เรียนรู้ความหมายของ ‘ชุมชนพึ่งตนเอง’ ขุมพลังในท้องถิ่นไทย ที่ บ้านดงน้อย จ.กาฬสินธุ์

จากวัตรปฏิบัติของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ที่มักทอผ้าขาวม้า ผ้ามัดหมี่ และผ้าพื้นสีเดียว ไว้ใช้แต่เก่าก่อน นำสู่การสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ของกลุ่มแม่บ้านชุมชน และกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของการริเริ่มจัดตั้งเป็น กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย จ.กาฬสินธุ์ ที่ยึดหลัก “ชุมชนพึ่งตนเอง” ซึ่งผสานอยู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ตั้งแต่การปลูกต้นฝ้ายเอง แล้วผู้สูงอายุที่มีความชำนาญในกระบวนการปั่นฝ้ายก็จะนำมาทอหูกค้นเครือฝ้าย สืบเส้นฝ้ายทางยืน ปั่นหลอดเตรียมทอผ้าฝ้ายด้วยกี่ทอผ้า จากนั้นส่งต่อสู่รุ่นลูกหลานในชุมชน ที่ได้ไปศึกษาเรียนรู้ในเรื่องการมัดย้อมสีธรรมชาติจากพืชพันธุ์ ต้นไม้ ที่หาได้ในชุมชน เช่น ต้นยางนา ฝาง ใบสมอ ใบหูกวาง มะหาด พร้อมออกแบบลวดลายมัดย้อมและลายมัดหมี่ที่สวยงาม ทว่า ทันสมัย

ทอผ้าแบบดั้งเดิม

นอกจากนั้น คนในชุมชนที่พอมีความรู้ในการซ่อมแซม รักษา ก็มาร่วมซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทอผ้าดั้งเดิมให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ขณะที่เยาวชนที่ได้มีโอกาสไปเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา ก็ลงมาช่วยในด้านการวางแผนการตลาด เพื่อส่งเสริมการขาย สร้างภาพลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน ในนาม ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านดงน้อย กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้รับรางวัลการันตีคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากหลายสถาบัน
ทั้งหมดที่บอกเล่ามานี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า คำว่า “ชุมชนเข้มแข็ง” หรือ “ชุมชนพึ่งตนเอง” ไม่ได้เป็นคำสวยหรูที่ปรากฎในสื่อเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้จริงด้วยพลังของคนในท้องถิ่น

ฟังคำบอกเล่า จุดเริ่มต้นของ ชุมชนพึ่งตนเอง สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ชาวชุมชนได้จริง

เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของ เยาวรัตน์ ไชยหอม เลขานุการ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย จ.กาฬสินธุ์ ก็ได้รู้ว่าเอกลักษณ์สำคัญของ ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านดงน้อย คือ ภูมิปัญญาการย้อมสีจากธรรมชาติ ด้วยวิธีการหมักด้วยโคลน กระทั่งได้ “ผ้าย้อมดิน หอมกลิ่นธรรมชาติ” ที่ชาวชุมชนภาคภูมิใจ
เยาวรัตน์ ไชยหอม
เยาวรัตน์ ไชยหอม เลขานุการ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย จ.กาฬสินธุ์
“กลุ่มแม่บ้านทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อยของเรา มีความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและเทคนิคการเลือกเอาวัสดุในท้องถิ่นมาใช้ในการย้อมผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ด้วยการนำผ้ามาหมักกับโคลนใต้ซากบัวและใบไม้ ที่ทับถมกันเป็นเวลานานจนมีสีดำเข้ม แล้วค่อยนำวัสดุธรรมชาติ อย่าง ดินแดง และเปลือกไม้หรือแก่นไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นมาย้อมสีธรรมชาติ เช่น ต้นยางนา ฝาง ใบสมอ ใบหูกวาง มะหาด”
“จากนั้นค่อยเพิ่มสีสันให้กับผืนผ้า โดยมีวิธีการย้อม 2 แบบ คือ ย้อมร้อนและย้อมเย็น แล้วค่อยเพิ่มลวดลายจากการมัดย้อมให้ผืนผ้า ซึ่งลวดลายนั้นก็สื่อถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านดงน้อย อย่าง ลายปลา ที่เกิดจากการที่หมู่บ้านของเราตั้งอยู่ใกล้ห้วยโพธิ์ เป็นลำน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ หรือลายดอกจำปา สื่อถึงเรื่องราวในอดีต ที่ในหมู่บ้านมีต้นจำปาใหญ่อยู่ เป็นต้น”
“โดยต้นทางที่ทำให้เราค้นพบว่า ดินแดง ที่บ้านเรา เหมาะสมกับการนำมาย้อมผ้าสีธรรมชาติ ก็พบโดยบังเอิญ เพราะทุกปี ในฤดูที่น้ำป่าไหลหลาก จะเกิดน้ำจากดินแดงกระเด็นมาติดเสื้อผ้า ติดรองเท้า แล้วก็ซักล้างไม่ออก เราก็เลยลองไปเอาดินแดงนี้มาย้อมผ้าแล้วมาดูกันในกลุ่มแม่บ้านของเรา ด้วยแนวคิดตรงกันว่า เราต้องมานั่งประชุมกันแล้วคิดให้ออกว่า “บ้านเรามีอิหยังดี””
“คิดได้แบบนี้แล้ว เราก็มาลองผิดลองถูกกัน เอาดินแดงมาย้อมดู 2 รอบแรก ก็ได้สีจางๆ ไม่เข้มมาก แล้วเมื่อย้อมอีก รอบ 3 รอบ 4 ก็ได้สีเข้มขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีที่ทำให้สีติดกับผ้าเลย”
”จากนั้นเราก็เอาไปซักในน้ำสะอาด จนกระทั่งสีไม่ออก ไม่ตกแล้ว เราเลยได้ผ้าย้อมสีธรรมชาติจากดินแดงของบ้านเราเอง เป็นผลิตภัณฑ์แรกของกลุ่มแม่บ้านบ้านดงน้อย”
“ต่อมา กลุ่มแม่บ้านเราก็เริ่มมองหาวัสดุธรรมชาติอื่น อย่าง ใบประดู่ สะเดา มะหาด ใบหูกวาง ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในชุมชน มาขยายผลเป็นผลิตภัณฑ์ ผ้าย้อมสีธรรมชาติ หลายหลากสีอย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ”
กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย
กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย
“กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 ก่อนหน้านั้น ชุมชนของเราก็มีการทอผ้าอยู่แล้ว แต่ก็ทอกันในบ้านในกลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่ ทางกลุ่มแม่บ้านเราก็มองว่าจะทำให้การทอผ้านี้สร้างรายได้ให้ทุกคนในชุมชน โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ได้อย่างไร”
“ในช่วงแรก เราก็ชวนให้คนในชุมชน ในวัยทำงานนี่ล่ะ มาร่วมกันสร้างกลุ่มทอผ้าเพื่อสร้างรายได้ขึ้นมา แล้วทำให้คนในชุมชนเห็นว่า ถ้าเรามาร่วมมือกันทำให้การทอผ้า การทำผ้าย้อมสีธรรมชาติ ก็จะช่วยสร้างรายได้ให้กับคนทุกเพศทุกวัยในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องรอพึ่งพาเงินอุดหนุนจากทางภาครัฐหรือหน่วยงานใดๆ ได้”

“พลังอีกส่วน ที่ทำให้ ผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อยเป็นที่รู้จัก คือพลังของเยาวชน ซึ่งเป็นลูกหลานของเรานี่ล่ะ ที่พวกเขาได้ไปศึกษาและเรียนรู้ช่องทางการทำการตลาด หรือเทคนิคการย้อมผ้า การทำลวดลาย การออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่ทันสมัยมา ก็มาช่วยยกระดับให้ผลิตภัณฑ์ผ้าทอของเราเข้าถึงตลาด และถูกใจคนรุ่นใหม่ได้”
“นอกจากนั้น เรายังได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายหน่วยงานที่เสนอความช่วยเหลือเข้ามาในรูปแบบของการฝึกอบรม ให้คำปรึกษาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอของเราทุกด้าน ทั้งในส่วนของหน่วยงานพัฒนาระดับจังหวัด อำเภอ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง ทางมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ที่ได้ส่งอาจารย์ นักศึกษา เข้ามาร่วมให้คำปรึกษากับเราในทุกเรื่อง”

สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น กำลังสำคัญช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดให้ ชุมชนพึ่งตนเอง

อย่างที่ แม่เยาวรัตน์ ได้กล่าวถึงไว้ว่า อีกหนึ่งหน่วยงานสนับสนุนสำคัญ ที่ช่วยให้ ชุมชนพึ่งตนเอง แห่งนี้ สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ คือ สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น นั่นคือ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งเราได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์อภิรดี ดอนอ่อนเช้า และอาจารย์นิตยา เคหะบาล อาจารย์ประจำสาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ผู้ลงพื้นที่มาให้ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แก่กลุ่มแม่บ้าน
อภิรดี ดอนอ่อนเช้า นิตยา เคหะบาล
อาจารย์อภิรดี ดอนอ่อนเช้า และอาจารย์นิตยา เคหะบาล อาจารย์ประจำสาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
“ที่นี่มีหน่วยงานเข้ามาส่งเสริมและพัฒนาตลอด ไม่ใช่เพียงแค่ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ แต่ทุกที่ก็จะเริ่มต้นจากการเห็นศักยภาพของกลุ่มแม่บ้านในจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งในเรื่องการทอผ้าหลากหลายประเภท และการแปรรูปสมุนไพร สำหรับทางมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เอง เราคัดเลือกกลุ่มชุมชนที่จะลงไปส่งเสริม หรือให้คำปรึกษา โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ กรมการพัฒนาชุมชน กอปรกับในพื้นที่บ้านดงน้อยนี้ ทางมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ก็เคยทำงานร่วมด้วยในเชิงส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนมาโดยตลอด ทางคณะอาจารย์ก็เลยตัดสินใจที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับทางชุมชนนี้อีกครั้ง”
“โดยครั้งนี้เราได้งบประมาณสนับสนุนจาก กรมวิทยาศาสตร์บริการ ที่สนับสนุนให้ชุมชนใช้ในเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เองเรามีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าของชุมชน”

“จากเดิมที่ชาวบ้านได้เรียนรู้ว่าการใช้วัสดุธรรมชาติชนิดหนึ่งในการย้อมผ้า ก็จะได้สีออกมาเป็นสีหนึ่ง แต่เราเข้าไปเติมความรู้ว่า ถ้าประยุกต์เอาความรู้ด้านเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เข้าไปในการย้อมผ้า อย่างการใช้ สารช่วยย้อมธรรมชาติ หรือ Mordant มอร์แดนท์ธรรมชาติ ที่หมายถึง สารประกอบน้ำหมักธรรมชาติ ก็จะช่วยในการยึดสีและบางครั้งทำให้เฉดสีเปลี่ยนได้ อย่างของชุมชนบ้านดงน้อย ก็เป็นการใช้น้ำโคลน ซึ่งเป็นการทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้วิธีการสร้างเฉดสีใหม่ๆให้การย้อมผ้าของเขา”

“โดยที่ผ่านมาเราลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ความรู้ อบรม ซึ่งทุกครั้งจะเป็นการลงพื้นที่ทั้งของอาจารย์และนักศึกษา ที่ก็ได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกันกับชุมชนไปด้วย”
“ที่เล่ามานี้เป็นโครงการอบรมในปีแรก ที่เน้นการให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติ พอมาในปีที่สอง เราก็ตั้งโจทย์ใหม่ในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย ให้เขาสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน มผช. หรือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งเป็นข้อกําหนดด้านคุณภาพที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่เชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ”

“เนื่องจากผลิตภัณฑ์เดิมของทางกลุ่มชุมชนนี้ก็ขายได้ในราคาที่ไม่สูงมาก ขณะที่เรามองว่ากลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อยมีศักยภาพมาก ดังนั้นการผลักดันให้เขาได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มผช.ให้ได้ จะยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของเขามีความน่าเชื่อถือมากขึ้นแน่นอน ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มนี้จะสามารถพัฒนาจนผ่านการรับรอง มผช. ได้ไม่ยาก”

การทำงานร่วมกันกับกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อย ยังไม่จบแค่นี้ เพราะทาง คณะบริหารศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัล มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ก็ได้เข้ามาช่วยให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่กลุ่มแม่บ้านนี้เช่นกัน โดย อาจารย์มณฑกานต์ ทุมมาวัติ อาจารย์ประจำสาขาวิชานี้ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
มณฑกานต์ ทุมมาวัติ
อาจารย์มณฑกานต์ ทุมมาวัติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัล คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
“เราได้เข้ามาทำงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อยนี้ ผ่านโครงการของกระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คือ โครงการยุวชนอาสา โดยอาจารย์ในสาขาวิชาจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้นักศึกษาของเรา ซึ่งที่ผ่านมาจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3 คน และมีอาจารย์จากทางคณะวิศวกรรมศาสตร์อีก 1 คน”
“โดยทางสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ จะมาดูแลในส่วนของการทำแอปพลิเคชันวางแผนการผลิต เพราะปัญหาของทางกลุ่มแม่บ้านที่นี่ ที่เราพบ คือ การผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้ไม่ทันและไม่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าในแต่ละเทศกาล รวมถึงเราได้พัฒนาแอปพลิเคชันควบคุมสินค้าคงคลัง พร้อมทั้งทำแฟนเพจกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านดงน้อยให้ เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้กับชาวชุมชนด้วย”

ซึมซับเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นไทย นำสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคงกันต่อ

บรรเทาปัญหา ‘คนตกงานเพราะโควิด’ ดึงลูกหลานชาวกาฬสินธุ์กลับบ้านเกิด สร้างอาชีพใหม่ที่ยั่งยืน

ปั้น ‘นครปฐม’ เป็น City of Music ผลักดัน ‘ดนตรีไทย’ ไปเป็น ‘ดนตรีโลก’ พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

‘คนปันสุข’ ปลูกดอกไม้กระจายถึงดวงจันทร์