Sunday, August 30, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.219

เอกชนขานรับ สุพัฒนพงษ์ปรีดี ฟื้นเชื่อมั่นเศรษฐกิจ นักวิชาการยก ‘เอนก เด่นสุด

Supant Mongkolsuthree, Federation of Thai Industries at
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ว่าในส่วนของทีมเศรษฐกิจคือนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน และนายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง เชื่อว่าจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนได้เนื่องจากบุคคลทั้งสองมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์การทำงานในภาคเอกชนมาก่อน เชื่อว่าจะเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน โดยเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการให้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ดำเนินการทันทีคือการตั้งคณะทำงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ เหมือนกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ที่มีหน่วยงานรัฐและเอกชนเข้าร่วม เพื่อให้การแก้ปัญหาและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญหาปากท้องประชาชนและการขาดสภาพคล่องของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ขณะที่ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่านายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เหมาะสมกับการนั่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพราะเป็นนักวิชาการที่มีความสามารถและประสบการณ์สูง จึงเชื่อว่าจะสามารถผลักดันการพัฒนาคนและนวัตกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการบูรณาการงานส่วนต่างๆในภาคการศึกษาให้ตอบโจทย์และสอดคล้องกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลังยุคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวผ่านสำนักข่าว ThaiQuote ว่ารายชื่อที่ดูจะสร้างความพอใจให้กับประชาชนและเหมาะสมที่สุดคือ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” ที่ได้มานั่งดูแลการศึกษาเพราะมีความเชี่ยวชาญรอบรู้และเข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง

BOI โล่ง 6 เดือนยอดลงทุนพุ่ง 1.5 แสนล้าน ปักธง ‘อีอีซี’ กว่า 8.5 หมื่นล้าน

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์
นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) กล่าวถึง ภาวะการส่งเสริมการลงทุนช่วง 6 เดือนของปี 2563 (มกราคม-มิถุนายน) มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมทั้งสิ้น 754 โครงการ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 703 โครงการ ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนรวมอยู่ที่ 158,890 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17% ซึ่งมีมูลค่ารวม 190,330 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และในช่วงเดียวกันของปี 2562 มีโครงการขนาดใหญ่ด้านพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลยื่นขอรับการส่งเสริม สำหรับยอดขอรับการส่งเสริมส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย จำนวน 371 โครงการ มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 83,140 ล้านบาท คิดเป็น 52% ของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมทั้งหมด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์ที่มีการยื่นขอรับการส่งเสริมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีการยื่นขอรับการส่งเสริมรวม 52 โครงการ เพิ่มขึ้น 174% มูลค่าเงินลงทุนรวม 13,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสถิติภาวะการส่งเสริมการลงทุนช่วง 6 เดือนของปีนี้ เป็นที่น่าสนใจว่ามีนักลงทุนรายใหม่ให้ความสนใจขอรับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์ไม่ปกติ โดยพบว่าเป็นการยื่นขอรับการส่งเสริมในโครงการใหม่ถึง 366 โครงการ คิดเป็น 49% ของจำนวนคำขอรับการส่งเสริมทั้งหมด มีเงินลงทุนรวม 42,520 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของเงินลงทุนทั้งหมด นอกจากนี้ คำขอรับการส่งเสริมในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้เป็นการลงทุนในพื้นที่อีอีซีจำนวนทั้งหมด 225 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 85,480 ล้านบาท

สสว. จับ SME บุกออนไลน์เร่งขยายช่องทางตลาด เพิ่มยอดขายในต่างประเทศ

นายวีระพงศ์ มาลัย
นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง โดยการดำเนินงานที่สำคัญของ สสว ภายใต้แนวทาง สสว. CONNEXT “เชื่อมคน เชื่อมเอสเอ็มอี เชื่อมโลก” มีการส่งเสริมการตลาดออนไลน์ แบ่งเป็น 1.การดำเนินงานบนแพลตฟอร์มของ สสว. เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภคในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และ 2. การสนับสนุนช่องทางออนไลน์ของผู้ประกอบการ เช่น เฟซบุคส์ อินสตาแกรม โอเอ (OA) เว็บไซต์ หรือ แอพพลิเคชั่นที่ผู้ประกอบการจัดสร้างเอง หรือผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Shopee หรือ Lazada สำหรับตัวอย่างการดำเนินงานบนแพลตฟอร์มของ สสว เช่น “ตลาดช้อปแชท” บนแอปพลิเคชั่นไลน์โอเพ่นแช็ต โดยจับกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบสินค้าไลฟ์สไตล์ การดำเนินงานของตลาดนี้ทำให้กลุ่มของผู้ประกอบการใหม่ได้ทำการทดสอบตลาดจริง ตั้งแต่วิธีการเลือกสินค้า การจัดทำข้อมูล การโปรโมทสินค้าของตน เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคเป้าหมาย หรือ ตลาด กทบ สสว. ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบนแอพลิเคชั่นไลน์ ก็เป็นความร่วมมือระหว่าง สสว. และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) จัดทำขึ้นเพื่อยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสินค้าท้องถิ่น โดย สสว. จะสนับสนุนในการสร้างแพลทฟอร์มการซื้อขาย และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกสื่อภายใต้การดำเนินงานของสสว. และล่าสุดได้เพิ่มช่องทางอีคอมเมิร์ซผ่าน ตลาดมะเฟือง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมหรืออัตลักษณ์ของสมาชิกสสว. ซึ่งเป็นการส่งเสริมการขายออนไลน์เต็มรูปแบบ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมทั้งสิ้นกว่า 35,343 ราย สร้างรายได้ว่า 1,500 ล้านบาท

‘หัวเว่ย’ จับมือ มหา’ลัย รับรองมาตรฐานวิชาชีพ เสริมแกร่งบุคลากรไอซีทีในเอเชียแปซิฟิก

ไมเคิล แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและที่ปรึกษาผู้บริหารหัวเว่ย เอเชีย แปซิฟิก
หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จัดงานประชุม Huawei Asia Pacific ICT Talent Forum 2020 สำรวจเทรนด์แรงงานด้านไอซีทีและกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ในงานประชุมออนไลน์ดังกล่าวซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน หัวเว่ยได้ประกาศแผนระยะยาวในการพัฒนาระบบนิเวศด้านบุคลากรไอซีทีที่ครบรอบด้าน พร้อมโครงการรับรองมาตรฐานวิชาชีพใหม่เพื่อพัฒนาระบบนิเวศด้านบุคลากรไอซีที ปูทางสู่การทรานสฟอร์มด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืน ประกาศนียบัตรมาตรฐานวิชาชีพของหัวเว่ย (Huawei Certification) เป็นประกาศนียบัตรมาตรฐานด้านบุคลากรที่ครอบคลุมการสอบรับรองความรู้ถึง 100 หัวข้อ และสาขาเทคนิค 22 สาขา ที่ผ่านมาได้ออกใบรับรองนักศึกษาและพนักงานด้านไอซีทีไปแล้วกว่า 260,000 คน รวมถึง 19,000 คนในเอเชียแปซิฟิก โครงการ Huawei ICT Academy ซึ่งเปิดตัวในปี 2556 ได้จับมือกับสถาบันการศึกษาระดับสูงกว่า 900 แห่ง เพื่อเปิดคอร์สการสอนและฝึกอบรมด้านไอซีทีให้แก่นักศึกษากว่า 45,000 คนในแต่ละปี  ปัจจุบัน หัวเว่ยได้จัดตั้งโครงการความร่วมมือไอซีที อะแคเดมี่ ไปแล้ว 103 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หัวเว่ยยังได้เริ่มจัดการแข่งขันด้านไอซีทีในปี 2558 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรผ่านการแข่งขันวัดความรู้ในระดับนานาชาติ “การแข่งขันจะช่วยให้นักศึกษาได้รับการยอมรับและมีโอกาสได้ทำงานที่มีคุณค่าในองค์กรชั้นนำ” ไมเคิล แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและที่ปรึกษาผู้บริหารหัวเว่ย เอเชีย แปซิฟิก กล่าว ขณะที่ตลาดไอซีทีในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยก็ได้ประกาศการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายสิบแห่งเพื่อตั้งโครงการหัวเว่ย อะแคเดมี่ ในประเทศไทย  การแข่งขัน Huawei ICT Competition ครั้งแรกในประเทศไทยจัดขึ้นเมื่อปี 2561 มีนักศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 2,000 คน ทีมผู้ชนะระดับประเทศจำนวน 3 คน ได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศในเวทีการแข่งขันระดับโลกที่เซินเจิ้น  ประเทศจีน 

ทรัมป์มั่นใจแม้ไร้หลักฐาน ชี้ ระเบิดเบรุตเป็นการโจมตี สวนทางเพนตากอน

www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นในคำกล่าวอ้างโดยไร้หลักฐานของตนเอง ที่คิดว่าเหตุระเบิดครั้งใหญ่ในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน อาจเป็น “การโจมตี” โดยไม่สนใจการประเมินเหตุการณ์ของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด “ผมว่าคงมีใครเอาพวกอุปกรณ์ระเบิดอะไรพรรค์นั้นไปวางทิ้งไว้มั้ง คงเป็นอย่างนั้น ไม่งั้นอาจเป็นการโจมตี ผมว่าตอนนี้ยังไม่มีใครบอกได้” ทรัมป์กล่าว “บางคนคิดว่าเป็นการโจมตี บางคนก็ว่าไม่ใช่” ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร (4 ส.ค.) ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวว่าเขาได้ “พบปะกับนายพลคนสำคัญของสหรัฐฯหลายนาย ซึ่งดูจะเชื่อว่าการระเบิดในเลบานอนไม่ใช่แค่เหตุโรงงานระเบิดธรรมดา” อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯบางส่วน อาทิ มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างของทรัมป์ โดยเอสเปอร์แถลงเมื่อวันพุธว่า “คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุตามการรายงาน” ขณะที่เพนตากอนยังคงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุระเบิดต่อไป โดยเมื่อวันอังคาร (4 ส.ค.) เกิดเหตุระเบิดใหญ่ 2 ครั้ง ในกรุงเบรุตของเลบานอน โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าแอมโมเนียมไนเตรทที่เก็บไว้ในโกดังหมายเลข 12 ที่ท่าเรือเบรุตตั้งแต่ปี 2014 อาจเป็นสาเหตุการระเบิด ด้านฮาหมัด ฮัสซัน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน กล่าวเมื่อวันพุธว่าเหตุระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 135 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 5,000 ราย