ความเคลื่อนไหวของสังคมเศรษฐกิจวันนี้เป็นไปอย่างที่ อัลวิน ทอฟเลอร์ (Alvin Toffler) บรรยายไว้เมื่อกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลต่อ ทุนมนุษย์ (Human Capital) ว่า
โลกวันนี้จะเคลื่อนอยู่ในคลื่นใหม่ที่เป็นกระแสความเปลี่ยนแปลงยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การทำงานของมนุษย์กับเทคโนโลยีเป็นแก่นแกนสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความก้าวหน้าให้กับโลกในยุคที่ข้ามผ่านเศรษฐกิจฐานทรัพยากรสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจำเป็นยิ่งที่ต้องปรับฐานคิดและปฏิบัติการเรื่อง ทุนมนุษย์ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไป!
บังเอิญ…ขณะที่เรากำลังสาละวนอยู่ในช่วงเวลาการขยับปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่ เราก็ต้องเผชิญกับการถูกเร่งให้เปลี่ยนแปลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ที่หยุดโลก-หยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และเรายังต้องปิดตัวเองและจัดการชีวิตในแบบใหม่ คือต้องเพิ่มความระมัดระวังด้านสุขภาพอย่างเคร่งครัด!

ไวรัสโคโรน่า ส่งผลให้ทั้งโลกต้องเผชิญ 3 ประเด็นร้อน ได้แก่ ปัญหาด้านสุขภาพ, เสรีภาพ และ ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ซึ่งกระทบต่อโลกและผู้คนในทุกมิติอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
คนไทยเองต้องเผชิญการว่างงานกว่า 8 ล้านคน จากทุกสาขาอาชีพ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การโรงแรม การบิน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง นั้น ทำให้คนตกงานเกือบครึ่งของยอดรวมในทันที
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ที่เคยเป็นอุตสาหกรรมแข็งแกร่งที่สุดของประเทศ ก็ต้องหยุดจ้างกลุ่มคนงานภายนอกแบบไม่ประจำลงทั้งหมด คิดเป็นจำนวนร้อยละกว่า 40 ของแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว ที่มีการจ้างงานรวมกว่า 1 ล้านคน
เวลานี้หลายสถานประกอบการต้องทยอยปลด คนทำงานประจำ ในโรงงานออกไปเรื่อยๆ ตามสภาพการผลิตที่โรงงานมากกว่า 500 แห่งเผชิญอยู่ ขณะเดียวกัน หนี้สะสมจากกลุ่มครัวเรือนและสถาบันการเงินก็กำลังเพิ่มพูนขึ้นทุกขณะ ในภาพรวมเช่นนี้ ไม่มีใครล่วงรู้ถึงสภาวะปลายทางที่จะก้าวไปถึงได้! มีเพียงการคาดคะเนต่างๆ นานา ที่ทุกคนต้องเฝ้าระวัง ทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างยิ่ง!
การกระจายตัวของโคโรน่าไวรัสที่แพร่ระบาดครั้งใหญ่ ด้านหนึ่งมันทำให้เราได้เห็น ความมั่นคงเข้มแข็งและประสิทธิภาพการทำงานของหลายองค์กร อีกด้านหนึ่งก็ได้เห็นถึง จุดอ่อน ความล้าหลังเลอะเทอะของหลายๆ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสถานการณ์นี้ โดยเฉพาะในกลุ่มองค์กร หน่วยงาน และสถาบันที่มีบทบาทในการจัดการปัญหา-แก้ไขให้เศรษฐกิจประเทศกลุ่มต่างๆ โดยตรง
แต่อย่างน้อยก็ได้เห็น สถาบันการเงินภาครัฐฯ ที่มีความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเข้าช่วยเหลือ-ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาตามนโยบายรัฐ และได้พบเห็นว่า ธนาคารพาณิชย์ของภาคเอกชน บางแห่งนั้น หุบร่มหนีตอนที่ฝนตกกำลังหนัก ผู้คนมากมายจึงต้องยืนตากฝนเปียกปอน!

การเผชิญปัญหาโควิด-19 ครั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะได้รับคำชื่นชมจากโลกทั้งใบว่า มีนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านการจัดการปัญหาการแพร่ระบาดครั้งนี้ได้ดีที่สุด แต่ประเด็นสำคัญคือ ต้องคิดถึงอนาคตอย่างจริงจังเพื่อการไปต่อ และเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสจากการปรับตัวครั้งใหญ่!
หมายถึง เราต้องเร่งสร้างความอยู่รอดให้ผู้คนหลากหลายกลุ่มสังคม และต้องมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อเพิ่มความอยู่รอด ควบคู่ไปกับการปรับสร้างความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ให้กลุ่มที่มีกำลังอยู่-สามารถไปต่อได้ หรือช่วยแก้ไขปัญหาให้กลุ่มที่เริ่มจะป่วยไข้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปได้ โดยต้องไม่สร้างระบบการช่วยเหลือแบบประชานิยม!
เพราะในที่สุด…ความช่วยเหลือที่ทำไปไม่ได้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปต่อได้อย่างแท้จริง!
หมายความว่า ในทางปฏิบัตินั้น ระบบราชการต้องฟังทั้งภาคประชาชนและองค์กรธุรกิจเอกชน ที่ส่งเสียงเรียกร้องความต้องการให้สร้างแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งตอบโจทย์ความอยู่รอดของทุกกลุ่มในสังคม ให้แต่ละกลุ่มมีพลังที่จะก้าวไปสู่อนาคตได้ พร้อมกับเร่งยกระดับทักษะความสามารถของ “ทรัพยากรมนุษย์” ให้เป็นไปตามความต้องการปัจจุบันเพื่อก้าวสู่อนาคตได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง!
อย่างไรก็ตาม ทุนมนุษย์ในโลกดิจิทัล ต่างไปจาก ทุนมนุษย์ยุคเศรษฐกิจฐานทรัพยากร อย่างมาก! ซึ่งในเรื่องสุขภาพและการสาธารณสุขวันนี้ ดูเหมือนคนไทยถูกปลุกให้ตื่นรู้กันทั่วทุกภูมิภาค-ตำบลหมู่บ้าน จากเครือข่ายการสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยมและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบางส่วนเข้ามาช่วยบริหารจัดการ

แต่สำหรับการจัดปรับและการรื้อสร้าง การศึกษา ยังต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงอีกมาก ตั้งแต่เรื่องของความคิด-วิสัยทัศน์ ไปจนถึงภาคปฏิบัติ ที่มีทั้งกระทรวงศึกษาและกระทรวงอุดมศึกษาฯ เป็นแกนขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้
การดำเนินการไปด้วยกันของระบบ ระเบียบ ภาคปฏิบัติการ และการจัดการสิ่งแวดล้อม (ecology) ในระบบการศึกษาแบบดิจิทัล ภาพรวมของระบบการศึกษาวันนี้ยังเปลี่ยนไปแบบช้าๆ แต่หากพิจารณาดูความเคลื่อนไหวด้านการจัดปรับการศึกษาในพื้นที่ EEC ที่มีสถาบันการศึกษาให้ความร่วมมือกันอยู่ 7 มหาวิทยาลัย 12+5 วิทยาลัยอาชีวะ และ 385 โรงเรียน จะพบว่าสภาพแวดล้อมด้านการศึกษาอยู่ในช่วง จัดปรับสู่อนาคตอย่างเข้มข้น
โดย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการจัดการเรียนการสอนเพิ่มในด้านภาษา เพิ่มการเรียน STEAM และ CODING และได้ยกระดับครูผู้สอนไปก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วน อาชีวะกับอุดมศึกษา มีการจัดปรับหลักสูตรให้เป็นแบบโมดูลที่เชื่อมต่อกันจากอาชีวะถึงอุดมศึกษา และจัดปรับการบริหารการเรียนการสอนสู่ระบบเครดิตแบงก์ ทั้งยังพัฒนาการเรียนการสอนออนไลน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและการดำเนินชีวิตในยุคดิจิทัล ด้วยแบบแผนการจัดการศึกษาที่มีส่วนร่วมทั้งจากภาคผู้ประกอบการ-ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการบุคลากร กับเครือข่ายสถาบันการศึกษาในพื้นที่และที่เกี่ยวข้อง รวมแล้วเป็นการจัดการระบบการศึกษาใหม่ในพื้นที่ที่เรียกว่า EEC โมเดล ซึ่งการศึกษาในรูปแบบ EEC โมเดล เป็นการสร้างแบบแผนความร่วมมือ-ร่วมรับผิดชอบการพัฒนาบุคลากรยุคใหม่ ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง
EEC โมเดล ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์สู่ระดับสากล ตลอดจนก่อเกิดเครือข่ายความร่วมมือขนาดใหญ่ที่มีการใช้ นวัตกรรม ในภาคปฏิบัติการหลายรูปแบบ เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากปัจจุบันสู่อนาคตอย่างมีนัยสำคัญ!

ในรายละเอียดของ EEC โมเดล มีทั้งแบบ Type A และ Type B โดย Type A เป็นความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับผู้ประกอบการในการจัดการเรียนการสอนเต็มหลักสูตร ตั้งแต่ระดับ ปวช. ไปจนถึงระดับปริญญา เด็กที่เรียนในระบบนี้จะได้เรียนฟรีตามหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการ มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในระหว่างเรียนอย่างเต็มที่ และเมื่อเรียนจบ ผู้เรียนจะมีงานทำ-มีรายได้สูง
และหากนับตั้งแต่ปี 2561 มาถึงปัจจุบัน มีผู้เรียนจาก Type A ราวกว่า 4 พันคน ทั้งในระดับอาชีวะและอุดมศึกษา
ส่วน Type B ที่เป็นหลักสูตรการพัฒนาทักษะและความรู้ระยะสั้น ตามความต้องการยกระดับทักษะของผู้ประกอบการ ซึ่งเชื่อมประสานกับสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยหลังฝึกอบรม ผู้เข้าอบรมจะมีงานทำทุกคนและทันที ซึ่งตอนนี้มีบุคลากรในกลุ่มเกือบ 2 หมื่นคน ส่วนในปี 2563 นี้ มีการอนุมัติหลักสูตรไปแล้ว 69 หลักสูตร และมีเป้าหมายในการผลิตบุคลากรเพิ่มอีก 1 หมื่นคน
ความเคลื่อนไหวในการยกระดับสร้างทุนมนุษย์ยุคใหม่ จะไม่เดินซ้ำรอยความผิดพลาดที่เกิดจากบทเรียนเดิมๆ เพราะวันนี้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC จับมือกันเป็นเครือข่ายกับสถาบันการศึกษา ด้วยการปรับสร้างทุนมนุษย์ให้ตอบโจทย์ความเป็นจริงในปัจจุบันไปสู่อนาคต ไม่เดินหลงทางไปกับระบบระเบียบและความล้าหลังแบบเดิมอีกต่อไป
ทุนมนุษย์นั้นสำคัญยิ่ง ต่อทุกการเปลี่ยนผ่านและทุกการเผชิญวิกฤต และวันนี้ เราจะถอยกลับไปสู่อดีตไม่ได้อีกแล้ว!!!

เรื่อง : Apichartology











