโนโลยีและวิทยาการที่ล้ำสมัยของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบและกระบวนการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุค 4.0

กรุงเทพฯ ติดท็อป 10 จุดหมายปลายทางที่ถูกค้นหามากที่สุดใน 14 ประเทศ

มิเชล เกา ผู้จัดการประจำภูมิภาคของ Booking.com กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างมากที่ได้เห็นกรุงเทพฯ ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผู้คนทั่วโลกค้นหาและต้องการมากที่สุด โดยข้อมูลการค้นหานี้ยังชี้ให้ศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพฯว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอยู่เสมอ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ขณะนี้ผู้คนทั่วโลกกำลังเริ่มฝันถึงการท่องเที่ยวอีกครั้งและ Booking.com  ยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยสนับสนุนนักท่องเที่ยวทุกคนให้สามารถออกไปท่องเที่ยวอีกครั้งเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง” โดย Booking.com ผู้นำด้านดิจิทัลระดับโลกในการเชื่อมต่อนักท่องเที่ยวกับตัวเลือกการเข้าพักที่โดดเด่นและหลากหลายมากที่สุด ได้เปิดเผยข้อมูลน่าสนใจของจุดหมายปลายทางนานาชาติที่ถูกค้นหามากที่สุดจากผู้ใช้งาน กรุงเทพฯติดอันดับท็อป 10 จุดหมายปลายทางที่ถูกค้นหามากที่สุดใน 14 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก นอกจากนี้นักท่องเที่ยวใน 5 ประเทศและเขตการปกครองยังค้นหากรุงเทพฯมากที่สุด ส่งผลให้กรุงเทพฯกลายเป็นจุดหมายปลายทางนานาชาติที่ถูกค้นหามากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย และฮ่องกง

วีซ่าช่วย 10 ล้านร้านค้าเอเชียแปซิฟิกฟื้นตัวผ่านการค้ารูปแบบดิจิตอล

Mastercard บัตรเครดิต
วีซ่าประกาศความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือ 10 ล้านธุรกิจขนาดย่อยทั่วเอเชียแปซิฟิกเพื่อให้ร้านค้าท้องถิ่นสามารถผ่านพ้นจากวิกฤติโควิด-19 ไปได้ โดยวีซ่าได้มีหลากหลายโครงการและโซลูชั่นที่จะมาช่วยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการเปิดรับการชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลที่เป็นที่ต้องการมากขึ้นในปัจจุบันกับความต้องการในการชำระเงินในรูปแบบไร้เงินสด ไม่ว่าจะผ่านทางร้านค้าออนไลน์หรือหน้าร้านก็ตาม นอกจากนี้วีซ่ายังได้ก่อตั้งสถาบันส่งเสริมเศรษฐกิจของวีซ่า [Visa Economic Empowerment Institute (VEEI)] ที่เน้นประเด็นทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งรวมไปถึงความท้าทายของวิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอี และลดช่องว่างในการทำงานระหว่างเชื้อชาติและเพศ โดย 10 ล้านร้านค้าที่เข้าร่วมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับโลกที่วีซ่าจะให้การสนับสนุนจาก 50 ล้านร้านค้าขนาดเล็กทั่วโลก ธุรกิจขนาดเล็กจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เศรษฐกิจในแต่และชุมชนฟื้นตัวขึ้นมาได้ พวกเขามีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการจ้างงานทั่วโลก และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤติในครั้งนี้ โดยในเอเชียแปซิฟิกธุรกิจเอสเอ็มอีมีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจทั้งหมดและมีการจ้างแรงงานมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์

เซินเจิ้นสุดล้ำวางแผนผุดเมืองใหม่สุดกรีนปลอดรถยนต์ส่วนตัว

www.eyeshenzhen.com
เว็บไซต์ Environman รายงาน Net City เป็นเมืองปลอดรถยนต์มีพื้นที่ทั้งหมด 2 ล้านตารางเมตร มีเนื้อที่เท่าใจกลางแมนฮัตตันและสามารถรองรับคนได้มากถึง 80,000 คน โดยจะตั้งอยู่บริเวณท่าเรือขนส่งสินค้า Dachan Bay ภายในเมืองนี้จะประกอบไปด้วยทั้งสำนักงาน บ้าน สวนสาธารณะ โรงเรียน และสถานบันเทิง เมืองนี้เป็นผลงานการร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยี Tencent และ บริษัทวางแผนและออกแบบด้านสถาปัตยกรรม NBBJ ซึ่ง Net City จะเป็นเมืองที่ไร้ซึ่งถนนสำหรับรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางภายในเมืองจะใช้การเดินเท้า การปั่นจักรยาน และบัสประจำทางเป็นหลัก สำหรับการเดินทางข้ามพื้นที่เข้าไปยังสถานที่ไกลจะต้องใช้รถไฟใต้ดิน และสำหรับยานพาหนะทางน้ำก็จะมีเรือเฟอร์รี่ไว้รับรองเพื่อลดการจราจรที่ไม่จำเป็น NBBJ บริษัทออกแบบ Net City กล่าวว่าแผนการสร้างเมืองที่มีการใช้รถยนต์น้อยมากๆ ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้แก่พื่นที่สีเขียวและมนุษย์มากขึ้น ทาง NBBJ ยังได้วางแผนที่จะปลูกต้นโกงกางไว้ตามแนวชายฝั่งเพื่อใช้เป็นแนวป้องกันน้ำท่วมทางธรรมชาติ ทั้งนี้จะมีการติดเซ็นเซอร์เพื่อใช้ติดตามโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วม นอกจากนี้จะยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้บนหลังคา และยังมีการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ตามแนวคิดความยั่งยืนของเมือง โดยคาดว่าเมืองนี้จะใช้เวลาสร้างทั้งสิ้น 7 ปี