หนังกลางแปลง Drive-in Theater และวันปิดฉากโรงภาพยนตร์ Stand Alone กรณีศึกษา: การจากไปของ SCALA (ตอนที่ 2)

จาก “หนังล้อมผ้า” สู่ “หนังขายยา” ในฐานะ Propaganda งานประชาสัมพันธ์ การเกิดขึ้นของ “หนังเร่” ขยายสู่ โรงภาพยนตร์ Stand Alone โรงหนังภูธร และ Movie Cineplex

บทความชุดนี้ เป็นการสังเคราะห์สถานการณ์วงการภาพยนตร์ โดยเฉพาะกรณีการจากไปของโรงหนัง SCALA ในฐานะโรงภาพยนตร์ Stand Alone ชั้นนำของไทย
ผ่านการมองย้อนอดีต “หนังกลางแปลง” สู่การกลับมาของ Drive-in Theater ในยุค COVID และบทวิเคราะห์ “โรงหนังภูธร” อีกหนึ่งเส้นเลือดหล่อเลี้ยงวงการภาพยนตร์

วงการภาพยนตร์ หนังกลางแปลง

“หนังกลางแปลง” มรดกวัฒนธรรมรอฌาปนกิจ

ผู้เขียนโตมากับยุค “หนังกลางแปลง” ไม่ว่าจะที่ชัยนาทภูมิลำเนาดั้งเดิมคุณแม่ หรือที่พระนครบ้านเกิดคุณพ่อ
แม้ “หนังกลางแปลง” จะเกิดขึ้นในสยามหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทว่า กว่าจะได้รับความนิยมก็หลังจากนั้นมาก เนื่องจากบ้านเมืองประสบกับภาวะข้าวยากหมากแพง แม้เสื้อผ้าก็ยังไม่มีจะใส่ การออกจากบ้านไปดูหนังจึงเป็นเรื่องยาก
ที่ชัยนาท “หนังกลางแปลง” จะมาในรูปของขบวนเร่ฉาย “หนังขายยา” เปิดให้ดูกันฟรีๆ แต่ต้องอุดหนุนยากันบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่อุดหนุนก็ไม่ว่าอะไร
ซึ่งส่วนใหญ่จะฉาย “หนังกลางแปลง” ไปสักกลางๆ เรื่องก็จะหยุดฉาย เพื่อประกาศขายยา บางคณะจะรบเร้าให้ชาวบ้านอุดหนุนยาและสินค้าอื่นๆ ให้ได้ถึงยอดที่ตั้งไว้ จึงจะฉายครึ่งเรื่องหลังต่อให้จบ แต่บางเจ้าก็หยวนๆ
วงการภาพยนตร์ หนังกลางแปลง
www.หนังกลางแปลง.net
ส่วนที่บางกอก “หนังกลางแปลง” จะไปในแบบของ “หนังแก้บน” ไม่ว่าจะเป็นงานบุญตามบ้าน งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานบวช งานศพ งานวัด หรืองานฉลองศาลเจ้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฉาย “หนังกลางแปลง” ประจำปีของหมู่บ้านเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน
จำได้ว่า เมื่อถึงช่วงที่ซอยของเรามีดำริจัดฉาย “หนังกลางแปลง” ซึ่งมักเป็นห้วงท้ายๆ ปี ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่อากาศเย็นสบาย หรือไม่ก็อาจเลยไปจนถึงช่วงตรุษจีน ก็ยังนับว่าอยู่ในห้วงต้นๆ ปี พวกเราเด็กๆ มักจะตื่นเต้นกันมากที่จะได้ดู “หนังกลางแปลง”
ทั้งๆ ที่แทบทุกบ้านในยุคนั้นมีโทรทัศน์ มีเครื่องเล่นวิดีโอ และโรงหนัง Stand Alone ก็มีเปิดให้บริการหลายสิบโรงก็ตาม

บรรยากาศการฉาย “หนังกลางแปลง” หรือ “หนังเร่” เสน่ห์อยู่ที่ “ความสด” โดยเฉพาะในยุคแรก ที่วงการภาพยนตร์สากลมีแต่ “หนังเงียบ” ดังนั้น จึงต้องมีการนำนักดนตรีและวงดนตรี มาบรรเลงเพลงประกอบกันสดๆ ระหว่างฉายหนัง

นอกจากเพลงประกอบที่เป็นสิ่งจำเป็นยามค่ำคืนของการฉาย “หนังกลางแปลง” แล้ว “ทีมพากย์” ก็เป็นอีกมนต์เสน่ห์หนึ่งของ “หนังกลางแปลง” เช่นกัน
วงการภาพยนตร์ หนังกลางแปลง
เรื่องสุดตลกก็คือ “หนังกลางแปลง” บางคณะมีคนพากย์คนเดียวที่ 100 ทั้ง 100 เป็นผู้ชาย แถมยังเป็นคนฉายหนังอีกด้วย พอฟิล์มหมดม้วนคนพากย์ก็ต้องวิ่งไปเปลี่ยนฟิล์ม ที่ตลกไปกว่านั้นก็คือ หนังจะมีพระเอกนางเอก แน่นอนว่าต้องมีเสียงพากย์ทั้งผู้หญิงผู้ชาย
วิธีการก็คือปลอมเสียง ด้วยการบีบเสียงเป็นผู้หญิง ตลกหนักไปกว่านั้นอีกก็เพราะหนังมักมีตัวอื่นๆ ปนเข้ามา โดยเฉพาะดาวร้าย ที่ตลกมากๆ ก็คือการพากย์เสียงคนแก่ และเด็ก โดยใช้คนคนเดียว (ฮา)
ทุกวันนี้ นอกจากเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมบันเทิงจะพัฒนามาอย่างก้าวกระโดด การดูหนังบนโทรศัพท์มือถือหรือที่เรียกว่า Streaming Movie ไม่ว่าจะ Netflix หรือ YouTube มีความแพร่หลายมาก ทำให้คนรุ่นใหม่แทบไม่รู้จักคำว่า “หนังกลางแปลง” เลยสักคนเดียว
อีกทั้ง ระบบฉายหนังก็เปลี่ยนจากม้วนฟิล์มยุคเก่ามาเป็นระบบการฉายโดยใช้ Digital File ทำให้ธุรกิจ “หนังกลางแปลง” ซบเซาลงเป็นอย่างมาก ถึงขนาดเปรียบเปรยกันว่า “รอวันฌาปนกิจ” เลยทีเดียว
อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ แม้วงการ “หนังกลางแปลง” จะนอนพะงาบพะงาบ อยู่ในห้อง ICU ทว่า ก็ยังมีคนรุ่นเก่าๆ หลายท่านยังว่าจ้าง “หนังกลางแปลง” กันอยู่ โดยเฉพาะในชนบทห่างไกล

ไม่ว่าจะเป็นในโซนภาคเหนือกับงานบุญปอยหลวงที่ยังมีการจ้าง “หนังกลางแปลง” ไปฉายอยู่ หรือจะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีงานบุญแจกข้าว และภาคตะวันออกก็จะมีฉายหนังแก้บนในสวนผลไม้ ปิดท้ายที่ภาคใต้โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายจีนก็ยังมีการว่าจ้าง “หนังกลางแปลง” ไปฉายในงานฉลองศาลเจ้า

แม้ปัจจุบัน คณะ “หนังกลางแปลง” หลายหน่วยที่เหลืออยู่ได้พากันปรับตัวด้วยการหันเข้าหาเทคโนโลยี Digital บางเจ้าถึงขนาดคิดค้นระบบ “หนังกลางแปลง 3 มิติ” ขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจ
วงการภาพยนตร์ หนังกลางแปลง
www.หนังกลางแปลง.net
แต่หากย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับความรุ่งเรืองในอดีตของ “หนังกลางแปลง” ยุคก่อนแล้ว “หนังกลางแปลง” ทุกวันนี้ คงไม่ใช่การตะเวนฉายเป็นอาชีพหลักเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง แต่อาจมาในรูปของกิจกรรม หรือ Event แม้ว่าหลายหน่วยจะดำรงสถานะ “หนังกลางแปลง” ให้เป็นธุรกิจอยู่ก็ตาม
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากรู้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ “หนังกลางแปลง” สามารถค้นคว้าหาข้อมูลได้ที่ “พิพิธภัณฑ์หนังกลางแปลง” 24/2 หมู่ 9 ซอยบ้านท่าเจริญ ตำบลบ้านร้อง อำเภองาว จังหวัดลำปาง โทร. 054-365561 และ 081-0304017 ครับ

ขอบคุณภาพเปิดจาก www.หนังกลางแปลง.net