หนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญของไทยก็คือภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤต COVID-19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายหรือบรรเทาเบาบางลงจนกว่าจะมีวัคซีนป้องกัน โดยหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทยกับภูมิภาคเอเชียพบว่า สถิติล่าสุด (ม.ค.-พ.ค. 2020) ที่เผยแพร่โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร รายงานว่ามีมูลค่า 3,904,698.82 ล้านบาท
ลดลง 10.28% จากมูลค่าดังกล่าวในช่วงเดียวกันของปี 2019 แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 1,900,789.90 ล้านบาท และมูลค่าการนำเข้า 2,003,908.92 ล้านบาท ประเทศไทยขาดดุลการค้า 103,119.02 ล้านบาท แต่น้อยกว่าช่วงเดียวกันนี้ในปี 2019 ที่ขาดดุลการค้าในภูมิภาคนี้มากถึง 304,623.28 ล้านบาท
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันในแต่ละประเทศซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ที่ผู้ประกอบการไทยต้องเกาะติดและพึงพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อช่วงชิงจังหวะและโอกาสได้อย่างทันท่วงที มีโดยสังเขปดังนี้
1. จีน
รัฐบาลจีนพิจารณาระงับการนำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างรุนแรง โดยกำหนดให้สินค้านำเข้าต้องเป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานที่จีนกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์จีนจะเร่งประสานงานกับหน่วยงาน/ประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรนำเข้าตั้งแต่ต้นทาง เพื่อความปลอดภัยต่อสุขอนามัยและสุขภาพของผู้บริโภคชาวจีน

ทั้งนี่้ จีนจำเป็นต้องนำเข้าเนื้อสัตว์จากประเทศอื่นทดแทนอุปทานที่หายไป หรืออาจจะนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกทดแทน จึงเป็นโอกาสดีของผู้ส่งออกเนื้อไก่/เป็ดจากไทยที่จะได้รับโอกาสทองในการส่งออกไปยังตลาดจีนเพิ่มขึ้น และจากการการตรวจพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากการปนเปื้อนของแซลมอน ในตลาดแห่งหนึ่งใจกลางกรุงปักกิ่ง อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งของไทยเป็นการชั่วคราวก็เป็นได้ จากการที่ผู้นำเข้า/ผู้จำหน่ายอาหารทะเลในจีน อาจชะลอการนำเข้าอาหารทะเลจากไทย เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนเกิดความหวาดกลัวในการบริโภคอาหารทะเลอีกครั้ง
2. อาเซียน
ทุกประเทศผ่อนคลายมาตรการควบคุมต่างๆ ภายในประเทศของตัวเอง โดยทุกประเทศเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจแต่ยังควบคุมการเดินทางเข้าเมืองของพลเมืองต่างชาติอย่างเข้มงวด
การส่งออกสุกรมีชีวิตไปเวียดนามในขณะนี้ถือเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทย และนับเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก หลังจากที่กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท (MARD) ประเทศเวียดนาม อนุญาตให้ผู้ประกอบการนำเข้าสุกรมีชีวิตจากประเทศไทย ตั้งแต่ วันที่ 12 มิถุนายน เป็นต้นมา เพื่อลดราคาเนื้อสุกรในตลาดเวียดนามที่มีราคาสูง โดยตั้งแต่ต้นปี เวียดนามมีการนำเข้าสุกรพ่อแม่พันธุ์ จำนวน 8,000 ตัว และมีแผนนำเข้าอีกมากกว่า 100,000 ตัวในอีก 1 ปีนับจากนี้

นอกจากนี้ สินค้าที่มีศักยภาพของไทยในการส่งออกไปยังอาเซียน ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ สินค้าอุปโภค และธุรกิจที่สอดรับกับวิถีปฏิบัติใหม่
ส่วนความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอื่นๆ ในอาเซียน คือ สิงคโปร์มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา และท่าอากาศยานนานาชาติชางงีเปลี่ยนมาใช้ระบบสแกนใบหน้าและม่านตา ทำให้การเดินทางไร้การสัมผัส ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ส่วนมาเลเชียอนุญาตให้กลับมาขนส่งสินค้าทางรถผ่านด่านศุลกากรบ้านประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ได้แล้ว
3. เอเชียใต้
อินเดียยังคงขยายมาตรการล็อกดาวน์ในเมืองสำคัญ อาทิ มุมไบ เจนไน และกัลกัตตา ขณะเดียวกันรัฐบาลอินเดียได้ชูนโยบาย “อินเดียพึ่งพาตนเอง” ลดพึ่งพานำเข้า เน้นห่วงโซ่อุปทานในประเทศเป็นหลัก ส่งเสริมการผลิตโทรศัพท์มือถือในประทศ ขณะที่มาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าที่อินเดียส่งเสริมการผลิตในประเทศ และเข้มงวดกับถิ่นกำเนิดสินค้าที่มีการผลิตต่อเนื่องกับจีน (ปัญหาจากความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับจีนระลอกใหม่) อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ อินเดียห้ามการใช้งาน 59 แอปพลิเคชันของจีน และลดการนำเข้าสินค้าจีนในกลุ่มสมาร์ทโฟน โทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องจักร ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนรถยนต์และจักรยานยนต์ ของเล่น และปุ๋ย จึงเปิดโอกาสให้ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวทดแทนผู้ประกอบการจีน รวมถึงสินค้าเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมีต้นน้ำ และวัตถุดิบที่ใช้ทำเครื่องประดับ ขณะเดียวกันนโยบายของอินเดียที่สนับสนุนให้พนักงานทำงานที่บ้าน ก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ในครัวเรือนและสำนักงานได้เป็นอย่างดี ในการที่จะมีโอกาสจำหน่ายสินค้ามากขึ้นมากกว่าเคย
สำหรับบังคลาเทศมีความต้องการนำเข้าอาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้สด นม วัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าด้านสุขอนามัยและป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยง แต่ยังมีอุปสรรคเรื่องการขนส่งทั้งทางอากาศและทางเรือทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงกว่าภาวะปกติมาก รวมถึงชาวบังคลาเทศส่วนหนึ่งไม่สามารถเดินทางเข้ามาใช้บริการด้านการแพทย์ของไทยได้ตามปกติ
4. ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย
เริ่มที่ญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเข้าประเทศสำหรับไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หรือการทำ Travel Bubble กับประเทศที่มีศักยภาพและมีประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้โดดเด่น โดยคาดว่าจะเริ่มในฤดูร้อน 2020 หรือภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป (แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดในญี่ปุ่นก็ไม่น่าไว้วางใจนัก เนื่องจากหลายวันนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บางวันทะลุ 100 ราย) ด้านเกาหลีใต้ ในกรุงโชลและจังหวัดคยองกี มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสนี้รายใหม่จำนวน 30-60 คนต่อวัน ส่วนที่ออสเตรเลีย รัฐวิคตอเรียพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 130 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีสัญญาณของการแพร่ระบาดของเชื้อในชุมชน ทำให้หลายรัฐในออสเตรเลียทบทวนและชะลอกำหนดการเปิดพรมแดน

ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้มูลค่าการนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในครัวเรือนมีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะขยายตลาดสินค้าเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบในทั้ง 2 ประเทศนี้ และหลังจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเกาหลีใต้ลดลง ทำให้สินค้าอาหารของไทยโดยเฉพาะไก่แปรรูป จะมีโอกาสในการส่งออกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสินค้าไก่แปรรูปของไทยเป็นที่นิยม และมีคุณภาพมากกว่าคู่แข่งอย่างบราซิลและจีน
ที่มา :
- รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิท 19 และโอกาสสินค้าไทยในตลาดเอเชียและโอเชียเนีย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
- สถิติการค้าระหว่างประเทศ – กระทรวงพาณิชย์
- “เตรียมความพร้อมการส่งออกสุกรมีชีวิตจากไทยไปเวียดนาม”












