‘Young Social Innovator 2019’ ปลุกพลัง เยาวชนไทย สร้างนวัตกรรมตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน

หากพิจารณาเพียงผิวเผิน การประกวด ‘GPSC Young Social Innovator 2019’ ดูเหมือนจะเป็นโครงการ CSR หรือ Corporate Social Responsibility ทั่วไป ที่มีจุดประสงค์เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ที่จัดขึ้นโดย บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เท่านั้น

ทว่า เมื่อได้มีโอกาสไปร่วมงานประกาศผลรอบชิงชนะเลิศ และพิธีมอบรางวัลพร้อมมอบประกาศนียบัตร ก็พบว่า การประกวดครั้งนี้ มีส่วนในการจุดประกาย นวัตกรเยาวชนไทย ให้มีแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาและการพัฒนาสังคมไทยในทุกด้านได้อย่างน่าชื่นชม
ชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ GPSC ถ่ายรูปร่วมกับ คณะกรรมการผู้ตัดสิน และ Young Social innovators ทั้ง 5 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ
โดยใน Season 2 นี้ การประกวดในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา (ปวช.) หรือเทียบเท่า ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน (Sustainable Energy, Natural resource and Environment)” 

ไม่ใช่แค่สนับสนุนคิดค้นนวัตกรรมสุดเจ๋ง แต่กระตุ้นให้เยาวชนไทย ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นเพื่อการอยู่รอดในยุคดิจิทัล

ชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC นอกจากจะมาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแล้ว ยังได้พูดถึงการประกวดครั้งล่าสุดของโครงการ GPSC Young Social Innovator ซึ่งจัดขึ้นเป็น Season 2 แล้วว่า
ชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC
“ก่อนมามอบรางวัลให้กับทีมชนะเลิศและทีมที่ได้รับรางวัลทุกทีม ผมได้มีโอกาสได้เดินชมผลงานและพูดคุยกับทีมเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 5 ทีม จากจำนวนทีมที่ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 158 โครงงานจากทั่วประเทศ ผมมีความชื่นชมและมีความประทับใจในทุกโครงงานที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันนี้”
“เพราะจากการพูดคุย ทำให้ได้เห็นความสามารถของเด็กไทย ที่นอกจากจะคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบสนองการแก้ปัญหาในแต่ละด้านที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ในชุมชน และในระดับประเทศได้จริงแล้ว โครงการประกวด GPSC Young Social Innovator ยังมีส่วนในการช่วยให้พวกเขาได้บ่มเพาะทักษะในการทำงานเป็นทีม ทักษะในการค้นคว้า ทดลอง ทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงทักษะในการต่อยอดให้ผลงานนวัตกรรมที่คิดค้นนั้นสามารถนำไปจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย”
“อย่างในวันนี้จะเห็นได้ว่า ทั้ง 5 โครงงานที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศนี้ คิดค้นขึ้นจากสภาพปัญหาที่เด็กพบเห็นในพื้นที่ ซึ่งผมมองว่าเป็นแนวทางการคิดค้นนวัตกรรมที่มาถูกทางแล้ว เพราะนวัตกรรมควรเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในระดับชุมชนไปจนถึงประเทศชาติ ซึ่งถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการประกวด Young Social Innovator ที่ตั้งไว้”

“อย่างไรก็ดี ที่มาที่ทาง GPSC ได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา เพราะเราเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ดังนั้น เราจึงให้ความสนใจในเรื่องการสร้างสรรค์และคิดค้นนวัตกรรมทุกด้านและในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นความหวังของชาติ ในการใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศต่อไปได้”

เยาวชนจากทีม Better life battery โรงเรียนกำเนิดวิทย์ กับผลงานคว้ารางวัลชนะเลิศ “การพัฒนาเเบตเตอรี่โดยใช้ถ่านกัมมันต์ที่ถูกฉายรังสี ผลิตจากข้าวเหนียว”
โดยผลการประกวดในครั้งนี้ ได้ผู้ชนะเลิศ เป็นเยาวชนจากทีม Better life battery จาก โรงเรียนกำเนิดวิทย์ กับผลงานสุดล้ำ การพัฒนาเเบตเตอรี่โดยใช้ถ่านกัมมันต์ที่ถูกฉายรังสี ผลิตจากข้าวเหนียว ซึ่งได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อมาทดแทนข้อเสียของ ลิเทียมซัลเฟอร์แบตเตอรี่ ภาสวร ลิ้มมีโชคชัย หนึ่งในทีมผู้คิดค้นผลงานชิ้นนี้ อธิบายเพิ่มเติมว่า
“ในการใช้ ลิเทียมซัลเฟอร์แบตเตอรี่ สารลิเทียมซัลเฟต มักสูญเสียไปในการเกิดปฏิกริยาย้อนกลับหลังการชาร์จไฟ เนื่องจาก ไม่สามารถไปเกาะที่ขั้วแคโทดได้เหมือนเดิม”
“เพื่อแก้ปัญหานี้ทางทีมเรา จึงอยากพัฒนาถ่านกัมมันต์จากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โดยในการทอดลองของเราได้เลือกใช้ข้าวเหนียว มาเป็นตัวกลางในกระบวนการทางรังสีที่เป็นกระบวนการสะอาด ไม่ใช้สารเคมีรุนแรงและความร้อนสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ ลิเทียมซัลเฟอร์แบตเตอรี่ ลดปริมาณการสูญเสีย ลิเทียมซัลเฟต อย่างได้ผล”

เปิดตัว 2 นวัตกรรม ต้นแบบแก้ปัญหาชุมชน ทำออกจำหน่ายได้จริง

นอกเหนือจากผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศแล้ว ยังมีอีก 2 นวัตกรรม ที่เป็นต้นแบบการคิดค้นนวัตกรรมขึ้นเพื่อตอบสนองต่อปัญหาที่พบในบ้านเกิดได้อย่างน่าสนใจ
ผลงานรางวัลรองชนะเลิศ “แคปซูลเก็บน้ำใต้ดินให้กับต้นกล้า” ทีมต้นกล้าเปลี่ยนโลก โดย วริศรา เดชผิว และ เมธาพร ลาหู่ จาก โรงเรียนปราจีนกัลยาณี จังหวัดปราจีนบุรี
เริ่มจากผลงานของทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมต้นกล้าเปลี่ยนโลก โรงเรียนปราจีนกัลยาณี จากนวัตกรรม “แคปซูลเก็บน้ำใต้ดินให้กับต้นกล้า” ซึ่งมีจุดเด่นที่สามารถนำไปใช้งานตอบโจทย์ทั้งปัญหาเรื่องการปลูกป่า รวมถึงช่วยแก้ปัญหาให้คนในท้องถิ่นที่มีอาชีพปลูกต้นไม้ขาย ที่ต้องสู้กับวิกฤตขาดแคลนน้ำในปีนี้ได้เป็นอย่างดี
โดยนวัตกรรุ่นเยาว์เจ้าของผลงานชิ้นนี้ คือ วริศรา เดชผิว และ เมธาพร ลาหู่ บอกเล่าถึงที่มาของ “แคปซูลเก็บน้ำใต้ดินให้กับต้นกล้า” ซึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการสังเกต ตั้งคำถาม และหาทางออกให้กับปัญหา ว่า
“ทุกวันนี้ เรามีความพยายามที่จะปลูกป่า พยายามเอากล้าไม้ไปเพาะในป่า แต่ต้นกล้าเหล่านี้เมื่อขาดน้ำก็จะตาย เราเลยคิด แคปซูลเก็บน้ำใต้ดินให้กับต้นกล้า โดยตัวแคปซูล ได้แนวคิดมาจากต้นกล้าที่เติบโตได้ในกะลามะพร้าว จึงเอากาบมะพร้าว ที่เป็นวัสดุซึ่งหาได้ในท้องถิ่นที่บ้าน ที่บ้านดงบัง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี มาทำแคปซูลนี้”

“ส่วนแนวคิดการเก็บกักน้ำ มาจากที่เราได้เห็นควายนอนเล่นในปลัก ที่มีน้ำตลอดเวลา แต่เมื่อเทียบกับบ่อข้างๆน้ำกลับแห้ง เมื่อหาสาเหตุ ก็พอว่าในมูลควายสามารถกักเก็บน้ำได้ จึงเอามูลควายมาเคลือบที่ตัวกาบมะพร้าว พร้อมกับเคลือบยางพาราทับไม่ให้มูลควายหลุดอีกที”

“แคปซูลนี้จึงมีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำให้อยู่กับกล้าไม้ หรือ ต้นไม้ ได้ เมื่อเรานำมาเผยแพร่ให้กับกลุ่มชาวบ้านที่บ้านดงบัง ซึ่งส่วนหนึ่งมีอาชีพเพาะกล้าไม้ ต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับขาย ก็พบว่า แคปซูลเก็บน้ำใต้ดินให้กับต้นกล้า สามารถใช้ทดแทนถุงเพาะชำได้ค่อนข้างดี เพราะสามารถกักเก็บน้ำได้ ไม่ต้องรดน้ำบ่อย สามารถนำไปปลูกในดินได้ทุกประเภท ตอบโจทย์ปัญหาการขาดแคลนน้ำและวิกฤตภัยแล้งในตอนนี้ได้อย่างตรงจุด”

นอกจากนั้น วริศรา และ เมธาพร ยังบอกว่ามีแนวคิดที่จะต่อยอดให้แคปซูลเก็บน้ำให้ต้นกล้านี้เป็นสินค้าของชุมชน โดยบอกว่า ในตอนนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการทดลองประสิทธิภาพของแคปซูลนี้ ซึ่งถ้าได้ผลเป้ฯที่พอใจ ก็จะพัฒนาให้เป็นสินค้าชุมชน วางจำหน่ายในราคาชิ้นละ 20 บาท ด้วย
“ปลอกเทียมห่อผลไม้” เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากทีม Fruit Guard โดย ธีรภัทร ศรีแก้ว ทวีทรัพย์ สร้อยสน และ ผกาพรรณ ไชยวงษ์ จากโรงเรียนพนมสารคาม พนมอดุลวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา
นวัตกรรมชิ้นต่อมา คือ “ปลอกเทียมห่อผลไม้” ซึ่งเป็นผลงานของทีม Fruit Guard ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มาจากโรงเรียนพนมสารคาม พนมอดุลวิทยา สมาชิกในทีมนี้มีกัน 3 คน ได้แก่ ธีรภัทร ศรีแก้ว ทวีทรัพย์ สร้อยสน และ ผกาพรรณ ไชยวงษ์ โดย ผกาพรรณ เป็นตัวแทนของทีม เล่าให้ฟังว่า
“เราได้ไปเห็นชาวสวนปลูกมะม่วง ที่มักใช้ถุงห่อผลไม้เพื่อปกป้องผลมะม่วงจากศัตรูพืช ซึ่งแม้จะสามารถป้องกันศัตรูพืชไม่ให้เจาะกินผลมะม่วงโดยตรงได้ แต่เมื่อต้องเก็บเกี่ยว ถุงห่อผลไม้นั้นก็ต้องถูกทิ้งเป็นขยะจำนวนไม่น้อย”
“ดังนั้น เราจึงมองหาวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น อย่าง เส้นใยหญ้า เส้นใยคล้าน้ำ และเส้นใยกล้วย ซึ่งล้วนเป็นพืชที่มีเส้นใยมาก มาปันรวมกับวุ้นน้ำหมักแล้วนำไปขึ้นรูป เป็นรูปทรงที่เราออกแบบมาจากปลอกของผีเสื้อหนอนปลอก จากนั้นก็ใช้กาวยางพาราเคลือบที่ผิวด้านนอกของปลอก และทาน้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตัส ตะไคร้ และมะกรูด ที่ขั้วของปลอก เพื่อป้องกันมดแดงและเพลี้ยแป้ง”
ผลงาน “ปลอกเทียมห่อผลไม้”
“ทั้งนี้ จากการทดลอง พบว่า ปลอกเทียมจากวัสดุธรรมชาตินี้สามารถป้องกันแมลงศัตรูพืช ถึง 3 ชนิด ได้แก่ แมลงวันทอง มดแดง และเพลี้ยแป้ง โดยป้องกันได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีราคาต้นทุนต่อปลอก เพียง 2 บาท เท่านั้น”
นอกจากนั้น ผกาพรรณ ยังได้บอกว่าได้มีการต่อยอด ปลอกเทียมห่อผลไม้ ใส่หูหิ้วเป็นเส้นใยธรรมชาติเพื่อให้เป็นบรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติวางจำหน่าย โดยได้ติด QR code ไว้ที่ปลอกเทียม ซึ่งถ้าสแกนก็จะทราบแหล่งปลูกมะม่วง วิธีการปลูกในแบบเกษตรอินทรีย์ อายุของมะม่วง และวันเดือนปีที่มะม่วงจะสุก ด้วย
สำหรับผู้สนใจที่อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของนวัตกรรมจากฝีมือเด็กไทยที่กล่าวมานี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
  • การพัฒนาเเบตเตอรี่โดยใช้ถ่านกัมมันต์ที่ถูกฉายรังสี ผลิตจากข้าวเหนียว ติดต่อ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง โทร 0 3301 3889 (ครูที่ปรึกษา สุรนันท์ อนันตชัยศิลป์)
  • แคปซูลเก็บน้ำใต้ดินให้กับต้นกล้า ติดต่อ วริศรา โทร 082 8497899
  • ปลอกเทียมห่อผลไม้ ติดต่อ ผกาพรรณ โทร 061 019592

นวัตกรรมเจ๋งๆ ฝีมือคนไทย ยังมีให้ได้อัปเดตกันต่อ

สองสตาร์ทอัพไทยที่โตได้โตดีและโดดเด่นในช่วง Work from Home

ฝีมือคนไทย ‘มดบริรักษ์’ หุ่นยนต์ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ยกระดับสาธารณสุขในอีอีซี

เปิดตัวอาชีพใหม่ “นักจัดการน้ำแล้ง” ฮีโร่ตัวจริง สู้ภัยแล้งด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา