พ.ร.บ.อากาศสะอาด…ใกล้เป็นจริง อนาคตไม่ต้องหาซื้ออากาศบริสุทธิ์เพื่อหายใจแล้ว

SALIKA เคยนำเสนอจุดเริ่มต้นของแนวคิดการนำเสนอให้ออก พ.ร.บ.อากาศสะอาดของหอการค้าไทย ผ่านเวทีการสัมมนาหอการค้า ทั่วประเทศ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 1 ธ.ค. 62 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางจังหวัดลำปาง 

โดยที่ประชุมหอการค้าทั่วประเทศเห็นพ้องกันที่จะผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อให้ไทยมีอากาศที่สะอาด หยุดปัญหาฝุ่นพิษควันพิษอย่างถาวร

12,000 รายชื่อร่วมผลักดัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 16.00 น. ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้า
แห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ และเครือข่ายยื่นรายชื่อ 12,000 รายชื่อ ต่อ นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ……. เป็นฉบับแรกของประเทศไทย ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา (เกียกกาย)

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย กล่าวถึงแนวคิดดังกล่าวว่า ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้หอการค้าไทยได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ……. ซึ่งเป็นร่างกฎหมายภาคประชาชนต่อประธานรัฐสภา (นายชวน หลีกภัย) และได้รับแจ้งว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเป็นไปตามหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะผู้ริเริ่มประกอบด้วย หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ สมาคมการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเครือข่ายภาคประชาสังคม จึงได้ดำเนินการชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมลงลายมือชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยได้รวบรวมรายชื่อจากสมาชิก ผู้ประกอบการ นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศ ที่ต้องการให้มีกฎหมายเฉพาะเพื่อการปฏิรูประบบการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดของประเทศไทยได้แล้วจำนวน 12,000 คน และได้นำมามอบให้กับประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนขอการเสนอกฎหมายต่อไป

อากาศสะอาด

กำหนด 9 หมวด 55 มาตรา

สำหรับร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ……. คณะผู้ริเริ่มได้รับความร่วมมือในการยกร่างจากคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยราชภัฏ รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภาในภาคเหนือ ประกอบด้วย 9 หมวด 55 มาตรา โดยมีหลักการที่สำคัญๆ ได้แก่
  • หมวด 1 การกำหนดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐว่าด้วยการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยรัฐต้องจัดให้มีระบบการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อความสะอาดของอากาศ ต้องไม่กระทบต่อความเสมอภาค สิทธิและเสรีภาพของประชาชน สิทธิในอากาศสะอาด ของบุคคลและประชาชนทุกคนในการได้รับอากาศสะอาดและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในกระบวนการของรัฐ
  • หมวด 2 การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยให้มี “คณะกรรมการอากาศสะอาด”ระดับชาติ และ “คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดและกลุ่มจังหวัด”
  • หมวด 3 มาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด การกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดตามมาตรฐานสากล และกำหนดค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด
  • หมวด 4 ระบบการตรวจคุณภาพอากาศและระบบฐานข้อมูล โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลแผนที่ทางภูมิศาสตร์แสดงจุดที่มีนัยสำคัญต่อคุณภาพอากาศ ชั้นบรรยากาศ และการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องวัดคุณภาพอากาศ (GIS) การเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลสามารถรายงานผลได้ทันทีและตลอดเวลา
  • หมวด 5 ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพอากาศ โดยให้มียุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพอากาศเป็นแนวทางปฏิบัติ การกำกับทิศทาง และการจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ต่อจังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการนำเอากรอบยุทธศาสตร์ไปปรับใช้ในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด
  • หมวด 6 มลภาวะทางอากาศ และแหล่งมลพิษทางอากาศ โดยให้มีแต่งตั้งคณะกรรมการด้านมลภาวะทางอากาศ ด้านวิชาการแหล่งมลพิษทางอากาศ
  • หมวด 7 เจ้าพนักงานเพื่อความสะอาดอากาศ โดยให้เจ้าพนักงานเพื่ออากาศสะอาดมีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งมลพิษทางอากาศ หรือ หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยมลพิษทางอากาศ จัดส่งข้อมูลการปล่อยมลพิษทางอากาศ รวมทั้งเรียกบุคคล ตรวจสอบ ควบคุม หรือสั่งให้ยุติการกระทำที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
  • หมวด 8 ค่าปรับและบทกำหนดโทษ สำหรับการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด
  • หมวด 9 บทเฉพาะกาล กำหนดระยะเวลาในการจัดทำนโยบายและแผนการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด การกำหนดมาตรฐานคุณภาพ การจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพอากาศ การจัดทำแผนปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพอากาศ


คณะกรรมการในฝัน

สำหรับ หมวด 2 การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยให้มี “คณะกรรมการอากาศสะอาด”ระดับชาติ และ “คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดและกลุ่มจังหวัด” นั้น ในส่วนของ คณะกรรมการอากาศสะอาดระดับชาติ ภาคเอกชนนำเสนอว่าควรประกอบด้วย
  • นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
  • รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธานกรรมการคนที่สอง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
  • ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการป้องกันหรือแก้ไขคุณภาพอากาศไม่เกิน 8 คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ ในจำนวนนี้จะต้องมีผู้แทนภาคเอกชนร่วมอยู่ด้วยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
  • ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการและเลขานุการ

ตรวจสอบอากาศแบบเรียลไทม์

ในหมวด 4 ระบบการตรวจคุณภาพอากาศและระบบฐานข้อมูล โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลแผนที่ทางภูมิศาสตร์แสดงจุดที่มีนัยสำคัญต่อคุณภาพอากาศ ชั้นบรรยากาศ และการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องวัดคุณภาพอากาศ (GIS) การเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลสามารถรายงานผลได้ทันทีและตลอดเวลา ซึ่งความสำเร็จของระบบการบริหารจัดการอากาศสะอาด ต้องมีระบบการตรวจคุณภาพอากาศที่ครอบคลุมทั้งประเทศ มีระบบฐานข้อมูล GIS (Geographic Information System) เกี่ยวกับคุณภาพอากาศครบถ้วนในทุกมิติ และสามารถตรวจสอบสถานการณ์ของพื้นที่ต่างๆ ได้ในทันที นอกจากนั้น ควรมีการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาคุณภาพอากาศ สำหรับเป็นแนวทางและเครื่องมือที่ทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน โดยมีกลไกติดตามประเมินผลการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย

กำหนดบทลงโทษ ‘จำ-ปรับ’

ขณะที่หมวด 8  ค่าปรับและบทกำหนดโทษ สำหรับการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดภาคเอกชนยังมีความเห็นว่า กฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการเพื่อความสะอาดของอากาศ จะเป็นกฎหมายเพื่อการปฏิรูประบบการบริหารจัดการเพื่อความสะอาดอากาศของประเทศไทย ที่จะต้องเปลี่ยน Mindset ของการมองปัญหา ระบบ และวิธีการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน รวมทั้งการทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมรับผิดชอบกับปัญหาฝุ่นควัน ด้วยการกำหนดมาตรการและวิธีการในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ทางอากาศ รวมถึงการมีมาตรการลงโทษทั้งในรูปของค่าปรับและโทษทางอาญา
เป็นอีกหนึ่งความหวังการจัดการมลพิษเพื่อในอนาคตเราจะไม่ต้องขวนขวายหาซื้ออากาศบริสุทธิ์มาหายใจ