‘การระบาดระลอกสอง’ จะมาไหม? ฟังคำตอบจากแพทย์ พร้อมแนะวิธีตั้งรับแบบคนรู้จริง

ช่วงเวลาที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวไหนสร้างความตื่นตระหนกให้ชาวไทยได้เท่า ข่าว #ลูกทูตซูดาน และ #ทหารอียิปต์ ที่ได้รับสิทธิเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องไปกักตัวที่สถานกักตัวของรัฐ และต่อมาได้ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทั้ง 2 ข่าว เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน และปลุกกระแสความตื่นกลัว การระบาดระลอกสอง ขึ้นมาในใจประชาชนชาวไทยอย่างมาก

แต่เมื่อความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เกิดผลดีในสถานการณ์นี้เลย มีแต่จะซ้ำเติมให้เกิดความแตกแยก และความถดถอยทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในพื้นที่เสี่ยงที่กลุ่มทหารอียิปต์ได้เดินทางไปพัก อย่างในกรณีนี้ คือ จังหวัดระยอง ซึ่งภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดนี้กำลังจะดีขึ้น แต่ก็ต้องถูกขัดขวางด้วยสถานการณ์นี้เสียก่อน

การระบาดระลอกสอง

ดังนั้น เพื่อสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ของโลกและประเทศไทยในขณะนี้ ตลอดจนแนวทางดำเนินการรับมือ หากเกิด การระบาดระลอกสอง ขึ้น จากปากแพทย์ศิริราช ซึ่งเมื่อได้รู้แล้วจะเข้าใจกันว่า “มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด”

อัปเดต สถานการณ์การระบาดระดับโลก แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะสูง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตยังคุมได้

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แถลง ผ่านช่องทาง Live เฟซบุ๊กแฟนเพจ Mahidol Channel เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า
“องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่และความอันตรายของเชื้อโควิด-19 (New and Dangerous Phase of COVID-19) เห็นได้จากตัวเลขทางสถิติโดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของหลายประเทศในแทบทุกทวีป รวมถึงแนวโน้มการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในประเทศที่เคยควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีหรือค่อนข้างดี โดยขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในทุกประเทศเกือบจะทั่วโลกแล้ว”

จากนั้น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ยังได้อธิบายถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในระดับโลก ไว้เพิ่มเติมในอีกหลายประเด็น ดังนี้
  • ภาพรวมสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ทั่วโลก
ตั้งแต่วันที่ 5 – 16 กรกฎาคม 2563 ยอดผู้ป่วยจาก 12 ล้านรายในวันที่ 8 กรกฎาคม ทะลุ 13 ล้านราย ในวันที่ 12 กรกฎาคม โดยใช้เวลาเพียง 4 วัน
  • ตัวเลขผู้เสียชีวิตต่อวันโดยเฉลี่ยในระดับโลก อยู่ในช่วง 3,000 – 5,000 กว่ารายต่อวัน
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่ามีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงจริง แต่อัตราการเสียชีวิตไม่สูงนัก เนื่องจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ ประเทศต่างๆ มีการปรับตัว โดยเฉพาะการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่ถ้าติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ด้วยการพยายามทำให้คนเหล่านั้นตระหนักในการป้องกันตนเอง อยู่ให้ห่างไกลจากความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโควิด-19
  • ประเทศที่สถานการณ์การระบาดรุนแรงเป็นอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้ ยังคงเป็น “สหรัฐอเมริกา”
ข้อมูลอัปเดต ณ วันที่ 16 กรกฎาคม มีผู้ป่วยทั้งหมด 3,678,346 ราย เพิ่มขึ้น 70,929 รายภายในวันเดียว และหากดูในช่วง 10 วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 หมื่นรายต่อวัน
ขณะที่ จำนวนผู้เสียชีวิตที่เริ่มลดลงในวันที่ 12 กรกฎาคม อยู่ที่ 377 รายต่อวัน ก็ได้กลับมาเพิ่มขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม ถึง 959 ราย เนื่องจากบางรัฐมีปริมาณผู้ป่วยจำนวนมาก และเริ่มเข้าสู่สถานการณ์ฉุกเฉินเพราะมีห้องไอซียูไม่เพียงพอ
  • วิกฤตโควิด-19 ใน ประเทศบราซิล ยังไม่ถึงจุดสูงสุด
แม้ว่าประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล จะติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้ว แต่ก็ยังพบว่ามีการติดเชื้อสูงสุดมากกว่า 4 หมื่นรายต่อวัน ขณะที่ ระบบสาธารณสุขของบราซิลก็ยังไม่ดี ทำให้อัตราการเสียชีวิตพุ่งสูงถึงหลักพันต่อวัน

  • ประเทศอังกฤษ และ ประเทศเยอรมันนี สถานการณ์การระบาดเริ่มดีขึ้น
สำหรับประเทศอังกฤษ พบว่าจำนวนผู้ป่วยใหม่มีแนวโน้มลดลงเช่นกันกับอัตราการเสียชีวิตก็ลดลง ณ วันนี้ประเทศอังกฤษ จึงปรับมาตรการเข้าสู่โหมดการเพิ่มกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ขณะที่ “ประเทศเยอรมนี” ได้ผ่านการระบาดระลอกที่ 1 และเริ่มมี การระบาดระลอกสอง โดยเหตุเกิดขึ้นจากโรงงานผลิตเนื้อทางตอนเหนือของเยอรมนี นำคนงานจากต่างประเทศผ่านชายแดนเข้ามา และต้องมาอาศัยรวมกันอยู่ในโรงงานอย่างแออัด หนาแน่น ทำให้เกิดการติดเชื้อ
ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมนีได้เข้าไปเพื่อขอรายละเอียดที่อยู่ของคนงานแต่ละคนเพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยง แต่ในช่วงต้นบริษัทไม่ยอมให้ ส่งให้สถานการณ์การระบาดที่กำลังจะสงบลง กลับมีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่มาเพิ่ม แต่อย่างไรก็ตาม เยอรมนี ก็ยังคงควบคุมการเสียชีวิตได้ในระดับที่ดี

การระบาดระลอกสอง

  • ประเทศญี่ปุ่น เผชิญหน้าการระบาดอีกระลอก ประเทศเกาหลีใต้ พบการติดเชื้อในโรงเรียน
สำหรับประเทศญี่ปุ่น ในช่วงกลางเดือนมีนาคมสามารถควบคุมโรคได้ดี แต่พอเกิดการระบาดระลอกต่อมา เริ่มเอาไม่อยู่ และการระบาดระลอกนี้ เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ โดยพื้นที่เสี่ยงหลักอยู่ใจกลาง มหานครโตเกียว ซึ่งมีประชากรอยู่หนาแน่นและมีแนวโน้มควบคุมได้ลำบาก แต่อัตราการเสียชีวิตยังคงน้อยมาก
ด้าน “ประเทศเกาหลีใต้” หลังจากที่ได้รับบทเรียนจากเหตุการณ์ซูเปอร์สเปรดเดอร์ ก็สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีมาก โดยอัตราการเสียชีวิตในเกาหลีใต้ต่ำมาก ทั้งๆ ที่มีผู้ป่วยใหม่ราว 40-60 รายต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา โรงเรียนในเกาหลีใต้มีความพยายามที่จะเปิดเรียนหลายครั้ง แต่ยังพบการติดเชื้อในโรงเรียน นี่เป็นข้อเตือนใจให้บ้านเราต้องวางมาตรการป้องกันการระบาดในโรงเรียนอย่างรัดกุมด้วย
  • ประเทศสิงคโปร์ กับสถานการณ์ระบาดในกลุ่มคนงานต่างด้าว ที่ยังควบคุมไม่ได้
ประเทศสิงคโปร์ มีการควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีในช่วงแรก แต่ ณ วันนี้มียอดผู้ป่วยรวม 47,126 ราย จากการสุ่มตรวจและพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ทำให้ตอนนี้ในประเทศยังคงมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการตายยังคงต่ำมาก

เตรียมตั้งรับ การระบาดระลอกสอง มาแน่ แต่ถ้าคุมได้ ก็ไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด

“เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตโรคระบาดที่แพร่ระบาดได้ง่าย หากพลาดแค่นิดเดียวสถานการณ์การระบาดก็มีโอกาสกลับมาใหม่แล้ว” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ย้ำชัด พร้อมกล่าวต่อไปว่า
“ในวันนี้ประเทศไทยมีมาตรการป้องกันดีก็จริง แต่ทั่วโลกยังมีการแพร่กระจายของโควิด-19 และหลายประเทศเป็นช่วงที่การระบาดยังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนไฟที่อยู่รอบๆบ้านเรา ดังนั้น เราต้องไม่เปิดหน้าต่างบ้านของเราโดยเด็ดขาด”
“ขณะเดียวกัน อาจมีควันเล็ดรอดเข้ามา แต่ถาเราช่วยกันสอดส่อง ค้นหา จัดการ รวมถึงจัดสรร ดูแลสุขภาพภายในบ้านของเรา ให้พร้อมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราก็สามารถรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้”
“เวลาจัดการกับโรคติดเชื้อ เรามองแค่ประเทศเราไม่ได้ ต้องมองโลกทั้งใบ และไวรัส สามารถแพร่เข้าสู่ประเทศเราได้ ผ่านการเดินทาง ไม่ว่าจะเดินเท้า เครื่องบิน รถไฟ ชายแดนระหว่างประเทศ เมื่อไม่สามารถรู้ว่าคนที่ผ่านเข้ามาติดเชื้อหรือไม่ มาตรการการป้องกันต้องเข้มงวด ทำกับทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศอย่างเท่าเทียม เราจะปลอดภัยได้ คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน จนกว่าทั่วโลกจะมีวัคซีน”
Thai Covid19 การระบาดระลอกสอง

“อย่าไปกลัวการระบาดระลอก 2 อย่างไรก็มาแน่ แต่จะมารูปแบบไหน รุนแรงหรือไม่ อยู่ที่มาตรการควบคุมการระบาดของประเทศ ต้องใช้วิธีทุบด้วยค้อนให้คนติดเชื้อน้อยลง และแน่นอนว่าด้วยวิธีนี้ เศรษฐกิจของประเทศย่อมต้องได้รับผลกระทบ แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่เจอกันทั่วโลก”

ทั้งนี้ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ย้ำว่าการสร้างความสมดุลของสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้การระบาดระลอกสองรุนแรงอย่างที่ทุกคนกลัว ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน
“เพราะสุขภาพกายใจที่แข็งแรงของคนในชาติ เอื้อให้การทำงานกลับมาเป็นปกติ ทุกคนมีรายได้ ความเครียดก็หายไป ส่งผลให้สภาพสังคมดีขึ้น”
“แต่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าการกลับมามีคนภายในประเทศติดเชื้อโควิด-19 เกิดขึ้นได้ และได้เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ ด้วยปัจจัยเหนือการควบคุมหลายประการ”

Thai Covid19

“แต่ตราบใดที่จำนวนผู้ติดเชื้อไม่ได้มาก สามารถตามตัว ให้มากักตัวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ กิจการต่างๆ ก็ยังสามารถดำเนินไปได้ เศรษฐกิจในครัวเรือน ยังดำเนินต่อไป ในทางกลับกัน ถ้ามีจำนวนผู้ติดเชื้อมาก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมาก เศรษฐกิจทั้งประเทศก็ต้องแย่ลงไปด้วย”
“นอกจากนั้น อยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าการที่ผู้ป่วยติดเชื้อใหม่ เป็นผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ ไม่ได้สื่อว่าประเทศไทยปลอดภัยจากเชื้อ เพราะโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายจากแหล่งอื่นยังคงมีอยู่”
“และต้องบอกว่าในขณะนี้ คนไทยยังมีภูมิต้านทานเชื้อโควิด-19 น้อยถึงน้อยมาก ดังนั้น ยุทธวิธีสำคัญที่ต้องดำเนินต่อไป คือ การป้องกันการติดเชื้อและการป้องกันการแพร่เชื้อ จนกว่าจะมีวัคซีน”

Thai Covid19

“การตามหาผู้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และผู้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การแพร่กระจายเชื้อมีความรุนแรงขึ้นได้  ดังนั้น การใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” จึงมีประโยชน์ ช่วยให้การตามหาสะดวกและแม่นยำขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าคนไทย ยิ่งใส่ใจ ยิ่งใช้แอปนี้มาก โอกาสตามตัวเพื่อควบคุมเชื้อจะยิ่งมากตามไปด้วย”
“ในตอนนี้ สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยให้เชื้อเข้ามา ไม่เช่นนั้นจะลำบาก เพราะจนถึงวันนี้ วัคซีนที่ไทยวิจัยผ่านการทดลองในสัตว์ทดลองได้ผล แต่การจะไปถึงคนและผลิตใช้ได้ อาจจะถึงกลางปีหน้า ยังอีกห่างไกล”
“ดังนั้น อย่ารอแต่วัคซีน เราสามารถป้องกันตัวเองและเพื่อนร่วมชาติได้ หลายคนอาจคาดหวังว่าหากเกิดการติดเชื้อเยอะและเกิดภูมิคุ้มกันหมู่เช่นเดียวกับไข้หวัดสเปนเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ และวัคซีนก็อาจจะไม่ใช่ฉีดครั้งเดียว ต้องตามดูต่อไป”
และแม้ตออนนี้เราจะมียารักษา ก็อย่าปล่อยให้เกิดการติดเชื้อเยอะ เพราะตอนนี้เรายังต้องนำเข้ายามาใช้อยู่ ชะล่าใจไม่ได้ ส่วนเรื่อง การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ซึ่งพบว่ามีอย่างน้อย 6 สายพันธุ์ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าการกลายพันธุ์จะทำให้โรครุนแรงมากหรือน้อยลง จึเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวในที่สุด

ที่มา : Facebook LIVE : Mahidol Channel “จับตาการระบาดรอบ 2, วิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุด #โควิด19 โดยคณบดีศิริราชฯ” วันที่ 16 กรกฎาคม 2563


รู้เรื่องจริงที่เกิดขึ้นจากการระบาดของโควิด-19 เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท กันต่อ

“ป้องกันดีกว่ารักษา” คีย์เวิร์ด สร้างความเข้มแข็งให้ ระบบสาธารณสุขไทย ประกาศชัยเหนือศึกโควิด

เราจะฝ่าวิกฤตโควิดได้ยาก ถ้ายังวนอยู่กับ ‘การบริหารจัดการงบประมาณ’ แบบเดิมๆ

เจาะทุกมิติความพยายามของจีน รับมือ ‘การระบาดระลอกสองในจีน’ ใจกลางกรุงปักกิ่ง