หนังกลางแปลง Drive-in Theater และวันปิดฉากโรงภาพยนตร์ Stand Alone กรณีศึกษา: การจากไปของ SCALA (ตอนที่ 3)

จาก “หนังล้อมผ้า” สู่ “หนังขายยา” ในฐานะ Propaganda งานประชาสัมพันธ์ การเกิดขึ้นของ “หนังเร่” ขยายสู่ โรงภาพยนตร์ Stand Alone โรงหนังภูธร และ Movie Cineplex

บทความชุดนี้ เป็นการสังเคราะห์สถานการณ์วงการภาพยนตร์ โดยเฉพาะกรณีการจากไปของโรงหนัง SCALA ในฐานะโรงภาพยนตร์ Stand Alone ชั้นนำของไทย
ผ่านการมองย้อนอดีต “หนังกลางแปลง” สู่การกลับมาของ Drive-in Theater ในยุค COVID และบทวิเคราะห์ “โรงหนังภูธร” อีกหนึ่งเส้นเลือดหล่อเลี้ยงวงการภาพยนตร์

การกลับมาของ Drive-in Theater

เหตุผลง่ายๆ สองข้อของการก่อเกิด Drive-in Theater คือการจัดฉายหนังให้คุณแม่ดู กับการหาทางออกให้กับความกระจองอแงของเด็กๆ ในโรงภาพยนตร์
ราวปี ค.ศ. 1933 Richard Hollingshead นักธุรกิจชาวสหรัฐฯ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนให้กำเนิดวัฒนธรรม Drive-in Theater ในอเมริกา
จุดประกายเริ่มต้นจากคุณแม่ของเขาเป็นคนอ้วนมาก ทำให้ไม่สะดวกเวลาไปดูหนังในโรง เขาจึงเอาเครื่องฉายหนังมาขึงผ้าในสนามหญ้าหน้าบ้านเพื่อฉายหนังให้คุณแม่ชม
เพื่อนบ้านเมื่อได้เห็น ต่างก็ให้ความสนใจขอเข้ามาร่วมแจมด้วย Richard จึงปิ๊งไอเดียสร้างรายได้จากการฉาย “หนังกลางแปลง” ด้วยการเก็บสตางค์คนในหมู่บ้านเล็กๆ น้อยๆ
ก่อนจะพัฒนารูปแบบและย้ายที่ย้ายทางให้กว้างขวางขึ้น ถึงขั้นเปิดให้มีการ “นำรถเข้ามาจอดดูหนังได้” อย่าลืมว่า เวลานั้น รถยนต์เปิดประทุนกำลังเป็นที่นิยมในสหรัฐฯ
วัฒนธรรม Drive-in Theater
America’s first drive-in theater opened in New Jersey // nj1015.com

ด้วยสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย หากไม่ใช่ฤดูหนาวอากาศก็เย็นสบายเหมาะแก่การขับรถมาจอดปิคนิคดู “หนังกลางแปลง” ด้วนสนนราคาที่ถูกแสนถูกเพียง 25 เซนต์เท่านั้น

ซึ่งดูเหมือนว่า ธุรกิจ Drive-in Theater จะค่อยๆ เป็นที่นิยมจากกระแสปากต่อปาก เริ่มจาก เมือง Camden รัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่ Richard เป็นผู้จดลิขสิทธิ์รูปแบบธุรกิจนี้ และขายแฟรนไชส์
เขาบอกว่า นอกจากจะเอื้อให้กับ ส.ว.สูงวัยอย่างคุณแม่เขาที่หลายท่านอ้วนเกินจะนั่งเก้าอี้โรงหนัง ยังช่วยบรรเทาเสียงร้องกระจองอแงของเด็กเล็กได้ ด้วยการจับเด็กนั่งไว้ในรถระหว่างดูหนัง
นับจากปี ค.ศ. 1933 อีกกว่า 20 ปีให้หลังคือในทศวรรษที่ 1950-1960 Drive-in Theater ได้รับความนิยมถึงขีดสุด มีจำนวน Drive-In Theater มากถึง 4,000 โรงทั่วสหรัฐอเมริกา
ก่อนจะถูก Disrupt จากการมาถึงของธุรกิจร้านเช่าวิดีโอ และร้านจำหน่ายวิดีโอ ตามมาด้วยการปรับตัวของโรงหนัง Stand Alone ที่จัดฉายหนังติดแอร์ในร่มได้อย่างไม่แคร์สภาพอากาศ
ผ่านมาเกือบ 60 ปี ไม่น่าเชื่อว่า กระแส Drive-In Theater จะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง แม้ว่า Drive-In Theater ในหลายประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลียยังเปิดทำการปกติก่อน COVID

แต่เพราะ COVID เป็นตัวเร่ง โดยเฉพาะนโยบาย Social Distancing อยู่บ้าน ต้านเชื้อ เพื่อชาติ ทำให้หลายคนเฝ้าฝัน และโหยหาถึงกิจกรรมบันเทิงนอกบ้าน ตลอดเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา

 

ผลกระทบจาก COVID ที่ทำให้โรงภาพยนตร์ปิดทำการทุกแห่ง ทั่วทุกมุมโลกต่างพยายามขวนขวายหารูปแบบความบันเทิง และ Drive-In Theater ก็คือทางออกที่ดีคำตอบหนึ่ง

ด้วยรูปแบบการดูหนัง “รถใครรถมัน” สอดคล้องกับแคมเปญ Social Distancing รักษาระยะห่างทางสังคม แถมรับอรรถรสจากการชมภาพยนตร์สดใหม่ตามโปรแกรมเข้าฉายปกติอีกด้วย
วัฒนธรรม Drive-in Theater
AUCKLAND – NOV 01 2015 : Roller-skate waiters sale popcorn in Drive-in theater. Today there is only 400 drive-ins in the United States and 100 exist around the world mainly in Canada and Australia.
เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจทั้งในฝั่งสหรัฐอเมริกา ยุโรป โดยเฉพาะเจ้าพ่อ Drive-In Theater แห่งยุคคือออสเตรเลีย และหลายประเทศในทวีปเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ถือเป็นมหกรรมบันเทิงที่ทั้งผู้ชมได้ออกจากบ้านไปคลายเครียด และฝั่งผู้ฉายได้พากันออกมา “โชว์ของ” ด้วยขบวนพาเหรดหนังคลาสสิคและกองทัพหนังใหม่ที่อัดอั้นกันมานานเพราะไม่ได้เข้าโรง
ทยอยออกมาฉาย โดยไม่หวังรายได้อะไรเป็นกอบเป็นกำ นอกเป็นช่องทางบรรเทาความทุกข์ให้กับมนุษยชาติด้วยกันกับการฉายหนังแบบ Drive-In Theater ที่ถือว่าประสบความสำเร็จมาก
แม้ในบ้านเราจะยังไม่มีใครคิดทำ Drive-In Theater แต่ถ้าสืบประวัติกลับไปในอดีต เมืองไทยเราก็เคยมีโรงหนังแบบ Drive-In Theater ในยุค 1960 กับเขาเหมือนกันคือ “ไดร์ฟอิน” ลาดพร้าว ซอย 130
และก็มีการจัดกิจกรรมเป็น Event โดยมี Drive-In Theater เป็นส่วนประกอบ เฉกเช่นการจัดฉาย “หนังกลางแปลง” ประกอบกิจกรรมต่างๆ ของภาคธุรกิจ ไม่ได้เป็นธุรกิจฉายหนังจริงจังอะไร