“…ผมไม่คิดว่าธุรกิจทุกอย่างบนโลกใบนี้จะต้องพูดกันแต่เรื่องกำไรขาดทุน ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย อันที่จริงผมไม่อยากให้ใครใครเรียกผมว่า สกินเฮดบันลือโลก! ด้วยซ้ำ แต่ก็เอาเถอะ ฉายาก็คือฉายา ไม่มีปัญหาครับ…”
Daniel Ek คือ สกินเฮดบันลือโลก! ตัวจริงเสียงจริง เหมือนที่ใครๆ ต่างก็ขนานนามให้นั่นแหละครับ เหตุผลก็คือ เขาคือคนหนุ่มอายุ 37 ผู้เป็นเจ้าของกิจการระดับโลกมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ นั่นเองครับ
กิจการ 400 ล้านเหรียญ ที่ Daniel Ek เป็นเจ้าของนั้น ผมเชื่อว่าแฟนพันธุ์แท้ SALIKA ล้วนผ่านหูผ่านตาชื่อธุรกิจกันมาแล้วอย่างแน่นอน
ผมกำลังพูดถึง Spotify ครับ
Spotify คือ Brand ขององค์กรที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Music Streaming หรือการให้บริการเพลงออนไลน์

แม้ช่วงที่ Daniel Ek เริ่มรู้ความ และหัดฟังเพลง จะเป็นปลายยุคทองของ Compact Cassette หรือที่คอเพลงบ้านเราเรียกกันติดปากว่า “เทป” ต่อเนื่องมาสู่ยุคเฟื่องฟูของ Audio Compact Disc ที่พี่ไทยรู้จักกันในนาม “ซีดี”
แต่เมื่ออ่านจากบทสัมภาษณ์ของเขาจากที่ต่างๆ แล้ว ดูเหมือน Daniel Ek จะไม่แค่ฟัง “เทป” หรือ “ซีดี” ตามยุคสมัยที่เขาเติบโตมา
ทว่า เขาพยายามเรียนรู้แทบจะทุกองค์ประกอบของโลกดนตรี!
ไม่ว่าจะเป็น Vinyl, Track Tape 8 ร่องเสียง, Mp3 ไปจนกระทั่งถึง SACD (Super Audio CD) และ DVD-A (Digital Versatile Disc-Audio)
โดยเฉพาะ Trend สำคัญในยุคนี้ ที่กำลังเป็นดัชนีชี้วัดความนิยมในรูปแบบการฟังเพลงในยุคหน้า เห็นทีจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาทองของ Music Streaming หรือ Music Online ซึ่งหมายถึงบริการเผยแพร่และรับฟังผลงานเพลงผ่านระบบ Internet

ระบบบริการบทเพลงบน Internet คือการที่ศิลปินหรือค่ายเพลง บรรลุข้อตกลงกับ Web Site หรือ Server ผู้ให้บริการ APP บนโทรศัพท์มือถือเจ้าใดเจ้าหนึ่งหรือหลายเจ้าก็ได้
โดยหลังจากศิลปิน หรือค่ายเพลง ได้มอบไฟล์เพลง ที่ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดก็จะถูกแปลงเป็นไฟล์เพลง Digital เพื่อนำขึ้นไว้ในระบบของบริษัทให้บริการ Music Streaming
จากนั้นเมื่อแฟนเพลงทราบข่าว ว่าศิลปินคนไหนมีผลงานเพลงอัลบั้มใหม่หรือ Single ใหม่ ก็จะตามเข้ามาเลือกฟังบน Web Site หรือผ่าน APP บนโทรศัพท์มือถือกันสดๆ หรือจะ Download เพลงนั้นนั้นเก็บไว้ฟังก็ได้
โดยบริการ Music Streaming จะมีการคิดค่าบริการหลายรูปแบบแล้วแต่การกำหนดของเจ้าของธุรกิจ หลาย Brand เปิดให้ฟังฟรีทั้งอัลบั้ม บางแห่งให้ฟังฟรีแค่บางเพลงก็มี
ทุกวันนี้ มีบริษัทหรือ Brand ที่ทำธุรกิจ Music Streaming จำนวนมาก แต่ที่โด่งดังติดอันดับ Top Ten ของโลกก็เห็นจะได้แก่ SoundCloud, Last.fm, Deezer, Grooveshark, Xbox Music, KKBOX และแน่นอน Spotify
นอกจากนี้ยังมี RDIO, WE7, Saavn, Zonga, Aupeo, Earbits, รวมถึง YouTube
แม้ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะคอเพลงต่างนิยมชมชอบ Music Streaming ติดตามฟังกันจนกระทั่งกลายเป็น Life Style กันไปแล้วนับร้อยล้านคน
ทว่า โมเดลธุรกิจนี้ก็ยังคล้ายกับรูปแบบของอุตสาหกรรมเพลงแบบดั้งเดิม ซึ่งหมายถึงการเรียงลำดับ 1-2-3-4-5 คือศิลปิน-ค่ายเพลง-สถานีวิทยุ หรือสถานีโทรทัศน์-ร้านแผ่นเสียง-คนฟังเพลง
แค่เปลี่ยน “รูปลักษณ์ของหีบห่อ” จาก Vinyl มาสู่ Streaming เท่านั้น

“…ผมมองไปไกลกว่านั้น ผมมองไปไกลกว่า คำถามที่ว่า วงการเพลงในวันข้างหน้า เราจะไม่พูดกันแค่ว่า แฟนเพลงชอบฟังเพลงแนวไหน หรือฟังจากสื่ออะไร เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะถกกันในประเด็นที่ว่า เราทุกคนสามารถเลือกได้ ว่าอยากจะเป็นคนเขียนเพลง คนร้องเพลง หรือคนฟังเพลง…” Daniel Ek กระชุ่น
ปัจจุบัน Spotify ของ Daniel Ek กำลังได้รับการกล่าวขวัญในหมู่นักฟังเพลงรุ่นใหม่ทั่วทุกมุมโลกเนื่องจากมีบริการเพลงฟรีมากที่สุดแล้ว
เหตุผลประการที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าก็คือ การที่ Spotify เป็นธุรกิจสัญชาติสวีเดน ที่ทะลึ่งพรวดพราดขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ บรรดาซูเปอร์สตาร์ดาวดวงเด่นในวงการ ICT โลก
ที่ 100 ทั้ง 100 ล้วนตั้งอยู่ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะที่ Silicon Valley ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube, Apple, Google, Amazons ซึ่งล้วนเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน

“…มีคนโทร.มาชวนให้ผมย้ายรกรากไป Silicon Valley อยู่ทุกวัน ผมจะไปได้อย่างไร ผมจะทิ้งพนักงานที่ร่วมกันสร้าง Spotify จากออฟฟิศโนเนมจนกลายมาเป็นธุรกิจ 400 ล้านดอลลาร์ได้อย่างไร จะให้ผมทิ้งพนักงานเหล่านั้นที่ต่างก็มีบ้านอยู่ใน Stockholm ได้อย่างไร…”
Daniel Ek ตบประเด็น
นอกจาก Daniel Ek จะเป็นสกินเฮดบันลือโลก! แล้ว ผมคิดว่า ถ้าจะตั้งอีกฉายาหนึ่งคือ “เจ้าอัจฉริยะ” ให้เขาก็คงไม่น่าเกลียด คนอะไร อายุแค่ 4 ขวบ ก็หัดเล่นกีตาร์ พออายุได้ 5 ขวบ ก็ตัดต่อเพลงบนคอมพิวเตอร์ได้เอง
ที่สำคัญ เมื่อย่างเข้า 14 ปี Daniel Ek เปิดธุรกิจรับเขียน Web Site ในสวีเดนบ้านเกิด คือกรุง Stockholm จากนั้นเขาก็เป็นทั้งเจ้านายตัวเองมาตลอด
แม้จะมีบางช่วงเวลาที่ Daniel Ek นึกสนุกด้วยการแอบไปเป็นลูกจ้างบริษัทห้างร้านต่างๆ อีกหลายปี จนกระทั่งชีวิตตกผลึก และสุกงอมในปี 2006
ที่เขากับ Martin Lorentzon ได้ร่วมกันก่อตั้ง Spotify
“…ต้องยอมรับว่า Spotify เองก็มีช่วงเวลาที่ย่ำแย่ไม่ต่างจากธุรกิจทั่วไป ผมกับ Martin ซวนเซกันอยู่พักหนึ่ง ขณะที่กำลังท้อแท้ ผมถามเขาว่า เอาไงดี Martin…”
“…เขาตอบผมเป็นคำถามว่า เอ็งรัก Spotify เหมือนที่ข้ารักไหม ผมตอบ Martin ว่า รักสิ Martin ได้ฟังดังนั้นก็เลยพูดกับผมว่า งั้นเราก็ลุยกันต่อ…”
นี่คือปรัชญาของ Daniel Ek สกินเฮดบันลือโลก! ครับ
บทความเกี่ยวกับ Spotify และความเปลี่ยนแปลงในวงการเพลงที่คุณอาจสนใจ
เขย่าวงการพอดแคสต์! เมื่อ Spotify จับมือกับ Higher Ground บริษัทโปรดักชันส์ของโอบาม่า










