การสร้างความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาบุคลากรนั้น จำต้องคำนึงถึงโลกแวดล้อมที่รวมเป็นองค์ประกอบทางสังคม ซึ่งจะส่งผลต่องานในมิติของความร่วมมือกับท้องถิ่น เพื่อสร้างความเชื่อมโยงและสนับสนุนส่งเสริมงานโดยรวมให้เคลื่อนสู่เป้าหมายงานที่ตั้งไว้
ถ้าพิจารณาองค์ประกอบของการพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ EEC ที่ต้องตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณบุคลากรให้เพียงพอต่อ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จะพบว่า การทำงานของ EEC HDC ไม่ใช่เพียงงานที่ต้องทำร่วมกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่เท่านั้น แต่การสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่นและสังคมที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ก็เป็นสังคมแวดล้อมที่สำคัญด้วย
โดยนัยนี้ การทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำท้องถิ่นในเทศบาลทั้ง 111 แห่ง และ อบต. 161 แห่ง ใน 3 จังหวัด จึงเป็นสังคมแวดล้อมที่ล้วนเสริมสร้างสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้า การมีงานทำ และพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่คนในพื้นที่โดยตรง
การทำงานของ EEC HDC จึงมีทั้งการเปิดพื้นที่เชื่อมประสานองค์กรท้องถิ่นและผู้นำชุมชน รวมถึงกลุ่มสังคมที่มีส่วนได้ส่วนเสียในด้านการพัฒนาบุคลากรด้วย
ความเคลื่อนไหวที่ 4) สร้างแนวทางการทำงานที่เชื่อมประสานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นและผู้นำชุมชน เพื่อช่วยยกระดับความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่น
การเชื่อมประสานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นและผู้นำชุมชน เป็นไปเพื่อมุ่งสร้างความเข้าใจพื้นฐานด้านการพัฒนา EEC ในทุกมิติที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน พร้อมการรับฟังเสียงของผู้คนในท้องถิ่น เพื่อนำมาสู่การปรับทิศทาง ผสานความรู้ สร้างความเข้าใจร่วมกันต่อไป
การสร้างความเข้าใจให้สังคมและผู้คนเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นกิจกรรมที่ต้องดำเนินการผ่านผู้บริหารท้องถิ่นและผู้นำชุมชน เพื่อส่งต่อเผยแพร่สาระสำคัญให้รับรู้กันในท้องถิ่น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของเด็ก เยาวชน และการศึกษาในท้องถิ่น ที่นำรูปแบบ อีอีซี โมเดล มาปรับเปลี่ยน สร้างสรรค์ และมุ่งตอบโจทย์การมีงานทำของคนไทย พร้อมกับการสร้างผู้ประกอบการที่มองเห็นทิศทางเศรษฐกิจและพร้อมปรับตัวสู่อนาคต

เวทีเครือข่าย ขยายความเข้าใจ
การสร้างความเข้าใจในเรื่องการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรของ EEC HDC อาศัยการเปิดเวทีเครือข่ายในแต่ละจังหวัด ให้มีการประชุมพบปะหารือและจัดสัมมนาสร้างความเข้าใจเป็นระยะๆ
เริ่มจาก จังหวัดชลบุรี ที่มีปลัดองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เทศบาลบางเสร่ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ร่วมกับ 8 ปลัดองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เชื่อมต่อกับเครือข่ายในท้องถิ่นชลบุรี และมีการจัดกิจกรรมประชุมทำความเข้าใจกันอย่างต่อเนื่องตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจโดยเฉพาะในด้านการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา ให้แก่คนในท้องถิ่นได้
จังหวัดระยอง มีปลัดเทศบาลตำบลเนินพระเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ร่วมกับ 7 ปลัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เชื่อมประสานเครือข่าย สร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้นำชุมชนในระยอง
ส่วน จังหวัดฉะเชิงเทรา มีปลัดเทศบาล ตำบลท่าสะอ้าน เป็นแกนประสานกับ 15 ปลัดองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ส่งต่อความรู้ความเข้าใจสู่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ช่วยยกระดับความรู้ เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ผู้คนได้เข้าใจความเปลี่ยนแปลง – ความก้าวหน้ายุคใหม่ เพราะผู้คนในท้องถิ่นต้องดำเนินชีวิตท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้
สรุปได้ว่า กิจกรรมพื้นฐานที่ช่วยลดช่องว่างความเข้าใจในการพัฒนาตามแผนงานของ EEC ที่ผ่านมานี้ เดินหน้าได้ดีทีเดียว
ความเคลื่อนไหวที่ 5) สร้างเวทีสนับสนุนความร่วมมือ-ปรึกษาหารือระหว่าง ‘ผู้ประกอบการ’ กับ ‘สถาบันการศึกษา’ และ ‘หน่วยงานที่ร่วมผลิตบุคลากร’ ให้มีส่วนร่วมพัฒนาและปรับสร้างการศึกษายุคใหม่
ความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ มุ่งเปิดเวทีเพื่อสร้างความร่วมมือและเปิดพื้นที่ให้เกิดการปรึกษาหารือระหว่าง ‘ผู้ประกอบการ’ กับ ‘สถาบันการศึกษา’ และ ‘หน่วยงานที่ร่วมผลิตบุคลากร’ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา – ปรับสร้างการศึกษายุคใหม่ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ EEC HDC มุ่งผลักดันให้สำเร็จ
ด้วยเหตุว่า กลุ่มผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมนั้น ถือเป็นภาคีหลักของการพัฒนาบุคลากร เป็นผู้รู้ที่แท้จริงว่า ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบมากน้อยเพียงใดในการทำงาน จึงเป็นกลุ่มที่ต้องร่วมรับผิดชอบหลักในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ตอบโจทย์ทั้งกระบวนการผลิตและบริการ ซึ่งกำลังถูกโลกยุค 4.0 ไล่ล่าอยู่ทุกขณะ
เมื่อเปิดเวทีความร่วมมือ – มีพื้นที่ปรึกษาหารือให้ทั้ง 3 ภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรกับสถาบันการศึกษา จะส่งผลให้การพัฒนาบุคลากรมีความแม่นตรง มีคุณภาพและความสามารถที่ครอบคลุมทั้งมิติความรู้ ทักษะ นวัตกรรม และเคลื่อนขยับปรับตัวในระบบการผลิต การบริการที่ล้วนมุ่งสู่ อุตสาหกรรม 4.0
ทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้นทุนที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งมาจากผลรวมของการพัฒนาด้านสาธารณสุขและการศึกษา ปัจจุบัน ทุนมนุษย์ต้องมีศักยภาพในการผสมผสานความรู้และทักษะทางกายภาพ เข้ากับเทคโนโลยี เพราะงานด้านการผลิตและการบริการยุคใหม่นั้น มีเทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ซึ่งช่วยลดต้นทุน ลดการบริโภคทรัพยากร ทำให้มีผลิตภาพสูงขึ้น และย่นระยะเวลาที่ใช้ในกระบวนการต่างๆ ได้มาก นอกจากนี้ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยียุคใหม่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความยั่งยืนให้ประเทศ

การเปิดเวทีความร่วมมือนี้ก่อประโยชน์ขึ้นมากมายหลายมิติ กล่าวคือ
1) ช่วยเปิดทางให้ระบบการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาเข้าถึงโลกที่เป็นจริงมากขึ้น เร็วขึ้น และแม่นตรงขึ้น
2) ช่วยลดความสูญเปล่าทางการศึกษาและงบประมาณลงได้มาก
3) ช่วยยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่สากล เพราะการเรียนการสอนรูปแบบใหม่นี้ต้องร่วมมือกับผู้ประกอบการในภาคการผลิตและบริการ ซึ่งมีมาตรฐานการผลิตและบริการเป็นสำคัญ
4) เป็นภารกิจที่ร่วมสร้างความรับผิดชอบและพัฒนาการดำเนินงานของทั้งสามฝ่าย ภายใต้การส่งเสริมของ BOI โดยหน่วยงานหรือผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรและสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้จากการลงทุนในพื้นที่ EEC
5) เป็นความเคลื่อนไหวที่ช่วยปรับโครงสร้างการพัฒนาบุคลากรและการศึกษายุคใหม่ ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแท้จริง
ในปีนี้ ทาง EEC HDC ได้จัดตั้ง คณะกรรมการ EEC INDUSTRIAL FORUM (EIF) ขึ้น โดยมีผู้แทนจากอุตสาหกรรมชั้นนำ ผู้นำจากสถานประกอบการ มาเป็นแกนหลักในการทำงานของ EIF ซึ่งฟอรั่มนี้ให้ความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรอย่างแข็งขัน โดยการศึกษาสายอาชีวะร่วมมือกับผู้ประกอบการ 377 แห่ง และอุดมศึกษาอีก 277 แห่ง นอกจากนี้ ฟอรั่ม EIF ยังช่วยเชื่อมต่อกับสหภาพการผลิตมากกว่า 56 แห่ง ภายใต้เครือข่ายโรงงานในพื้นที่ EEC ซึ่งมีมากกว่า 500 แห่ง
เส้นทางสู่อนาคตจากการพัฒนาบุคลากรใต้ร่มเงาของ EEC นี้ จึงสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาประเทศได้มากทีเดียว

เรื่อง : Apichartology














