3 กรณีศึกษาแห่งอนาคต : Aspern เมืองที่บริหารพลังงานได้เอง, ฟาร์มปลาอัจฉริยะ SAT & โรงงานผลิตรถ 4.0 VinFast

หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ซีเมนส์ (Siemens) แบรนด์ดังจากเมืองเบียร์ที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมไฟฟ้า ออกมาเผยว่า โลกกำลังมุ่งสู่ 5 เมกะเทรนด์ ดังนี้

    • เทรนด์การเติบโตของมหานคร (Urbanization) 
    • เทรนด์การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalization) 
    • เทรนด์โลกาภิวัตน์ (Globalization) 
    • เทรนด์ความเปลี่ยนแปลงด้านจำนวนประชากร (Demographic Change)
    • เทรนด์ที่คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพราะปัญหาโลกร้อน (Climate Change)
โดย 2 ใน 5 เมกะเทรนด์ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบต่อภาคธุรกิจรวดเร็วที่สุด คือ เทรนด์การเติบโตของมหานคร (Urbanization) และ เทรนด์การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalization) ซึ่งสามารถแยกย่อยได้อีกหลายมิติ

เทรนด์การเติบโตของมหานคร เมื่อตึกคุยกันได้ (Building can talk)

จากการวิเคราะห์คาดการณ์ของกลุ่มธุรกิจ ซีเมนส์ อินดัสเทรียล ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจสมาร์ทอินฟราสตรัคเจอร์ ธุรกิจดิจิทัลอินดัสทรี และธุรกิจลาร์จไดร์ฟแอปพลิเคชันส์ สุวรรณี สิงห์ฤาเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและซีอีโอ ซีเมนส์ อินดัสเทรียล กล่าวว่า
“การเติบโตของมหานครซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ ได้เกิดมิติแยกย่อยขึ้นหลังจากวิกฤตโควิด-19 โดยแบ่งเป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ มิติของอาคารพูดได้ (Building can talk) และความเปลี่ยนแปลงของชีวิตคนในเมือง (Urban life transformation)”
จากนั้น สุวรรณียกตัวอย่างมิติของอาคารพูดได้ 3 ด้าน เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น
  • ในด้านการบริหารอาคาร
    อาคารจะสามารถให้ข้อมูลได้ว่า ควรบริหารอาคารอย่างไรจึงมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังสามารถตรวจพบแนวโน้มที่อาจเกิดปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง  ซึ่งช่วยให้ต้นทุนการบริหารอาคารลดลง แต่การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 
  • ในด้านการบริหารจัดการไฟฟ้า
    การบริหารจัดการไฟฟ้าในอนาคตจะเป็นแบบกระจายจากศูนย์กลาง (Decentralized Energy) คือ อาคารจะสามารถผลิตพลังงานได้เองจากพลังงานทดแทน และผู้บริโภคก็จะกลายเป็น Prosumer คือเป็นทั้งผู้ผลิตไฟและผู้ใช้ไฟฟ้า
  • ในด้านระบบสาธารณูปโภค
    การบริหารงานบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้าควบคุมจากระยะไกลผ่านมือถือได้ หรือการบันทึกข้อมูลลงมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ก็สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าแบบอัตโนมัติได้เช่นกัน

siemens smart building smart city

สุวรรณี สิงห์ฤาเดช
สุวรรณี สิงห์ฤาเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและซีอีโอคนไทยคนแรกในประเทศไทย เพิ่งเข้ามาดูแลธุรกิจซีเมนส์ อินดัสเทรียล เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563
“อาคารในอนาคตจะเชื่อมโยงและกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบพลังงานไฟฟ้า ทำให้อาคารเสมือนมีชีวิต เพราะสามารถเข้าใจผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ โต้ตอบเป็น เรียนรู้และปรับตัวได้ เช่น การใช้ Building Information Modelling (BIM) การใช้เทคโนโลยี Digital Twins ตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง ช่วยให้เจ้าของอาคารสามารถเห็นภาพจำลองดิจิทัลของอาคารล่วงหน้าในทุกมิติ ทำให้การออกแบบเสมือนจริงมากที่สุด และส่งผลให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” สุวรรณีกล่าว
โดยในมิติของ Building can Talk สิ่งที่ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานสามารถทำได้คือ คิดและวางแผนตั้งแต่การออกแบบตึก ระบบไฟฟ้า สาธารณูปโภค การบริหารดูแลตึกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งอาจอาศัยระบบ Simulator ช่วยสร้างภาพตัวอย่างตึกขึ้นมาประกอบการออกแบบ เช่น ด้านไหนของตึกที่โดนแดด อุณหภูมิตึกในช่วงบ่ายจะอยู่ที่ประมาณเท่าไร คนจะเดินทิศทางไหน อย่างไร เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งเทรนด์การเติบโตของมหานครและการใช้ชีวิตในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ ซึ่งอาจเกิดได้อีกในอนาคต

ซีเมนส์ มีชื่อเสียงในด้าน Industrial Software โดยนิตยสาร Forbes (2019) จัดอันดับให้เป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจซอฟต์แวร์สำหรับภาคอุตสาหกรรม แต่หากเป็นธุรกิจซอฟต์แวร์จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลก ไมโครซอฟท์ ครองอันดับ 1 ขณะที่ ซีเมนส์ อยู่อันดับ 10 


กรณีศึกษา : 3 ความล้ำหน้าแห่งอนาคต 

  • Aspern Smart City Research (ASCR) ศูนย์วิจัยในประเทศออสเตรีย ต้นแบบโครงการเมืองอัจฉริยะ
smart-building Aspern
Source : www.ascr.at/en/smart-building

Residential Building Aspern

Aspern เป็นเมืองอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป มีการเก็บข้อมูลการใช้พลังงานจากผู้ใช้งานจริงทุกวันจำนวน 111 ครัวเรือน และมีจำนวนข้อมูลเข้าระบบวันละ 1.5 ล้านดาต้าเซ็ต
ซีเมนส์เข้าไปเป็นเทคโนโลยีพาร์ทเนอร์กับ Aspern โดยออกแบบสถานีไฟฟ้า อาคาร ระบบไฟ สมาร์ทมิเตอร์ และเซ็นเซอร์กว่าร้อยจุดในเมือง ให้สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ Data Analysis เพื่อการวิเคราะห์ หาคำตอบ และวางแผนเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการพลังงานในอนาคต 
ใน Aspern เป็นเมืองอัจฉริยะที่มี 111 อาคาร ซึ่งผ่านการออกแบบให้เชื่อมต่อข้อมูลกันผ่านคลาวด์ MindSphere เพื่อประมวลผลข้อมูลการใช้พลังงาน การผลิตและกักเก็บพลังงาน ตลอดจนการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเป็นต้นแบบของเมืองอัจฉริยะให้แก่เมืองอื่นๆ ต่อไป
ASCR_Smart-Grid Aspern
ASCR Smart Grid

MindSphere - The Internet of Things (IoT) Solution Aspern

MindSphere คือ ระบบคลาวด์สำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Cloud Platform) ของซีเมนส์ ซึ่งมีแอปพลิเคชันที่รองรับความต้องการของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม หลายรูปแบบ เช่น การบริหารจัดการพลังงาน งานบำรุงรักษา การวิเคราะห์ ตลอดจนการขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ

  • SAT ฟาร์มปลาอัจฉริยะ เพื่อความมั่นคงทางอาหารในสิงคโปร์

ภูมิประเทศของ สิงคโปร์ ที่มีลักษณะเป็นเกาะและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อการเพาะปลูกและการดำรงชีวิต เป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ประเทศเล็กๆ แห่งนี้ต้องเร่งสร้าง ความมั่นคงทางอาหาร โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาภาคเกษตรกรรม
ดังที่มีการสร้าง Singapore Aquaculture Technologies (SAT) ฟาร์มปลาอัจฉริยะแห่งแรกในสิงคโปร์ ที่นำ AI และ MindSphere IoT แพลตฟอร์มจากอุตสาหกรรม 4.0 เข้ามาประยุกต์ใช้
Singapore Aquaculture Technologies SAT
Singapore’s Modern Farms Series: Singapore Aquaculture Technologies (SAT) | Source : www.sfa.gov.sg
ปลาในฟาร์มแห่งนี้จะถูกเลี้ยงในระบบปิดและมีกล้องวิดีโอคอยตรวจจับความเคลื่อนไหว ปริมาณออกซิเจนในน้ำ หากค่าลดลง ระบบจะเพิ่มออกซิเจนให้อัตโนมัติ ทั้งยังสามารถให้อาหารตามความต้องการของปลาได้อย่างแม่นยำ ทำให้ไม่มีอาหารปลาเหลือทิ้ง และไม่กระทบต้นทุน 65% ของค่าดำเนินการฟาร์มในส่วนที่เป็นค่าอาหาร
มูลค่าฟาร์มปลา SAT กว่า 90 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถผลิตปลาได้ 350 ตันต่อปี โดยทางสิงคโปร์ตั้งเป้าไว้ที่ 30/30 คือ ต้องการที่จะผลิตอาหารเพื่อการบริโภคภายในประเทศ 30% ภายในปี 2030 
  • VinFast โรงงานผลิตรถยนต์ที่เข้าสู่ Industry 4.0 เต็มขั้น

vinfast

VinFast เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ของชาวเวียดนาม ในเวียดนาม ซึ่งใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภารกิจที่นี่ ซีเมนส์เป็นผู้ออกแบบอาคาร ระบบบริหารจัดการ ระบบไฟฟ้า และควบคุมการทำงานของโรงงานผ่านซอฟต์แวร์บริษัท ให้เห็นภาพจำลองแบบ Simulator ก่อนสร้างของจริง
ด้วยความสามารถด้านการประสานเทคโนโลยีหลากรูปแบบ ทำให้โรงงาน VinFast แล้วเสร็จอย่างรวดเร็วและสามารถผลิตรถยนต์ออกมาจำหน่ายได้ภายในเวลา 21 เดือน ซึ่งถือว่าเร็วกว่าการสร้างโรงงานปกติถึงครึ่งหนึ่ง และในช่วงโควิดระบาดที่ผ่านมา สุวรรณีเล่าว่า VinFast ได้รับผลกระทบน้อยมาก เพราะโรงงานใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมด

vinfast e-factory

vinfast ev
VinFast เป็นรถที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย ฝีมือการออกแบบของชาวอิตาลี และมียอดส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก

“วันนี้ผลิตไฟได้เยอะแล้ว เปิดเครื่องซักผ้ากันดีกว่า” 

ในอนาคต เราอาจจะได้ยินประโยคข้างต้นบ่อยขึ้น เพราะแนวโน้มของโลกมุ่งไปที่การใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้เองเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะเป็นตามบ้าน อาคาร สถานที่ต่างๆ และเมื่อผลิตไฟได้มากขึ้น ผู้ผลิตที่สามารถบริหารจัดการหรือควบคุมการใช้พลังงานในแต่ละวันได้ ก็จะสามารถขายไฟฟ้าที่ผลิตเกินให้แก่ผู้อื่นหรือภาคส่วนที่ต้องการใช้ต่อไป 

หากนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการ ‘พลังงาน’ ในประเทศไทยถึงขั้นที่ คนไทยสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้เอง เราจะไม่ได้เป็นเพียง Consumer แต่เป็น Prosumer ในอนาคต

IDA Energy Platform รวมพลังเพื่อโรงงานอัจฉริยะในประเทศไทย

Source : www.nstda.or.th
เนื่องจากซีเมนส์ได้ร่วมลงนาม MOU กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาครัฐ และภาคเอกชน แบบพหุภาคีออนไลน์ผ่านระบบ Webex เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ในการพัฒนา IDA Energy Platform เพื่อช่วยยกระดับการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย โดยซีเมนส์นำเทคโนโลยี Mindsphere Cloud Platform และ IoT Gateway มาร่วมเก็บข้อมูลการใช้พลังงาน เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในระดับที่เป็น Industrial Big Data ต่อไป
“การนำเทคโนโลยีและระบบออโตเมชั่นเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ กลายเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน แต่เนื่องจากอุตสาหกรรมของเรายังพึ่งพาแรงงานคนเป็นหลัก เมื่อเกิดวิกฤตที่คนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จึงเกิดผลกระทบสูง” สุวรรณีตั้งข้อสังเกต
CNC Shopfloor Management Software
CNC Shopfloor Management Software หนึ่งในซอฟต์แวร์สำหรับภาคอุตสาหกรรมของ Siemens Industrial
และอธิบายต่อว่า ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นอย่างมากที่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่โควิด-19 เร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน 
“การเริ่มทำ Industry 4.0 assessment คือสิ่งจำเป็นที่อยากให้ผู้ประกอบการเริ่มตรวจสอบว่า โรงงานของคุณอยู่ในขั้นไหนของการพัฒนาสู่ Industry 4.0 แล้วเริ่มต้นจากตรงนั้น”
โดยหัวข้อที่ต้องตรวจสอบมีดังนี้
  1. กระบวนการ (Process) – ในโรงงานมีกระบวนการผลิตอย่างไร
  2. เทคโนโลยี (Technology) – ในโรงงานนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้บ้างหรือไม่ 
  3. โครงสร้างบริษัท (Organization) สอดคล้องกับการทำงานของเทคโนโลยีหรือไม่  รวมถึงทักษะของบุคลากรเป็นอย่างไร บริษัทมีแผน reskill ให้บุคลากรหรือไม่
“วิกฤตจะเกิดขึ้นอีกแน่นอน นี่คือโอกาสที่เราจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตัวเรา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต และเทคโนโลยีก็คือคำตอบของธุรกิจในวันนี้” สุวรรณีกล่าวทิ้งท้าย 

ที่มา : 


หากคุณสนใจอุตสาหกรรม 4.0 เรามีบทความแนะนำให้คุณอ่านต่อ

เจาะบทบาท ‘อีอีซี อินดัสเทรียล ฟอรั่ม’ เครือข่ายประสานช่องว่าง สร้างความก้าวหน้าใหม่ในยุค 4.0

‘เจน นำชัยศิริ’ Industry 4.0 is NOW! ภาคอุตสาหกรรม จับมือ นักวิจัย ประเทศไทยไปได้ไกลกว่าที่คิด

EEC รับมือโควิด ดึง ‘อุตสาหกรรม’ ร่วมปรับวิกฤตเป็นโอกาส ยกระดับการผลิตสู่ 4.0

Forklift ต้นแบบรถยกของที่ควบคุมระยะไกลผ่าน 5G ตอบโจทย์ Industry 4.0